ใช้ผ้าม่านกับรางไมโคร

การใช้ผ้าม่านกับรางไมโครเป็นการเลือกที่เน้นความทนทานและอายุการใช้งาน สามารถใช้กับระบบด้ามจูงหรือมือก็ได้ในการเปิดปิดผ้าม่าน รางไมโครจะใช้กับผ้าม่านจีบหรือผ้าม่านลอน ใช้ระบบตะขอเกี่ยวเหมือนรางเชือก มีความลื่น และไม่ฝืดง่ายหลังจากใช้นานๆ เวลาปิดผ้าม่าน เราจะมองไม่เห็นรางเพราะเป็นชนิดรางม่านที่ไม่ใช้หัวราง และจะซ่อนอยู่ข้างหลังผ้าม่านในแบบเดียวกันกับรางเชือก ดังนั้นจึงไม่สามารถแย่งความสวยเด่นของผ้าม่านไปได้เหมือนรางโชว์ 

สมัยนี้ลูกค้าจะนิยมใช้รางไมโครมากขึ้นเพราะให้ความสำคัญแก่ความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ต้องดึงเชือก เราสามารถเปิดปิดผ้าม่านด้วยมือได้เลย หรืออยากใช้ด้ามจูงช่วยก็ได้ และยังสามารถเปิดปิดผ้าม่านได้แบบลื่นกว่ารางเชือกอีก  Continue reading ใช้ผ้าม่านกับรางไมโคร

การเลือกผ้าม่านและรางม่านแบบที่ถูกต้อง

เราต้องเลือกรูปแบบผ้าม่านและรางม่านที่สอดคล้องกัน ถึงจะทำให้บ้านดูสวยงามมีเสน่ห์อย่างลงตัว
การติดตั้งผ้าม่านเป็นอะไรที่ไม่ยากหากเรารู้ว่าต้องการใช้ผ้าม่านและรางม่านชนิดไหนในการติดตั้ง ก่อนที่จะติดตั้งผ้าม่าน เราต้องเลือกสีและรูปแบบของผ้าม่านที่เหมาะสอดคล้องกับสีและชนิดของรางม่าน เรายังต้องเลือกอีกว่าจะติดตั้งผ้าม่านโปร่งด้วยหรือทำเป็นผ้าม่านแค่ชั้นเดียว เพราะการติดผ้าม่านโปร่งต้องใช้รางและอุปกรณ์ติดตั้งผ้าม่านมากขึ้นเป็นสองเท่า

ในการเลือกผ้าที่จะใช้ตัดผ้าม่าน เราต้องเลือกจะใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้างพิเศษหรือหน้ากว้างปกติ ผ้าที่มีหน้ากว้างพิเศษจะกว้างถึง 2.80 เมตร ส่วนผ้าที่มีหน้ากว้างปกติจะกว้าง 1.50 เมตร การตัดเย็บด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะไม่มีรอยต่อ เพราะสามารถใช้ผ้าผืนเดียวตัดทั้งชุด แต่การตัดเย็บด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร จะต้องตัดต่อผ้าตามยาว และจึงทำให้ผ้าม่านเย็บสำเร็จต้องมีรอยต่อ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเพราะช่างผ้าม่านที่ดีจะสามารถซ่อนรอยต่อไว้ข้างหลังลอนผ้าม่านและทำให้ไม่เห็นรอยต่อได้

หลังจากเลือกชนิดผ้าทำม่านเสร็จ ก็ยังต้องเลือกรูปแบบของผ้าม่าน ม่านจีบจะออกแนวคลาสสิคใช้ได้กับบ้านหลายๆคอนเซ็ปต์ ผ้าม่านตาไก่เป็นผ้าม่านที่ใช้กับบ้านแนวโมเดิร์น ส่วนม่านพับจะใช้ได้ทั้งกับทั้งสองสไตล์เลย

การเลือกผ้าทำม่านก็สำคัญ อย่างเช่นถ้าเราเลือกใช้ผ้าฝ้ายทำม่าน เราจะได้ความสวยของลายพิมพ์ที่มีสีสด โดดเด่น และยังได้ผ้าม่านที่ระบายอากาศดีอีกด้วย ผ้าฝ้ายเป็นชนิดผ้าที่ไม่ร้อน สามารถถ่ายเทอากาศในห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะจับฝุ่นง่ายและอาจทำให้ต้องซักผ้าม่านบ่อย ถ้าอยากได้ผ้าม่านแบบที่ไม่ค่อยเกาะฝุ่น ต้องเลือกใช้ผ้าทำม่านเนื้อซาตินแจ็คการ์ดหรือผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าชนิดเหล่านี้จะไม่ยับง่าย ไม่จับฝุ่น และเป็นเนื้อผ้าที่ทรงตัวดีและมีไม่หดเวลาซัก

การติดตั้งผ้าม่านต้องเลือกรางผ้าม่านที่เหมาะสมกับสไตล์ตกแต่งของบ้าน รางผ้าม่านจะมีแบบรางโชว์ รางเชือก และรางไมโคร์ที่เป็นรางม่านหลักๆ บ้านบางหลังต้องติดรางม่าน L เพราะมีกำแพงโค้ง ทำให้ติดรางม่านปกติไม่ได้ รางแต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน รางเชือกจะใช้ระบบดึงเชือกในการเปิดปิดผ้าม่าน เวลาดึงเชือก ผ้าม่านจะแยกออกจากกันในเวลาพร้อมกัน ทำให้เปิดปิดผ้าม่านง่ายและสะดวก แต่ในการใช้รางเชือก เราไม่สามารถเปิดปิดผ้าม่านข้างเดียวได้ ข้อเสียของรางเชือกคืออายุการใช้งาน เมื่อใช้ไปหลายๆปี เชือกจะเริ่มเสื่อมและอาจทำให้การเปิดปิดหน้าต่างไม่ลื่นเหมือนใหม่

การติดตั้งผ้าม่านโดยรางไมโครเป็นคำตอบสำหรับข้อนี้ ในการเลือกใช้รางไมโคร เราสามารถเปิดผ้าม่านข้างเดียวได้ หรือเลือกเปิดผ้าม่านทั้งสองข้างก็ได้ ระบบรางไมโครไม่ได้ใช้เชือกแต่ใช้ด้ามจูงแทน (หรือเลือกใช้มือเปิดปิดม่านก็ได้) การใช้ด้ามจูงเปิดปิดผ้าม่านจะดีเพราะใช้ง่ายและสะดวก อุปกรณ์ไม่เสื่อมเร็ว เปิดปิดผ้าม่านลื่น ไม่ฝืด ไ่ม่ติดขัด และใช้งานได้หลายปี ผ้าม่านจะไม่เลอะด้วยเพราะเราจะไม่ต้องจับผ้าม่านเวลาเปิดปิดม่าน ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการเลือกใช้รางไมโคร คือได้เลือกด้ามจูงสวยๆ ด้ามจูงผ้าม่านจะมีให้เลือกหลากหลายชนิด มีแบบด้ามไม้และแบบด้ามวัสดุโลหะ และยังมีหลายสีหลายลายให้เลือกอีกด้วย

ในสมัยนี้ การติดตั้งผ้าม่านด้วยรางโชว์ก็เป็นที่นิยมอย่างมาก รางชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็น “รางโชว์” เนื่องจากว่าเป็นชนิดรางที่เราสามารถมองเห็นได้ในขณะปิดผ้าม่าน ถ้าเราเลือกใช้รางไมโครหรือรางเชือก เราจะไม่สามารถมองเห็นรางผ้าม่านได้ (ยกเว้นถ้าไปดูด้านหลังผ้าม่านหรือเวลาเปิดผ้าม่าน) รางโชว์จะมีหน้าตาที่ดูสวยหรู และเป็นส่วนประกอบสำคัญของหน้าตาผ้าม่าน การประดับหน้าต่างด้วยรางโชว์หรูๆ สามารถเปลี่ยนธีม (Theme) ของห้องจากธรรมดาๆ เป็นแนวหรูหราได้ จุดเด่นของรางโชว์อยู่ที่หัวประดับ ซึ่งจะเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้รางโชว์ดูสวยงามและมีเสน่ห์ที่เหนือกว่ารางม่านชนิดอื่น รางโชว์จะมีหลายสีให้เลือก เราสามารถเลือกตัดรางจากวัสดุโลหะหรือจากไม้ก็ได้

ในการเลือกรางโชว์ เราควรที่จะเลือกสีของรางที่ใช้คอนเซ็ปต์การตัดแต่งสี (Mix & Match) ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ในการเลือกสีที่ตัดกันเพื่อทำให้ทั้งสองสีดูโดดเด่นและสวยยิ่งขึ้น  รางโชว์จะมีหัวรางหลายแบบให้เลือก  มีทั้งแบบหรูอลังการและแบบเล็กๆ เรียบๆ หัวรางไม่จำเป็นต้องมีสีเดียวกันกับตัวราง คนส่วนใหญ่มักจะเลือกสีหัวรางที่เหมือนกับสีของห่วงตาไก่ เพราะจะทำให้ทั้งสองสีสอดคล้องกันและจะทำให้ดึงความสวยงามของทั้งสองอุปกรณ์นี้ออกมาได้อย่างลงตัว และทำให้หน้าตาผ้าม่านดูสวยกระจ่างใสยิ่งขึ้น

ที่ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ เราสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกชนิดของผ้าตัดม่าน รูปแบบผ้าม่าน และรางผ้าม่าน ที่สอดคล้องกันอย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าได้ผ้าม่านที่สวยและทำให้หน้าตาบ้านดูสวยสดใสยิ่งขึ้น เรามีจำหน่ายผ้าทำม่านหลากหลายชนิด โชว์รูมเราอยู่กลางตลาดพาหุรัด ติดถนนใหญ่พาหุรัด อยู่ตรงข้ามห้างไชน่าเวิลด์และใกล้ ดิ โอล์ด สยาม

Continue reading การเลือกผ้าม่านและรางม่านแบบที่ถูกต้อง

ติดตั้งผ้าม่าน DIY ให้สวย

วิธีการติดตั้งผ้าม่าน DIY ที่ถูกต้องควรทำอย่างไร

เราอาจได้ซื้อผ้าม่านลายสวยๆสีเย็นๆสบายตามาตกแต่งบ้านแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องติดผ้าม่านอย่างไรถึงจะให้ดูสวยเหมือนผ้าม่านที่ได้ซื้อมา ถ้าอยากประหยัดก็ไม่จำเป็นต้องจ้างช่างมาติดตั้งเพราะเราสามารถทำเองได้ถ้ามีอุปกรณ์ การติดตั้งผ้าม่าน DIY ทำให้เราได้ความรวดเร็วทันใจด้วยเพราะไม่ต้องรอใครมาติดให้

การติดตั้งผ้าม่านมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ความจริงแล้วการติดตั้งผ้าม่านไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่เราต้องละเอียดเรื่องรักษาความสะอาดห้องและในเรื่องของการวัดขนาดพื้นที่ติดตั้ง การติดตั้งผ้าม่านที่ดีจะทำให้เราใช้ผ้าม่านได้อย่างยาวนาน และไม่ต้องกังวลว่าแสงแดดจะรอดเข้ามาระหว่างหน้าต่างกับผ้าม่าน

อุปกรณ์ติดตั้งผ้าม่านที่ต้องใช้มีดังนี้

รางม่าน
ขารางที่ใช้สำหรับรองรับรางม่าน
หัวโชว์ปิดหัวท้ายของรางม่าน (รางโชว์)
ตะขอแขวนสายรัดม่าน (ม่านรวบข้างใช้ตะขอแขวนเดียวแต่ม่านแยกกลางต้องใช้ตะขอแขวน 2 ตัว)
สว่านสำหรับเจาะผนังเพื่อใส่พุก
ค้อนไว้ตอกพุก
พุกสำหรับใส่สกรู
ไขควงไว้ขันสกรู
สกรูสำหรับยึดขารางม่าน
น๊อตสำหรับยึดรางม่านกับขาราง
ตลับเมตรไว้วัดพื้นที่
ดินสอไว้ขีดเครื่องหมายบนจุดที่จะเจาะสว่าน
ผ้ารองรับฝุ่นเพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย
ผ้ากันเปื้อน
เครื่องดูดฝุ่นรุ่นเล็กหรือถ้วยรองรับฝุ่น

ในขั้นตอนแรก ต้องเตรียมพื้นที่สำหรับการติดตั้งโดยการปูผ้ารองเพื่อป้องกันจากความสกปรกของฝุ่นละอองต่างๆ
ในขั้นตอนที่สอง ต้องวัดพื้นที่สำหรับเจาะรูยึดขารางม่านและตะขอสายรัดม่าน ในการหาจุดที่จะเจาะต้องวัดรอบหน้าต่างให้ห่างจากวงกบข้างละ 10 เซนติเมตร (เหนือวงกบ 10 ซมและออกข้าง ข้างอีกข้างละ10ซมเช่นเดียวกัน) เราเผื่อไว้ขนาดนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แสงผ่านรอดเข้ามาได้ ถ้ามีพื้นที่กำแพงเหลืออีกแค่นิดเดียว ให้ติดรางถึงสุดไปเลยเพื่อเป็นการเติมเต็มความสวยงามในการติดตั้ง เวลาติดผ้าม่านออกมาแล้วจะสวย ดูดีมีระดับ ไม่แคบเกินไป) เราควรวัดพื้นที่ก่อนซื้อรางม่านจะได้เผื่อความยาวรางให้ถูกต้อง
พอวัดดูแล้วว่าจะเจาะรูสำหรับยึดขารางม่านตรงจุดไหนก็ให้ใช้ดินสอมาร์คเอาไว้ ต่อไปให้วัดพื้นที่สำหรับติดตั้งตะขอสายรัดม่านโดยการวัด 1 เมตรเหนือพื้นและห่างจากวงกบข้างละ10 เซนติเมตรเช่นเดียวกัน ผ้าม่านรวบข้างต้องติดตะขอสายรัดม่านแค่ข้างเดียว ให้เลือกด้านที่เรารวบถนัดด้านใดด้านหนึ่ง ผ้าม่านแยกกลางต้องติดตะขอสายรัดม่านทั้งสองข้างของหน้าต่าง
ถึงเวลาต้องเจาะรูผนังเพื่อยึดขารางม่านแล้ว ในขณะการเจาะปกติช่างมืออาชีพมักจะใช้แค่มือเดียวถือสว่านและมืออีกข้างถือถ้วยเล็กๆมารองรับฝุ่นผงไปด้วย หรือช่างบางคนอาจจะใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นไปด้วย เพื่อรักษาความสะอาดและไม่ให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย
พอเจาะรูเสร็จก็ตอกพุกเข้าไป นำขารางม่านมายึดโดยการขันสกรูเข้าพุก การยึดตะขอสายรัดม่านก็ทำในแบบเดียวกัน
เตรียมรางม่านโชว์ให้พร้อมวางโดยการใส่ผ้าม่านเข้าไปทางใดทางหนึ่ง ขันหัวโชว์ปิดที่หัวและท้ายของรางม่าน ถ้าใช้รางโชว์สำหรับผ้าม่านตาไก่ ต้องใส่ผ้าม่านทางช่องห่วงตาไก่ ถ้าเป็นม่านจีบต้องสวมตะขอที่ติดกับผ้าม่านในรูของแต่ละห่วง (ส่วนใหญ่ห่วงรูตะขอจะมาพร้อมกับรางโชว์อยู่แล้ว ถ้าเราเลือกใช้ม่านตาไก่ เราต้องถอดอุปกรณ์ห่วงตะขอนี้ออกก่อนใส่ผ้าม่าน)
เมื่อเตรียมรางม่านให้พร้อมวางแล้ว นำรางมาวางบนขารางม่านที่เราได้ยึดไว้กับผนัง นำห่วงริมสุดของผ้าม่านมาทับระหว่างขารางม่านแต่ละข้างเพื่อที่จะกันไม่ให้ผ้าม่านเลื่อนในเวลาเราเปิดปิดผ้าม่าน หมุนน็อตยึดขารางม่านให้แน่น
ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย

ติดตั้งผ้าม่าน DIY ไม่ยากครับ แต่เราต้องมีอุปกรณ์ให้พร้อม การติดตั้งผ้าม่านแบบ DIY ทำให้เราได้ทั้งประหยัดและได้ใช้ผ้าม่านอย่างรวดเร็วทันใจ ไม่ต้องรอช่างมาติดผ้าม่านให้ พอผ้าม่านตัดเย็บเสร็จแล้วก็ใช้ได้เลยถ้าเราติดตั้งเองเป็น Continue reading ติดตั้งผ้าม่าน DIY ให้สวย