ผ้าม่านสีพื้น เรียบหรู ยอดนิยม

ผ้าม่านสีพื้น 🧡🧡🧡 เข้ากับกับ Interior Design ทุกคอนเซ็ปต์ ผ้าม่านสีพื้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง? ควรเลือกติดผ้าม่านสีพื้นหรือผ้าม่านแบบมีลวดลายดี?

ผ้าม่านสีพื้นคืออะไร ดีอย่างไร? ผ้าม่านสีพื้น หรือ ผ้าม่านลายพื้น คือ ผ้าม่านที่มีสีเดียวตลอดผืนและไม่มีการทอหรือการพิมพ์ลวดลายใดๆบนเนื้อผ้า พื้นผิวผ้าอาจมีเทกเจอร์หรือไม่มีเทกเจอร์ก็ได้ ผ้าม่านสีพื้นเป็นสไตล์ผ้าม่านยอดนิยมทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพราะเป็นสไตล์เรียบหรู ดูมีระดับ และสามารถใช้ได้กับการตกแต่งทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น สไตล์คลาสสิก สไตล์โมเดิร์น สไตล์มินิมอลลิสต์ หรือ สไตล์คอนเท็มโพรารี่ ก็ใช้ได้หมด ในการเลือกติดผ้าม่านสีพื้นในบ้าน เราสามารถควบคุมสีภายในบ้านได้ง่าย เพราะมีเพียงสีเดียวที่เราต้องควบคุม การสร้างความสมดุลของสีสันภายในบ้านควรทำตามกฎ 60-30-10 บทความนี้จะขยายคอนเซ็ปต์ของการเลือกสีผ้าม่านให้สอดคล้องกับอินทีเรียดีไซน์ภายในบ้าน ผ้าม่านสีพื้นสามารถใช้จับคู่กับสีเฟอร์นิเจอร์หรือสีเครื่องประดับภายในบ้านได้ง่าย ทำให้สามารถสร้างความสมดุลได้ง่ายด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านสีพื้นมีหลายตัวเลือก: ผ้าม่านสีพื้นจะมีหลากหลายเนื้อ รวม เนื้อเงา เนื้อด้าน เนื้อขน เนื้อกระสอบ เนื้อเทกเจอร์ เป็นต้น การเลือกใช้ระหว่างผ้าม่านเนื้อเงาหรือเนื้อด้านจะอยู่ที่รสนิยมและความต้องการของแต่ละบุคคล ถ้าเราอยากให้บ้านเข้าคอนเซ็ปต์ Elegant แบบเรียบหรู ออกแนว “Minimalist” ควรเลือกใช้ผ้าม่านเนื้อด้าน ถ้าอยากให้บรรยากาศภายในห้องดู Flashy สว่างตา ควรเลือกติดผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านเนื้อกระสอบจะออกแนว “Retro” ดูคลาสสิก ลายกระสอบเป็นลายผ้าเย็บผ้าม่านยอดนิยมในโรงแรมระดับไฮเอนด์ เพราะเป็นเนื้อผ้าที่ดูไฮคลาส “Stylish” และดูมีระดับอย่างยิ่ง ผ้าเนื้อกระสอบที่ทออย่างหนาแน่นจะสามารถใช้เป็นผ้าหุ้มเบาะและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย ทำให้การตกแต่งเข้าคอนเซ็ปต์รวกเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถใช้ผ้าเย็บผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะตัวเดียวกันได้ ไม่จำเป็นต้องหาผ้าสองเนื้อและสองสีมาแมทช์กันให้ยากลำบาก

ผ้าม่านสีพื้น เหมาะกับผ้าม่านทุกรูปแบบ: ผ้าม่านสีพื้น หรือ ผ้าม่าน Mono-Tone สามารถใช้ตัดเย็บผ้าม่านในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่านหลุยส์ เป็นต้น เพราะผ้าม่านสีพื้นเป็นสไตล์ “All Purpose” เข้าได้กับทุกคอนเซ็ปต์ สามารถใช้ได้กับทุกสไตล์ ถ้าวิเคราะห์เปรียบเทียบความต้องการของตลาดผ้าม่านในประเทศไทยแล้ว ผ้าม่านจีบและผ้าม่านตาไก่เป็นสองสไตล์ยอดนิยม รองลงมาคือผ้าม่านพับและผ้าม่านหลุยส์ แต่เราจะสังเกตได้ว่าไม่ว่าจะเลือกผ้าม่านในรูปแบบใด ผ้าม่านสีพื้นจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเสมอ เพราะเป็นดีไซน์ผ้าที่ไม่มีวันตกยุค สามารถใช้ได้ตลอดกาลอย่างแท้จริง

ประวัติการใช้ผ้าม่านสีพื้น: การเลือกใช้ผ้าม่านสีพื้นเริ่มตั้งแต่ยุค 3100 BC ชาวอียิปต์เป็นผู้คิดค้นวิธีการสร้างความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่บ้าน พวกเขาจะเย็บผ้าม่านจากขนสัตว์ ผ้าม่านในสมัยนั้นจะใช้เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว สำหรับกั้นห้องระหว่างกลาง และเพื่อแบ่งแยกห้องตามสัดส่วนและวัตถุประสงค์ อย่างเช่น แบ่งโซนห้องทำอาหารจากโซนห้องนอน เป็นต้น หลังจากนั้นในยุคสมัย 6 BC ชาวยุโรปก็เริ่มมาใช้ผ้าม่านด้วยเช่นกัน ชาวยุโรปใช้ผ้าม่านเพื่อป้องกันลมหนาวและความเย็นจากภายนอก ผ้าม่านที่ใช้จะถักทอด้วยเส้นด้ายคอตตอนสีพื้น (ผ้าฝ้าย) และผ้าลินินสีพื้น ผ้าม่านแบบทอลวดลายเริ่มมาฮิตหลังจากที่คนจีนนำผ้าม่านมาใช้ในประเทศ ผ้าม่านที่คนจีนนิยมใช้คือผ้าที่ถักทอด้วยผ้าไหมจีน มีลวดลายโดดเด่น เน้นสีสันตามความเชื่อในฮวงจุ้ย แม้กระนั้น ความนิยมในการใช้ผ้าม่านสีพื้นก็ไม่เคยลดลง กลับมาสู่ยุคปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ตลาดผ้าม่านและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เราจะสังเกตได้ว่าผ้าม่านสีพื้นยังคงเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง เหมาะใช้กับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นสไตล์ที่มาแรงที่สุดตั้งแต่ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาถึงทุกวันนี้

การเลือกสีผ้าม่านให้เข้าคอนเซ็ปต์: การเลือกให้สีผ้าม่านเหมาะสมกับ Interior Design ควรดูที่สีของวอลเปเปอร์/ผนังห้อง สีเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องประดับต่างๆในห้อง ในการเลือกสีผ้าม่านให้เข้ากับห้อง เราไม่จำเป็นต้องเลือกสีผ้าม่านเดียวกันกับสีเฟอร์นิเจอร์หรือสีวอลเปเปอร์ สิ่งที่สำคัญ คือ สีผ้าม่านต้องสามารถจับคู่หรือ “แมทช์” กับสีผนังห้องหรือสีเฟอร์นิเจอร์ได้ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเทาสามารถใช้กับวอลล์เปเปอร์สีขาว สีครีม สีควันบุหรี่ สีฟ้า สีม่วง เป็นต้น การเลือกสีผ้าม่านเดียวกับสีวอลล์เปเปอร์จะทำให้ผ้าม่านกลมกลืนกับผนังห้อง และทำให้ห้องดูจืดชืด ไม่มีสีสัน การเลือกสีผ้าม่านให้ตัดกับสีผนังห้องเล็กน้อยจะช่วยทำให้บรรยากาศภายในห้องดูมีสีสัน มีชีวิตชีวา ตามสำนวนภาษาอังกฤษที่นักออกแบบจะชอบใช้กัน “Bring Your Room to Life” หรือ “Add Life to Your Room” เลือกผ้าม่านที่ทำให้ห้องดูมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวามากขึ้น

ผ้าม่านสีพื้นและความสมดุลของสีภายในบ้าน: องค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรลืมคือความสมดุลของสีสันภายในห้อง วิธีที่ดีที่สุดคือการตกแต่งบ้านด้วยกฎสี “60-30-10” เพราะเป็นกฎที่ได้รับการยอมรับจากนักออกแบบทั่วโลกว่าสามารถสร้างความสมดุลของสีสันภายในห้องได้อย่างลงตัวที่สุด จากผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับการทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูมีมิติ “Fresh” และมีชีวิตชีวามากขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มกระจกในห้อง การเพิ่มหลอดไฟในบ้าน การจัดเฟอร์นิเจอร์ให้สอดคล้องกับช่องทางเดิน เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการเดินในบ้าน การแต่งผนังห้องด้วยงานศิลปะ การนำพรรณไม้มาปลูกในบ้าน เป็นต้น และแน่นอน การเลือกใช้ผ้าม่านที่เหมาะสมจะมีอิทธิพลต่อบรรยากาศห้องด้วยเช่นกัน

เลือกผ้าม่านสีพื้นหรือผ้าม่านที่มีลวดลายดี? โดยทั่วไป ผ้าม่านที่มีลวดลายจะทำให้ห้องดูมีสีสัน ไม่จืดชืด แต่ถ้าผ้าม่านมีลวดลายมากเกินไป ก็จะทำให้ห้องดูรกหูรกตา ผ้าม่านสีพื้นจะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสงบและสามารถช่วยยกระดับคุณภาพของการพักผ่อน ให้เรารู้สึก Relax ผ่อนคลายง่ายขึ้นเวลาอยู่บ้าน

“ผ้าม่านคือหน้าตาของบ้าน”: ไม่ว่าเราอยากได้ผ้าม่านที่มีลวดลายหรือสีพื้น ถ้าอยากให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสมดุล เราควรเลือกสีผ้าม่านที่เข้าคอนเซ็ปต์ตามกฎ “60-30-10” ตามกฎนี้ ส่วนใหญ่ผ้าม่านจะเป็นสีกลาง (อยู่ในกลุ่ม “30”) ซึ่งก็คือสีที่ช่วยตัดกับสีหลัก (ในกลุ่ม “60”) นั่นเอง แต่ก็มีบ้านหลายหลังที่เลือกใช้สีผ้าม่านเป็นสีหลักด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเราจะเลือกใช้ผ้าม่านเป็นสีหลักหรือสีรอง สิ่งที่สำคัญคือความสมดุล เพราะการสร้างความสมดุลของสีสันภายในบ้านจะทำให้บ้านดูสดชื่น สบายตา และน่าอยู่

เลือกสีผ้าม่านที่ถูกใจ: สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ควรลืม คือ ให้เลือกสีผ้าม่านที่ถูกใจเรามากที่สุด เพราะเราคือผู้อาศัยที่อยู่บ้านและต้องเห็นผ้าม่านทุกวัน เพราะฉะนั้น ควรเลือกสีผ้าม่านที่ทำให้เรามีความสุขเวลาได้เห็นมันทุกๆครั้ง แต่ละห้องในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านสีเดียวกัน โดยทั่วไป ถ้าบ้านมีสองชั้น ผ้าม่านในชั้นล่างจะใช้สีเดียวกันทั้งหมด อย่างเช่น ผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และห้องทานอาหารจะใช้ผ้าตัวเดียวกัน (มีเฉพาะห้องพระที่สามารถเลือกผ้าม่านที่ต่างกันได้ ผ้าม่านในห้องพระส่วนใหญ่จะใช้โทนสีทอง) ส่วนชั้นบนจะสามารถแบ่งสีผ้าม่านเป็นห้องๆได้ อย่างเช่น ห้องนอนแรกอาจเลือกใช้ผ้าม่านสีเขียว ห้องนอนที่สองอาจเลือกใช้ผ้าม่านสีฟ้า ส่วนห้องนอนที่สามอาจเลือกใช้ผ้าม่านสีชมพู เป็นต้น

ผ้าม่านในห้องนอน: การเลือกสีผ้าม่านสำหรับแต่ละห้องนอนจะอยู่ที่ความต้องการของเจ้าของห้อง และไม่จำเป็นต้องเหมือนหรือคล้ายกับผ้าม่านในห้องอื่นๆ เจ้าของห้องบางคนเลือกแต่งผ้าม่านให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับในห้อง เพื่อสร้างความสมดุลให้ห้องมีเสน่ห์ลงตัว แต่ก็จะมีหลายคนที่ต้องการสีผ้าม่านที่แหวกแนว เข้ากับคอนเซ็ปต์ส่วนตัว และเป็นสไตล์ของตัวเอง อย่างเช่น ผ้าม่านสีดำ ผ้าม่านสีกรม ผ้าม่านสีเงิน ที่อาจไม่สอดคล้องกับสีสันภายในห้องแต่อย่างใด แต่เนื่องจากการที่ห้องนอนเป็นสถานที่ส่วนตัว การเลือกสีผ้าม่านจึงไม่จำเป็นต้องเข้าคอนเซ็ปต์ก็ได้ แต่จะอยู่ที่ความพึงพอใจของเจ้าของห้องมากกว่า อย่าลืมว่า ผ้าม่านที่ดีคือผ้าม่านที่มอบความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่ผ้าม่านที่ทำตามหน้าปกนิตยสารการตกแต่งบ้าน การแต่งบ้านให้ดูสวยและน่าอยู่สำหรับตัวเราเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบ้านคือสถานที่ที่มอบความสุขให้กับเรามากที่สุด

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าเย็บผ้าม่านสีพื้นหลากหลายชนิด หลายสี หลายดีไซน์ ผ้าม่านสีพื้นจะมีทั้งแบบปกติและแบบเนื้อป้องกันUV ผ้าม่านกันUVคือผ้าที่ถักทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn ผ้าม่านสีพื้นแบบรุ่นป้องกันUVที่เราจำหน่ายเป็นผ้าม่านที่ฮิตในตลาดมาก เพราะมีเทกเจอร์ 3 มิติในตัว ทำให้ผ้าม่านดูสวยงาม มีมิติมากกว่าผ้าม่านพื้นธรรมดาทั่วไป หน้าร้านผ้าม่าน ATM Decor อยู่ติดถนนพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านสีพื้นได้ที่ 02 223 4828 หน้าร้านจะมีผ้าทำผ้าม่านสีพื้นหลายเนื้อให้เลือก รวม ผ้าม่านเนื้อซาติน ผ้าม่านเนื้อขน ผ้าม่านเนื้อกระสอบ ผ้าม่านเนื้อเทกเจอร์ และอื่นๆอีกมากมาย สำหรับใครที่ชอบผ้าม่านลายดอกไม้ ผ้าม่านทูโทน ผ้าม่านลายกราฟฟิก ผ้าม่านลายหลุยส์ ผ้าม่านลายริ้ว ฯลฯ เรามีหลายสีหลายลายให้เลือกเช่นกัน ที่ บริษัท แฟบริค พลัส มีผ้าม่านให้เลือกเติมอิ่มจุใจอย่างแน่นอน Continue reading ผ้าม่านสีพื้น เรียบหรู ยอดนิยม

ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านแนววินเทจ เลือกผ้าม่านแบบไหนดี?

ผ้าม่านสวยๆ มีมากมายหลากหลายแนวให้เลือก 🧡🧡🧡 ผ้าม่านมีหลากหลายชนิด หลากหลายราคา แต่ละชนิดจะมีความสวยงามและความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ผ้าม่านแต่ละประเภทมีความสวยงามที่ต่างกัน: ผ้าม่านเนื้อเงาจะทำให้ห้องดูสว่าง เพราะจะสะท้อนแสงให้กระจายไปทั่วห้อง ทำให้หน้าตาบ้านดูเปล่งปลั่ง มีความสดใส ผ้าม่านเนื้อด้านจะดูสวยงามในแนวเรียบหรู ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์แนว “Chic” ผ้าม่านลายปักจะดูสวยงามในสไตล์หรูหราอลังการ ออกแนวไฮโซ ดูมีราคา ผ้าม่านแนววินเทจจะออกสไตล์หวานแหวว ทำให้หน้าตาบ้านดูมีสีสัน มีความสดชื่นในธีมธรรมชาติ ลายดอกไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยในการพักผ่อน และทำให้รู้สึกดี 

ผ้าม่านแต่ละชนิดจะมีเนื้อและพื้นผิวผ้าที่ต่างกัน: ผ้าม่านเนื้อซาตินจะมีความเงา พื้นผิวลื่น ไม่จับฝุ่น ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์ (ผ้าใยสังเคราะห์) จะมีแบบทั้งพื้นผิวเงาและพื้นผิวด้าน มีทั้งแบบจับฝุ่นและไม่จับฝุ่น ปกติแล้วผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์จะไม่จับฝุ่น แต่โดยที่ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์ก็จะมีหลายประเภทเช่นกัน โดยที่บางประเภทจะถักทอแบบมีขนนิดๆบนผิวผ้า ทอคล้ายๆกับผ้ากำมะหยี่ ทำให้ผ้าเนื้อนี้จับฝุ่นง่ายกว่าผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์ที่ถักทอแบบพื้นผิวมันวาว ผ้าม่านเนื้อคานวาสจะมีพื้นผิวสาก ไม่ลื่น (เนื้อแคนวาสจะมีความหยาบกว่าผ้าฝ้ายทั่วไป) และจับฝุ่นง่ายกว่าผ้าม่านเนื้อใยสังเคราะห์ แต่ก็เป็นชนิดผ้าที่นิยมใช้ในการทำผ้าม่านเพราะการพิมพ์สีบนผ้าม่านเนื้อคานวาสจะดูสวยงาม มีสีสดและลวดลายคมชัด นอกจากใช้ทำผ้าม่านแล้ว ผ้าเนื้อคานวาสยังสามารถนำไปตกแต่งประดับสิ่งของอื่นๆในบ้านได้ อย่างเช่น เก้าอี้ โซฟา เฟอร์นิเจอร์หวาย ผ้าคลุมโต๊ะ ปลอกหมอนอิง เป็นต้น 

ผ้าม่านในแต่ละห้องไม่ต้องเหมือนกัน: หลายคนอาจสงสัยว่าการเลือกติดผ้าม่านในบ้านควรใช้แค่สีเดียวลายเดียวทั้งหลังหรือสามารถเลือกได้หลายๆสี หลายๆดีไซน์ ความจริงคือเราสามารถเลือกติดผ้าม่านในสีที่แตกต่างกันได้สำหรับแต่ละห้อง ตามหลักการตกแต่งอินทีเรียดีไซน์ ถ้าเราสามารถมองเห็นหลายๆห้องในบ้านได้พร้อมกัน ควรเลือกสีและลายผ้าม่านเดียวกัน แต่ถ้าห้องในแต่ละโซนของบ้านมีกำแพงปิดกั้นที่ทำให้ไม่เห็นผ้าม่านในห้องพร้อมกัน เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่มีต่างสีต่างลายได้ บางคนอยากติดผ้าม่านแบบแบ่งตามชั้นของบ้าน ชั้นล่างใช้ผ้าม่านสีหนึ่ง ส่วนชั้นบนใช้ผ้าม่านอีกสีหนึ่ง บางคนเลือกติดผ้าม่านสีเดียวกันและดีไซน์เดียวกันสำหรับบ้านชั้นล่าง แต่ชั้นบนติดหลายๆสีสำหรับแต่ละห้อง การแบ่งสีและลายผ้าม่านมีหลากหลายวิธี เราไม่จำเป็นต้องเลือกดีไซน์และสีผ้าม่านให้เหมือนกันทั้งหลัง

ผ้าม่านในแต่ละสีให้ความรู้สึกที่ต่างกัน: การเลือกวรรณะสีของผ้าม่านในแต่ละห้องก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านในแต่ละโทนจะให้ความรู้สึกและสร้างบรรยากาศภายในห้องที่ไม่เหมือนกัน ผ้าม่านสีอุ่นๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเอิร์ธโทน ผ้าม่านสีน้ำตาล ผ้าม่านสีโอรส ผ้าม่านสีพิ้งโกล จะทำให้บรรยากาศห้องดูอบอุ่น “Cozy” ดูเซฟ ผ้าม่านสีเย็นๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเขียวใบไม้ ผ้าม่านสีเขียวทะเล ผ้าม่านสีฟ้า ผ้าม่านสีน้ำเงิน ผ้าม่านสีบานเย็น จะทำให้ห้องมีความรู้สึกผ่อนคลาย “Relax” ดูเย็นสบายตา ช่วยในการพักผ่อน ผ้าม่านสีร้อนๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีแดง ผ้าม่านสีส้ม ผ้าม่านสีม่วงแดง ผ้าม่านสีเหลือง จะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉง สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สามารถช่วยให้เรามีแรงมีพละกำลังมากยิ่งขึ้น อ่านเกี่ยวกับอิทธิพลของสีผ้าม่านต่างๆได้ตามลิงค์

การแต่งห้องแบบให้ดูสวยงามเข้าคอนเซ็ปต์: ผ้าม่านที่ใช้ในการเดคคอเรทห้องให้ดูมีความสวยงามลงตัวควรเลือกใช้วรรณะสีที่เข้าคอนเซ็ปต์ของอินทีเรียดีไซน์ อ่านเกี่ยวกับการเลือกสีผ้าม่านที่สร้างความสมดุลในโทนสีของห้องได้ตามลิงค์ การเลือกผ้าม่านมีหลากหลายชนิด เราสามารถเลือกติดผ้าม่านกันUVสีพื้น ผ้าม่านกันUVแนววินเทจ ผ้าม่านแบบทอลายในตัว (ผ้าม่านเนื้อแจ็คการ์ด) ผ้าม่านซาติน ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านเนื้อแคนวาส ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านมีเทกเจอร์ เป็นต้น การเลือกติดผ้าม่านที่มีสีสันและสไตล์ที่เข้าคอนเซ็ปต์จะทำให้บ้านดูมีความสวยงาม ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์ที่ลงตัว Continue reading ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านแนววินเทจ เลือกผ้าม่านแบบไหนดี?