ผ้าทำม่านที่เหมาะสุดๆ กับการตัดเย็บผ้าม่าน

ผ้าทำม่านที่เหมาะสุดๆ กับการตัดเย็บผ้าม่าน (ไม่เรียงตามลำดับ)
ผ้าทำม่านมีลักษณะแบบไหนบ้าง? ลักษณะผ้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับตัดเย็บผ้าม่าน? ลักษณะของผ้าโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับการทอเส้นด้าย ผ้าที่มีชนิดเดียวกันอาจใช้ขนาดเส้นด้ายที่แตกต่างกัน เวลาโรงงานผ้าม่านปั่นเส้นด้าย ร้านผ้าม่านสามารถสั่งกำหนดได้ว่าจะใช้เส้นด้ายเบอร์เล็กหรือเส้นด้ายเบอร์ใหญ่ ถ้าทางร้านผ้าม่านอยากได้ผ้าม่านที่มีความละเอียดอ่อนมาก ก็จะสั่งให้โรงงานทอผ้าด้วยเส้นด้ายเบอร์เล็ก เส้นด้ายขนาดเล็กสามารถทอได้อย่างละเอียดอ่อนและแน่นกว่าเส้นด้ายขนาดใหญ่ แต่กระบวนการ (Processing) ในการปั่นเส้นด้ายเล็กจะต้องมากกว่าและยากกว่าเส้นด้ายขนาดใหญ่ด้วย ในการปั่นทอผ้าด้วยเส้นด้ายขนาดเล็ก ร้านผ้าม่านจะได้ผ้าที่มีความละเอียดอ่อนแต่ไม่ค่อยหนา เหมาะทำกับผ้าม่านที่เน้น Soft Touch มากกว่าประสิทธิภาพในการกันแสง ถ้าร้านผ้าม่านอยากได้ผ้าที่มีเนื้อหนาและกันแสงได้ดี โดยที่ไม่ต้องละเอียดอ่อนมากนัก ก็สามารถสั่งโรงงานให้ทอผ้าด้วยเส้นด้ายเบอร์ใหญ่ได้

ร้านผ้าม่านมักจะเลือกสั่งโรงงานผ้าให้ผลิตผ้าทำม่านด้วยเส้นด้ายเบอร์ใหญ่แต่ร้านขายเสื้อผ้ามักจะเลือกสั่งโรงงานให้ผลิตผ้าที่ใช้เส้นด้ายเบอร์เล็ก เพราะความต้องการของตลาดผ้าแต่ละตลาดไม่เหมือนกัน ตลาดผ้าม่านต้องการผ้าที่มีเนื้อหนา ไม่เน้นความละเอียดอ่อน แต่ตลาดเสื้อผ้าจะเน้นความละเอียดอ่อนของผ้า สวมแล้วไม่คัน ต้องเป็นผ้าที่ระบายอากาศดี ใส่แล้วไม่ร้อน เป็นต้น

ผ้าม่านที่ดีนอกจากตัดเย็บให้เข้ารูปหน้าต่างประตูบ้านแล้ว ยังควรเป็นมิตรกับผู้ใช้และสอดคล้องกับ Interior Design ของห้องอีกด้วย การเลือกผ้าทำผ้าม่านควรเลือกใช้ผ้าที่ทนทานต่อแสงแดด สีไม่ซีดจางลงง่าย ดูสวยใหม่ในระยะยาว และดูแลรักษาง่ายและสะดวก

การเลือกผ้าทำม่านที่ดีควรมองที่ความสวยงาม ความเป็นมิตรกับผู้ใช้ (User-Friendly) และความสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์อินทีเรียดีไซน์ ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนต้องการผ้าม่านที่ทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน บางคนต้องการผ้าม่านที่ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย ส่วนบางคนต้องการผ้าม่านที่มีเนื้อเงาประกายให้ห้องดูสวยหรู เป็นต้น การเลือกผ้าทำม่านต้องสอดคล้องกับความต้องการของเราจากผ้าม่าน วันนี้เรามาดูกันว่าผ้าทำม่านแต่ละชนิดมีแบบไหนบ้างและคุณสมบัติของผ้าแต่ละอย่างที่โดดเด่น

ผ้าทำผ้าม่านควรรักษารูปทรงสวย ไม่ยับง่าย ไม่ลุ่ยหรือง่ายต่อการขีดข่วน และมีเนื้อหนาแน่นสำหรับการป้องกันแสงแดด การใช้ผ้าม่านกันยูวีในตัวจะสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ การทอเส้นด้ายกันรังสีในเนื้อผ้าจะยกระดับของความทนทานและประสิทธิภาพของผ้าม่านในการป้องกันแสงแดดและความร้อนจากดวงอาทิตย์ ส่วนใหญ่ผ้าที่มีการทอเส้นด้ายกันยูวีจะใช้กับผ้าใยสังเคราะห์ Polyester

1) ผ้าชนิดใยสังเคราะห์โพลีเย็สเตอร์ (Polyester): ผ้าใยสังเคราะห์ เป็นผ้าที่เหมาะใช้สำหรับทำผ้าม่านเพราะเป็นผ้าที่ไม่จับฝุ่น ไม่ยับง่าย และมีน้ำหนักทิ้งตัวดี ผ้าใยสังเคราะไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อย ใช้ได้กับผ้าม่านลายพิมพ์และทอลายในตัว มีคุณสมบัติการรักษารูปทรงดี ไม่ยืดหรือหดง่ายๆ ไม่ลุ่ย ไม่ขุย ทนทาน ยากต่อการชำรุดจากรอยขีดข่วน สีไม่ซีดง่าย ซักเครื่องได้ ทำความสะอาดสะดวก พื้นผิวผ้าดูใหม่ในระยะเวลานาน เหมาะสำหรับทำผ้าม่านและการใช้ตกแต่งภายในอย่างยิ่ง

ผ้าโพลีเย็สเตอร์จะเหมาะกับการทำผ้าม่านเป็นอย่างมากเพราะเรื่องของความทนทาน การต่อต้านแสงแดดดีเยี่ยม สีไม่จางลงหลังจากซัก เนื้อผ้าไม่หดหลังโดนน้ำ และยังเป็นชนิดผ้าที่รักษารูปทรงสวยงามในระยะยาวอีกด้วย ผ้าโพลีเย็สเตอร์สมัยนี้จะประยุกต์ใช้ทอกับเส้นด้ายกันยูวี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด ความร้อน และรังสี Ultraviolet

2) ผ้าชนิดซาติน (Satin): ผ้าม่านซาติน เป็นชนิดผ้าที่มีความเงาข้างหนึ่งแต่ด้านอีกข้างหนึ่ง ข้างที่เงาจะสะท้อนแสงแล้วดูสวยโดดเด่นคล้ายๆกับผ้าไหม เป็นผ้าที่ไม่จับฝุ่นบ่อยแต่เย็บยากเพราะผิวผ้าลื่นมากและสามารถลุ่ยได้ง่าย

ผ้าซาตินจะมีความเงาและลื่น ทำให้ไม่เกาะฝุ่นและรักษาทำความสะอาดง่าย เนื้อผ้าจะนุ่มต่อสัมผัส เราสามารถนำผ้าซาตินมาประยุกต์ใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าและยังเป็นที่นิยมใช้กันในการตกแต่งภายใน ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าที่มีความยืดหยุ่นดี รักษาทรงรูปสวย ซักง่ายแห้งเร็ว แต่อาจเหมาะกับเสื้อผ้ามากกว่าผ้าม่าน ซึ่งต้องการความทนทานและประสิทธิภาพสูงในการป้องกันแสงแดด

3) ผ้าชนิดแจ๊คการ์ด (Jacquard):เป็นชนิดผ้าทอลายในตัว เป็นผ้าที่เหมาะมากสำหรับทำผ้าม่าน เพราะลายในตัวดูสวยชัด และเวลาซัก สีจะไม่ตก ลายผ้าทอลึกลงไปในผ้า ทำให้ลายผ้าทนทาน สีไม่จางลงง่ายๆ ดูสวยคงเดิมในระยะยาว ผ้าลายแจ็คการ์ดจะเป็นผ้าทอลายในตัว ไม่มีการใช้ระบบพิมพ์ลายหรือ “Printing” เพราะฉะนั้นสีของดีไซน์ผ้าจะไม่ซีดหรือจางลงเหมือนผ้าพิมพ์ลาย

4) ผ้าชนิดฝ้าย (Cotton): ผ้าฝ้ายเหมาะสำหรับตัดเย็บผ้าม่านเพราะมีความหนา ทิ้งตัวดีมีน้ำหนัก สีและลายพิมพ์บนพื้นผิวผ้าคมชัด สวยเด่น และสามารถนำมาซักทำความสะอาดง่าย ข้อเสียของผ้าฝ้ายคือซักผ้าม่านแล้วจะหด ผ้าจับฝุ่นง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อย

ผ้าฝ้ายเป็นผ้าอีกชนิดหนึ่งที่มาจากธรรมชาติและนิยมใช้ในการทำผ้าม่านเพราะมีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมในการถ่ายเทอากาศในห้อง ข้อเสียของผ้าม่านฝ้ายอยู่ที่การเลอะสกปรกง่าย ทำให้ต้องซักบ่อย ยับง่าย ทำให้ต้องรีดบ่อย แต่อายุการใช้งานถือว่าดีเยี่ยมเพราะเป็นชนิดผ้าที่ทนทานต่อแสงแดด ผ้าฝ้ายใช้งานได้นานแต่สีจะซีดไวกว่าผ้าชนิดใยสังเคราะห์

5) ผ้าชนิดกำมะหยี่ (Velvet): เนื้อผ้ากำมาหยี่เหมาะสมกับการตัดเย็บทำผ้าม่านเพราะเป็นชนิดผ้าที่มีเนื้อหนาแน่นและหนัก ผ้าเนื้อนี้เพิ่มเสน่ให้กับหน้าตาของห้องได้อย่างดีเพราะเป็นเนื้อผ้าที่เงาเป็นประกาย คนต่างชาติชอบพูดว่าผ้าเนื้อกำมะหยี่ หรือ ผ้าชนิด Velvet เป็นผ้าที่เหมาะกับทำผ้าม่านธีมพระราชา (Royalty) ผ้ารุ่นนี้จะมีเนื้อที่ออกเงา ดูเด่นสวย ผ้ากำมะหยี่ช่วยบังแสงแดดไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ดี โดยเฉพาะผ้ากำมะหยี่สีเข้มจะกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าสีอ่อน แต่ผ้าม่านสีอ่อนจะทำให้พื้นที่ห้องดูปลอดโปร่ง โล่งสบายตากว่า ข้อเสียของผ้ากำมะหยี่คือต้องปัดฝุ่นบ่อยเพราะมีผิวเนื้อผ้าที่จับฝุ่นง่ายกว่าผ้าทำม่านชนิดอื่น

ผ้ากำมะหยี่เป็นที่นิยมใช้ในการตัดเย็บผ้าม่านเพราะดูมีงดงามมีเสน่ห์ ทำให้ห้องมีภาพลักษณ์หรูหรา ดูสวยอย่างมีระดับ ผ้ากำมะหยี่มีข้อดีในเรื่องของความนุ่มสบายต่อสัมผัส แต่การรักษาทำความสะอาดจะไม่ง่ายเหมือนผ้าโพลีเย็สเตอร์หรือผ้าซาติน เพราะจะจับฝุ่นค่อนข้างง่าย และชำรุดเสื่อมได้ง่ายเวลาโดนความชื้นมากๆ

6) ผ้าไหม (Silk): ผ้าไหมจะมีความสวยสง่างามของเส้นใยธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือว่าเป็นชนิดผ้าไทยที่มีเสน่ห์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ผ้าไหมทำจากเส้นใยที่มาจากธรรมชาติ (คายออกจากหนอนไหม) มีคุณสมบัติที่นุ่มสบายต่อสัมผัส มีเนื้อที่เหนียวแน่นทำให้ยืดหยุ่นดี ข้อเสียของการใช้ผ้าไหมทำผ้าม่านอยู่ที่อายุการใช้งานเมื่อเทียบกันกับผ้าใยสังเคราะห์ เส้นใยไหมจะเสื่อมคุณภาพได้เวลาโดนความร้อนสูงจากแสงแดด และยังสามารถชำรุดได้เพราะมีเส้นใยที่แมลงชอบกัดกิน ทำให้ผ้าชนิดนี้ดูแลยากกว่าผ้าชนิดอื่นๆ เราสามารถนำผ้าไหมไปประยุกต์ใช้กับเครื่องนุ่งห่มและการตกแต่งภายใน (Interior Design) จุดเด่นของผ้าไหมอยู่ที่เป็นชนิดผ้าเดียวที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันงดงามของประเทศบ้านเรา และให้ชาวโลกได้เห็นถึงผลงานสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

ผ้าไหมเป็นชนิดผ้าที่มีความงดงามของเส้นไหมที่เป็นเอกลักษณ์ไทย ผ้าชนิดนี้เป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าเป็นเนื้อผ้าที่สวยหรูดูมีเสน่ห์ ได้รับ Global Recognition ในเรื่องของคุณภาพและความสร้างสรรค์ในศิลปวัตถุที่ถ่ายทอดความเป็นไทย

7) ผ้าลินิน (Linen): ผ้าลินินเป็นชนิดผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติเช่นเดียวกับผ้าฝ้ายและผ้าไหม แต่จะแตกต่างกันตรงที่วัตถุดิบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มาจากพืชแฟลกซ์ (Flax) จุดเด่นของผ้าลินินจะคล้ายกับผ้าฝ้ายซึ่งจะอยู่ที่ความทนทาน (เพราะมีเส้นใยที่เหนียวแน่น) มีคุณสมบัติที่ดูดความชื้นจากอากาศ และช่วยในการถ่ายเทอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ผ้าลินินสามารถนำไปตัดเย็บเสื้อผ้าได้ดี เพราะใส่แล้วไม่ร้อนแถมยังนุ่มสบายต่อสัมผัสอีกด้วย ผ้าม่านลินินก็จะมีข้อดีเดียวกับผ้าฝ้ายเช่นกัน นั่นก็คือเป็นผ้าม่านที่ระบายอากาศในห้องได้ดี ทำให้ห้องไม่รู้สึกร้อนอบอ้าว แต่ข้อเสียจะอยู่ที่มีคุณสมบัติที่ยับง่าย ทำให้เวลาใช้เป็นระยะเวลานานแล้วจะต้องถอดมารีดใหม่เพื่อรักษารูปทรงเดิม

ผ้าลินินเป็นชนิดผ้าที่มีความทนทานสูง เป็นผลิตภันฑ์ธรรมชาติที่มาจากพืชแฟลกซ์ ผ้าลินินจะมีคุณสมบัติคล้ายกันกับผ้าฝ้าย นั่นก็คือมีประสิทธิภาพสูงในการระบายอากาศและนุ่มต่อสัมผัส  อาจเหมาะกับการใช้ตัดเย็บเสื้อผ้ามากกว่าผ้าม่าน

ผ้าทำม่านแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ผ้าบางประเภทจะเหมาะกับการตัดเย็บผ้าม่านที่ทำความสะอาดง่ายและสะดวก แต่บางชนิดจะดูแลรักษายากกว่าแต่เหมาะกันการตกแต่งบ้านแบบสวยหรูอลังการ ที่สำคัญคือเราต้องเลือกผ้าทำม่านที่สอดคล้องกับความต้องการของเราและจุดประสงค์ที่ต้องการได้จากผ้าม่าน ถ้าเราอยากได้ผ้าม่านที่ทนทาน ไม่จับฝุ่น และดูแลรักษาง่าย การเลือกผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์จะเหมาะที่สุด ถ้าเราอยากได้ผ้าม่านที่สะท้อนถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทย การเลือกใช้ผ้าไหมมาตัดผ้าม่านอาจเหมาะสมกว่า เป็นต้น 

ร้านผ้าม่าน Fabric Plus (ถนนพาหุรัด) ขายปลีกและส่ง ผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่านหลากหลายประเภท คุณภาพมาตรฐานสากล ราคาประหยัด เรานำเข้าเอง มีโชว์รูมให้ลูกค้าได้ชมผ้าแบบจุใจ ในร้านมีผ้าสำหรับทำผ้าม่านเป็นม้วนๆ มีแบบอย่างผ้าม่านให้ชมมากมาย เรามีบริการตัดเย็บและติดตั้งครบวงจรในทุกแห่งในกรุงเทพฯ Continue reading ผ้าทำม่านที่เหมาะสุดๆ กับการตัดเย็บผ้าม่าน