ร้านผ้าม่าน ATM Decor

ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ บริษัท แฟบริค พลัส จำกัด 354/1  ถนน พาหุรัด แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร: 02 223 4828 แฟกซ์: 02 224 4211 เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์: 10.30-17.30 น. เรายินดีต้อนรับท่านเสมอ  Continue reading ร้านผ้าม่าน ATM Decor

Map

Our shop is located right next to the main road (Phahurat Road), please contact us at 02 223 4828 for information about our curtains and services. ATM Decor We specialize in curtain fabrics and provide custom made curtains. We aim to make each and every home in Bangkok a pleasant and beautiful place to live … Continue reading Map

เกี่ยวกับเรา

พันธกิจ
ผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ ผ้าม่านที่มอบทั้งสีสันและความเรียบหรูให้บรรยากาศในบ้าน ช่วยป้องกันความร้อนแสงแดด ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย Continue reading เกี่ยวกับเรา

ผ้าม่านโปร่ง เคล็ดลับที่เพิ่มความซอฟท์ให้กับหน้าตาบ้าน

ผ้าม่านโปร่ง🧡🧡🧡ทำให้บ้านดูมีบรรยากาศนุ่มนวลอ่อนโยน สร้างความรู้สึกอบอุ่น ทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

เคล็ดลับในการเพิ่มความนุ่มนวล Graceful & Delicate ให้กับบรรยากาศบ้านก็คือการติดผ้าม่านโปร่งนั่นเอง การติดตั้งผ้าม่านโปร่งสามารถช่วยให้บ้านดูนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งขึ้น และช่วยสร้างความรู้สึกดีๆเวลาอยู่บ้าน

ผ้าม่านโปร่ง ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว: ผ้าม่านโปร่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลก และในประเทศบ้านเราก็นิยมใช้ผ้าม่านโปร่งเช่นเดียวกัน โดยทั่วไปแล้ว การติดผ้าม่านโปร่งคือเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวเวลาเปิดผ้าม่านทึบ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องเปิดผ้าม่านเวลาอยู่บ้าน การเปิดผ้าม่านมีหลายเหตุผล บางทีเราอยากเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน หรือบางทีอาจต้องการชมวิวทิวทัศน์สวยๆข้างนอกบ้าน การได้ชมวิวสวยๆเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพรวมทั้งเป็นการผ่อนคลายชนิดหนึ่ง การติดผ้าม่านโปร่งจะทำให้เราสามารถชมวิวสวยๆนอกบ้านได้โดยที่ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสามารถแอบมองเข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ การเปิดผ้าม่านให้แสงธรรมชาติเข้ามาจะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูปลอดโปร่งมากขึ้น และยังสามารถช่วยผ่อนคลายความอึดอัดเวลาอยู่ในบ้านด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การมีแสงอาทิตย์เข้ามาบ้างจะทำให้บ้านมีบรรยากาศสว่างสดใส ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

ผ้าม่านโปร่งสามารถช่วยปรับแสงในห้อง ทำให้บ้านดูสว่างสดใสได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองไฟ เพราะเราสามารถรักษาความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่เปิดผ้าม่านทึบให้แสงผ่านเข้ามาในบ้าน ผ้าม่านสีขาวออฟไวท์เป็นสียอดนิยมสำหรับม่านโปร่ง ไม่ว่าจะตัดในรูปแบบไหนก็ดูเหมาะสม สีออฟไวท์เป็นสีที่มีความสมดุลระหว่างความนุ่มและความสว่างสดใสมากที่สุด

ผ้าม่านโปร่ง สามารถใช้ได้กับบ้านทุกสไตล์: ไม่ว่าจะออกแบบบ้านในสไตล์ไหนและคอนเซ็ปต์ใด เราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งมาประดับหน้าต่างและประตูบ้านให้สร้างบรรยากาศอบอุ่นและทำให้บ้านดูน่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ ผ้าม่านโปร่งสีพื้นจะเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดร์นและสไตล์มินิมอลลิสต์ การเลือกติดผ้าโปร่งสีขาวออฟไวท์จะทำให้หน้าตาบ้านดูนุ่มนวล อ่อนโยน และสวยงามแบบ “Graceful” มากขึ้น ผ้าม่านโปร่งสีพื้นจะเหมาะกับสไตล์ Interior Design เรียบหรู ส่วนผ้าโปร่งลายปัก ลายฉลุ และลายลูกไม้ต่างๆจะเหมาะกับบ้านที่ตกแต่งแนววินเทจและสไตล์คันทรี ผ้าโปร่งลายลูกไม้จะสร้างบรรยากาศอ่อนหวาน ดูสวยแบบน่ารัก มีเสน่ห์ “Chic” และยังสามารถช่วยทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย

ผ้าม่านโปร่งสามารถเติมความ Soft ของบรรยากาศภายในบ้าน ทำให้ดูอบอุ่นและน่าอยู่ยิ่งขึ้น สียอดนิยมคือสีขาวออฟไวท์

ผ้าม่านโปร่งเหมาะกับห้องไหนในบ้าน? เราสามารถเลือกติดผ้าม่านโปร่งในทุกห้องในบ้านที่มีผ้าม่านทึบ แต่บางคนจะติดเฉพาะบางห้องเท่านั้นเพื่อประหยัดงบประมาณ การติดผ้าม่านโปร่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพราะจะมีรางผ้าม่านเพิ่ม จำนวนผ้าเพิ่ม และงานตัดเย็บก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ถ้าจะให้เน้นเฉพาะห้องที่จำเป็น ผ้าม่านโปร่งไม่จำเป็นต้องติดในห้องไหนทั้งนั้น แต่ถ้าอยากมีผ้าโปร่งบ้าง เราแนะนำให้ติดผ้าม่านโปร่งในห้องนอนและห้องรับแขก ผ้าม่านโปร่งควรจะติดในห้องนอนเพราะเวลาต้องการเปิดผ้าม่านทึบเพื่อมองออกนอกบ้านหรือชมวิว เราสามารถมองผ่านทะลุผ้าโปร่งได้ แต่คนภายนอกจะมองผ่านเข้ามาเห็นเราไม่ได้ (เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น) ถ้าเวลากลางคืนจะสลับกัน ในเวลากลางคืน เราจะเปิดไฟในห้อง ทำให้คนภายนอกที่อยู่ในความมืดจะมองเข้ามาผ่านผ้าโปร่งได้ แต่เราจะมองผ่านผ้าโปร่งออกไปข้างนอกไม่ได้ ส่วนผ้าม่านโปร่งควรติดไว้ในห้องรับแขกเพราะเป็นโซนต้อนรับของบ้าน ซึ่งควรจะมีบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย ผ้าม่านโปร่งจะช่วยสร้างความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ผ้าม่านโปร่งจะช่วยทำให้บ้านดูดี มีภูมิฐาน

แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านโปร่งจะช่วยสร้างบรรยากาศปลอดโปร่ง และสามารถช่วยในการคลายความรู้สึกอึดอัดได้อย่างดี ผ้าม่านโปร่งสีขาวออฟไวท์จะเหมาะเป็นพิเศษสำหรับทำให้บรรยากาศบ้านดูปลอดโปร่ง การใช้ผ้าม่านโปร่งสีเข้มๆจะไม่สามารถช่วยได้ดีเท่าผ้าสีอ่อนๆในเรื่องนี้ เราสามารถเห็นความแตกแต่งอย่างชัดเจนระหว่างการใช้ผ้าม่านสีขาวออฟไวท์และการใช้ผ้าม่านโปร่งสีเข้มจากรูปภาพเหล่านี้

ผ้าม่านโปร่งสามารถจัดแบ่งพื้นที่ในบ้านได้: ถ้าบ้านมีขนาดเล็ก การใช้ฉากกั้นห้องหรือกำแพงบิวท์อินระหว่างห้องจะทำให้บ้านยิ่งดูเล็กลง การติดผ้าม่านโปร่งระหว่างห้องจะทำให้แสงภายในห้องสว่างมากขึ้น แสงไฟจะไม่โดนกีดกั้นและจึงจะมีพื้นที่เดินทางมากกว่าห้องที่ปิดทึบ การที่มีแสงไฟสะท้อนมากขึ้นจะช่วยลวงตาให้ห้องดูมีความกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง นอกจากนี้ ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูซอฟท์ มีความนุ่มนวล และช่วยให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ง่ายกว่าฉากกั้นห้องหรือกำแพงบิวท์อิน

ผ้าม่านโปร่งช่วยลดความจ้าของแสงแดด: เราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งกรองแสงแดดบางส่วนออก ทำให้บ้านดูสว่างสดใส ในขณะเดียวกัน แสงในบ้านจะไม่จ้าเกินไป การเลือกติดผ้าม่านโปร่งจะช่วยปรับความสมดุลของแสงภายในบ้าน

ผ้าม่านโปร่ง ตอบโจทย์ในเรื่องของฟังก์ชั่น: ถ้าเวลาเปิดผ้าม่านแล้วแสงแดดจ้าเกินไป การติดผ้าม่านโปร่งจะช่วยลดความจ้าของแสงแดดได้ ถ้าเวลาปิดผ้าม่านแล้วบ้านดูทึมหรือมืดเกินไป การติดผ้าม่านโปร่งจะทำให้เราสามารถเปิดผ้าม่านได้โดยยังคงรักษาความเป็นส่วนตัว การติดผ้าม่านโปร่งจะทำให้ไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน เพราะเราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งเป็นชั้นกรองแสงแดดที่เข้ามาในบ้าน ให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ

ผ้าม่านโปร่งมีหลากหลายรูปแบบ การติดผ้าม่านโปร่งจะช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูซอฟท์ลง ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

ผ้าม่านโปร่งช่วยทำให้สร้างความสมดุลของแสงไฟในห้อง: อย่างที่เรียนข้างต้น การเปิดผ้าม่านทึบเพื่อให้แสงอาทิตย์เข้ามาบ้างจะทำให้บ้านดูสว่างและปลอดโปร่งมากขึ้น ถ้าไม่มีผ้าม่านโปร่ง การเปิดผ้าม่านจะไม่สามารถกรองแสงแดดได้เลย และจะทำให้บ้านสว่างจ้าเกินไปในตอนกลางวัน เวลาแสงแดดเข้ามาในบ้านในปริมาณมากจะมีผลต่อการทำกิจกรรมต่างๆภายในบ้าน อย่างเช่นเวลาอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ถ้ามีแสงแดดจ้าเข้ามามากจะทำให้ห้องในบ้านร้อนและแสงแดด (Sun Glare) ก็สามารถเข้าตาได้ ซึ่งทำให้การทำกิจกรรมเหล่านี้ไม่เสถียรเท่าที่ควร ถ้าติดผ้าม่านโปร่ง เราจะสามารถกรองแสงแดดตามที่ต้องการได้ ให้แสงไฟในห้องมีความสมดุล ไม่จ้าเกินไปและไม่มืดเกินไป

ผ้าม่านโปร่งกั้นห้อง ช่วยให้บ้านดูปลอดโปร่ง สร้างบรรยากาศภายในนุ่มนวล เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่เล็ก การติดตั้งผ้าม่านโปร่งสามารถช่วยได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความเป็นส่วนตัว การกั้นห้อง การปรับระดับแสงสว่างภายในบ้าน ผ้าม่านโปร่งจะช่วยผ้าม่านทึบในการกรองแสงแดด และยังช่วยทำให้บ้านมีบรรยากาศอบอุ่นมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านโปร่ง นานาชนิด: ผ้าโปร่งสำหรับทำผ้าม่านมีหลากหลายชนิด มีผ้าโปร่งลินินสีพื้น ผ้าโปร่งใยสังเคราะห์ ผ้าโปร่งทอลายในตัว ผ้าโปร่งลายปัก ผ้าโปร่งลายฉลุ ผ้าโปร่งลูกไม้ ผ้าโปร่งลายแฟนซีต่างๆ เป็นต้น เราสามารถเลือกตัดเย็บผ้าม่านโปร่งเป็นรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านโปร่งตาไก่ ผ้าม่านโปร่งจีบ ผ้าม่านโปร่งพับ ผ้าม่านโปร่งหลุยส์ ผ้าม่านโปร่งคอกระเช้า เป็นต้น

ผ้าม่านโปร่งแสง มีหลากหลายรูปแบบ สีขาวออฟไวท์เป็นยอดนิยม เพราะสามารถใช้เข้ากับผ้าม่านทึบทุกสี

ผ้าม่านโปร่ง รูปแบบและสไตล์อิสระ: ผ้าม่านโปร่งไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกันกับผ้าม่านทึบก็ได้ อย่างเช่น เราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งในรูปแบบม่านจีบในชุดเดียวกันกับผ้าม่านทึบที่เย็บตาไก่หรือหลุยส์ การเลือกรูปแบบผ้าม่านทึบจะไม่กำหนดรูปแบบของผ้าม่านโปร่ง แต่จะมีข้อยกเว้นเวลาเลือกติดผ้าม่านโปร่งตาไก่ การติดผ้าม่านทึบตาไก่พร้อมกับผ้าม่านโปร่งตาไก่จะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านลำบาก เพราะห่วงตาไก่ของผ้าม่านโปร่งและผ้าม่านทึบจะเสียดสีกัน ปัญหานี้จะเกิดขึ้นบ่อยกับผ้าม่านตาไก่ที่มีลอนลึก การเสียดสีของห่วงตาไก่จะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านฝืดและไม่ลื่นเท่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นเราควรจะติดผ้าม่านโปร่งจีบแทน เพื่อให้การเปิดปิดผ้าม่านง่ายและสะดวก

ในกรณีติดผ้าม่านทึบเป็นม่านตาไก่ การติดผ้าม่านโปร่งเป็นม่านตาไก่เช่นกันจะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านฝืด เพราะตัวห่วงตาไก่จะเสียดสีกัน เพราะฉะนั้นเราควรเลือกติดผ้าม่านโปร่งเป็นม่านจีบหรือม่านคอกระเช้าแทน ถ้าอยากติดผ้าม่านโปร่งเป็นม่านตาไก่ก็สามารถทำได้ แต่ลอนผ้าม่านจะต้องไม่ลึก ต้องตัดเย็บผ้าม่านเป็นสไตล์แบนๆ เพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้นระหว่างผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง

ผ้าม่านโปร่งในคอนเซ็ปต์ Minimalist: ผ้าโปร่งมีทั้งแบบสีพื้นและแบบมีลวดลาย ส่วนมากจะนิยมใช้เป็นสีขาวล้วนหรือสีขาวออฟ-ไวท์ (Off-white) ผ้าม่านโปร่งแบบมีลวดลายอาจมีลายในตัวเล็กน้อย อย่างเช่นลายทาง ลายเน็ต ลายสก๊อต เป็นต้น ผ้าโปร่งสีพื้นมักจะใช้กับบ้านที่ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์โมเดิร์นและมินิมอลลิสต์ ผ้าโปร่งในคอนเซ็ปต์มินิมอลลิสต์จะมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันจากสายตาผู้อื่นไม่ให้มองเข้ามาและเพื่อกรองแสงแดดเท่านั้น แต่ไม่ได้ใช้เพื่อให้บ้านดูมีความสวยงามหรือหรูหรามากขึ้น แม้ผ้าม่านโปร่งสีพื้นในคอนเซ็ปต์ของมินิมอลลิสต์อาจไม่ได้ใช้เพื่อความสวยงาม แต่การเพิ่มมิติให้กับหน้าต่างและประตูบ้านจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของบ้านดูไฮคลาสมากขึ้น ผ้าม่านโปร่งตามคอนเซ็ปต์มินิมอลลิสต์จะทำให้บ้านดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นและมีบรรยากาศผ่อนคลาย

ผ้าม่านโปร่งสามารถทำให้บรรยากาศบ้านดูอบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้นโดยการเพื่มความซอฟท์ “Softness” ให้ภาพลักษณ์ของห้อง ผ้าม่านโปร่งจะเพิ่มมิติในห้อง ช่วยให้บ้านดูมีความนุ่มนวลอ่อนโยน และยังสามารถยกระดับความสวยหรูของ Interior Designได้อีกด้วย การเลือกผ้าม่านโปร่งควรเลือกให้สอดคล้องกับสีห้องเพื่อให้ตัดเย็บออกมามีความสมดุลและสามารถ Mix & Match กับสีผนังและเฟอร์นิเจอร์อย่างลงตัว

ผ้าม่านโปร่งลายลูกไม้สำหรับบ้านที่ตกแต่งสไตล์ Vintage: ถ้าอยากตกแต่งห้องให้ดูมีสีสันร่าเริง การทำผ้าม่านสองชั้นด้วยการเสริมผ้าโปร่งจะช่วยได้อย่างมาก โดยเฉพาะเวลาเลือกผ้าโปร่งลายปัก ผ้าโปร่งลายฉลุ หรือผ้าโปร่งลายลูกไม้ ผ้าม่านโปร่งเหล่านี้จะใช้กับบ้านที่ตกแต่งสไตล์วินเทจ (Vintage Interior) และสไตล์คันทรี (Country Interior) ผ้าโปร่งลายปักและผ้าโปร่งลายฉลุมักจะใช้ตกแต่งหน้าต่างประตูบ้านให้ดูมีความหรูหรายิ่งขึ้น และให้บ้านดูสวยงาม มีความโดดเด่น

ผ้าม่านโปร่งลายปักและลายฉลุจะเหมาะกับบ้านที่ตกแต่งแบบหรูหรา ผ้าม่านโปร่งลายปักและลายฉลุจะมีราคาสูงกว่าผ้าม่านโปร่งธรรมดาเกือบสองเท่า ส่วนใหญ่ บ้านที่ตกแต่งแบบสไตล์หรูหราอลังการจะนิยมใช้ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ และผ้าม่านหลุยส์ 

ผ้าโปร่งลายลูกไม้ เสน่ห์โรแมนติก: ผ้าโปร่งลูกไม้สวยๆสามารถทำให้บ้านดูสดชื่นมีบรรยากาศอบอุ่น และเหมาะกับผู้ที่ชอบลายดอกไม้หรือเป็นคนรักธรรมชาติ การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านโปร่งลูกไม้จะทำให้บรรยากาศบ้านมีชีวิตชีวาและน่ารักในสไตล์โรแมนติก

ดอกไม้กับความรักเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน คนเราส่วนใหญ่มักจะชอบมอบดอกไม้ให้กับคนที่เรารัก เพราะดอกไม้กับความรักเป็นสิ่งที่ควบคู่กันตามธรรมชาติ การตัดเย็บผ้าม่านโปร่งลายลูกไม้สวยๆจะทำให้หน้าตาบ้านดูน่ารัก หวานแหวว และ มีความนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งขึ้น

ผ้าม่านโปร่ง ผลประโยชน์มากมาย: การติดตั้งผ้าม่านโปร่งในบ้านสามารถสร้างผลประโยชน์มากมาย ผ้าม่านโปร่งเป็นการเพิ่มมิติในการตกแต่งบ้านและทำให้บรรยากาศบ้านดูสวยงามและอ่อนโยนยิ่งขึ้น ผ้าโปร่งสามารถรักษาความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่บ้าน สามารถช่วยในการปรับสมดุลแสงในบ้านให้ดูสว่างสดใสและไม่จ้าหรือมืดเกินไป และยังทำได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองค่าไฟอีกด้วย

ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ มีผ้าโปร่งสำหรับตัดผ้าม่านให้เลือกมากมายหลายชนิด จำหน่ายในราคาถูก เป็นราคาส่งจากแหล่งโดยตรง เรามีจำหน่ายผ้าโปร่งที่เข้าได้กับการตกแต่งบ้านทุกรูปแบบและทุกสไตล์ ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านโปร่งแต่ละชนิดได้ที่ 02 223 4828 บริษัทผ้าม่าน แฟบริค พลัส Continue reading ผ้าม่านโปร่ง เคล็ดลับที่เพิ่มความซอฟท์ให้กับหน้าตาบ้าน

ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร (110 นิ้ว)

เราต้องใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงหรือส่วนกว้างของผ้าม่าน? การตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร (110 นิ้ว) จะคำนวณผ้าไม่เหมือนการใช้ผ้าทำม่าน หน้ากว้าง 1.50 เมตร
ผ้าม่าน 2.80 เมตร ยอดฮิต: ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร เป็นที่นิยมอย่างสูงและเป็นผ้าตัดเย็บม่านที่อินเท็รนด์สุดๆ ในเมืองไทย เหตุผลที่ผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตรเป็นยอดฮิตอาจเป็นเพราะการใช้ผ้าทำม่านชนิดนี้ทำให้การตัดเย็บสะดวก ง่าย และได้ประหยัดเวลาในการตัดเย็บ ข้อดีเบอร์หนึ่งของการเลือกใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร คือผ้าม่านตัดเย็บสำเร็จจะไม่มีรอยต่อ การตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตรจะต่างจากการตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร เป็นอย่างมาก บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างการใช้ผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร กับผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ในการคำนวณและตัดผ้าม่าน

ใช้หน้ากว้างผ้าเป็นความสูงผ้าม่านสำเร็จ: ในการตัดเย็บผ้าม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร เราต้องนำหน้ากว้างของผ้ามาทำเป็นความสูงของผ้าม่าน ลวดลายของผ้ามักจะกำหนดให้เราต้องตัดเย็บแบบนี้ อย่างเช่นผ้าทำม่านที่มีเชิงลายสวยๆ เช่นลายปัก ลายฉลุ ลายลูกไม้ ลายแฟนซีดีไซน์ต่างๆ เราจะต้องตัดเย็บผ้าม่านตามความกว้างให้ชายผ้าอยู่ด้านล่าง

ส่วนใหญ่จะมีแค่เฉพาะในกรณีที่เลือกผ้าลายพื้นๆ หรือลายเรียบๆ เท่านั้นที่ไม่จำเป็นต้องตัดเย็บในลักษณะนี้ ในกรณีนี้ เราสามารถใช้หน้ากว้างของผ้ามาตัดตามยาวได้และต่อผ้าเอาเหมือนกับการตัดผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ไม่ว่าจะตัดเย็บผ้าม่านในรูปแบบใด การใช้ผ้าทำม่านที่มีหน้ากว้าง 2.80  เมตรจะใช้ผ้าในจำนวนที่น้อยกว่าผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นผ้าที่มีหน้ากว้างแล้วในเมืองไทย 

การดูผ้าทำม่านว่าแพงหรือถูกไม่ได้อยู่ที่หน้ากว้างของผ้า แต่จะอยู่ที่เกรดและชนิดของผ้า ในการเปรียบเทียบราคาผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร กับแบบหน้ากว้างมาตรฐานนั้น เราต้องนำราคาผ้ามาหารสอง (โดยประมาณการ) เพื่อเปรียบเทียบได้อย่างถูกต้อง

อย่างเช่นผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร ที่มี ราคาเมตรละ 200 บาท จะเฉลี่ยแล้วถูกกว่าผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ที่มีราคาเมตรละ 120 บาท เป็นต้น

วิธีเปรียบเทียบราคาให้เปลี่ยนหน่วยจากหน้ากว้าง 2.80 เมตร ให้เป็นหน้ากว้าง 1.50 เมตร ก่อน
ให้เราคำนวณดังนี้
(ราคาผ้าต่อเมตร ÷ 2.80 ) x  1.50

ในตัวอย่าง เราต้องเปลี่ยนราคาผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร (200 บาทต่อเมตร) ให้เทียบเป็นผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร
( 200 บาทต่อเมตร ÷ 2.80 ) x  1.50 = 107 บาทต่อเมตร

จากการคำนวณ เราจะเห็นได้ว่าผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร ที่มีราคา 200 บาทต่อเมตร จะมีราคาเทียบเท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ที่มีราคา 107 บาทต่อเมตร

การที่ผ้ามีหน้ากว้างที่ยาวมาก เราสามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงของหน้าต่างได้ซึ่งจะทำให้การตัดเย็บผ้าม่านง่ายและสะดวก เพราะไม่จำเป็นต้องตัดผ้าเป็นชิ้นๆ เพื่อมาเย็บต่อกันตามยาว ส่วนใหญ่แล้วผ้าหน้ากว้างจะยาวพอสำหรับหน้าต่างประตูบ้านทั่วไปที่มีความสูงไม่ถึง 2.60 เมตร ปกติเราต้องเผื่อขนาดเหนือขอบวงกบไปอีก 10 ซม (ด้านล่างเผื่อได้ถึงพื้น จำนวนผ้าใช้เท่าเดิม) และต้องเผื่อเย็บริมอีก 10 ซม (รวมด้านบนและด้านล่าง) ดังนั้นผ้าชนิดนี้มีหน้ากว้างพอที่จะใช้เป็นความสูงผ้าม่านได้เลย เราจะต้องซื้อจำนวนผ้าตามความกว้างของหน้าต่าง หน้าต่างยิ่งกว้าง จำนวนผ้าที่ต้องใช้ยิ่งมาก แตกต่างกับความสูงหน้าต่างซึ่งจะใช้จำนวนผ้าเท่าเดิมไม่ว่าเราจะตัดเย็บผ้าม่านถึงพื้นหรือเลยใต้วงกบนิดเดียว

การคำนวณผ้าม่านในการตัดเย็บด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะแตกต่างจากการคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร อย่างเช่น ถ้ามีหน้าต่างสูง 1.80 เมตร จากวงกบบนถึงวงกบล่าง และกว้าง 2.0 เมตร จากวงกบซ้ายถึงวงกบขวา เราจะต้องคำนวณจำนวนผ้าที่ต้องซื้อตามความกว้างของหน้าต่าง

วิธีคำนวณผ้าม่านที่ต้องใช้ (เป็นการคำนวณที่ให้ผ้าม่านมีลอนสวย ดูเนียน เรียบหรูอย่างมีระดับ) เราต้องบวกความกว้างไปอีก 20 ซม (0.2 ม) เพื่อเป็นการตัดเย็บม่านให้เลยวงกบซ้ายและวงกบขวาไป ข้างละ 10 ซม และนำความกว้างนี้มาคูณ 2.5  ตามสูตรนี้
สูตรคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร
(ความกว้างหน้าต่าง + 20 ซม) x 2.5 = จำนวนผ้าม่านที่ต้องใช้

เราจะสังเกตุได้ว่า ในการตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร ความสูงของหน้าต่างจะไม่ได้อยู่ในสูตรการคำนวณผ้าม่านเลย

ดังนั้นถ้ามีหน้าต่างที่มีความสูง 1.80 เมตรและกว้าง 2.0 เมตร เราต้องคำนวณผ้าม่านดังนี้
(2.0 เมตร + 0.2 เมตร) x 2.5 = 5.5 เมตร

ในกรณีที่เราอยากได้ผ้าม่านให้สูงมาถึงพื้น (ปกติผ้าม่านควรลอยเหนือพื้น 2 ซม เพื่อจะให้ผ้าไม่สกปรกเวลาเปิดปิดผ้าม่าน แต่การคำนวณไม่แตกต่างกันมาก เพราะการวางรางม่านเราสามารถวางเผื่อขึ้นไปเหนือวงกบได้)
สมมุติว่าความสูงเผื่อไปถึงพื้นเป็นความสูง 2.30 เมตร ให้เราคำนวณตามนี้
(2.0 เมตร + 0.2 เมตร) x 2.5 = 5.5 เมตร

จำนวนผ้าที่ต้องใช้เท่าเดิมเหมือนการตัดเย็บด้วยผ้าม่านสูง 1.80 เมตร

ถ้าหน้าต่างมีความกว้างที่แคบกว่าแต่มีความสูงมากกว่า เราจะใช้จำนวนผ้าม่านน้อยลง
ยกตัวอย่าง มีหน้าต่างสูง 2.5 เมตร และกว้าง 1.8 เมตร ให้เราคำนวณตามนี้
(1.8 เมตร + 0.2 เมตร) x 2.5 = 5 เมตร

จำนวนผ้าที่ต้องใช้ลดลงแม้ว่าหน้าต่างมีความสูงมากกว่า

ถ้าบ้านเรามีหน้าต่างประตูขนาดพิเศษและสูงกว่าหน้าต่างประตูบ้านทั่วไป (หน้าต่างประตูสูงกว่า 2.60 เมตร) เราต้องคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร เหมือนกับตัดเย็บด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ซึ่งก็คือต้องตัดผ้าม่านเป็นชิ้นๆ และต่อกันตามความกว้างหน้าต่าง/ประตู

สมมุติว่าเรามีประตูสูง 3.5 เมตร จากวบกบบนถึงพื้น และกว้าง 2.0 เมตร เราจะไม่สามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงได้ เราต้องตัดผ้าเป็นชิ้นๆ มาต่อกันตามความกว้างของประตู ความกว้างต้องคูณ 2.5 เหมือนเดิม ส่วนความสูงให้บวกแค่ 10 ซม (เพราะวัดถึงพื้นแล้ว) เราต้องใช้สูตรนี้

สูตรคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร
{(ความกว้าง + 20 ซม) x 2.5} ÷ 2.8 = จำนวนชิ้นของผ้าที่ต้องใช้เพื่อมาต่อกัน
(ความสูง + 10 ซม) = ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น
(จำนวนชิ้น x ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น) = จำนวนผ้าที่ต้องใช้

สำหรับประตูที่สูง 3.5 เมตร และกว้าง 2.0 เมตร ให้เราคำนวณดังนี้
{2.0 + 0.2) x 2.5} ÷ 2.8 = 1.96 ≅ 2 ชิ้น (จำนวนชิ้นต้องเป็นเลขจำนวนเต็ม ไม่มีเศษส่วน)
(3.5 + 0.1) = 3.6 ม
(2 x 3.6) = 7.2 เมตร
ในกรณีที่มีประตูในขนาดตามนี้ เราต้องใช้ผ้าทำม่านทั้งหมด 7.2 เมตร

ให้เราเปรียบเทียบจำนวนผ้าที่ต้องใช้ถ้าเลือกใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร สูตรคำนวณมีดังนี้
{(ความกว้าง + 20 ซม) x 2.5} ÷ 1.5 = จำนวนชิ้นของผ้าที่ต้องใช้
(ความสูง + 10 ซม) = ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น
(จำนวนชิ้น x ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น) = จำนวนผ้าที่ต้องใช้

ดังนั้น ในกรณีที่มีประตูสูง 3.5 เมตร และกว้าง 2.0 เมตร ให้เราคำนวณตามนี้
{2.0 + 0.2) x 2.5} ÷ 1.5 = 3.67 ≅ 4 ชิ้น
(3.5 + 0.1) = 3.6 ม
(4 x 3.6) = 14.4 เมตร
ถ้าเราเลือกใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร เราต้องใช้ผ้าทั้งหมด 14.4 เมตร

สูตรในการคำนวณผ้าม่านเหล่านี้เป็นสูตรที่ใช้ในการคำนวณผ้าม่านจีบและผ้าม่านตาไก่ ซึ่งเป็นผ้าม่านสองแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในประเทศไทย

การใช้ผ้าม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตรจะทำให้เราต้องใช้ผ้าในจำนวนที่น้อยกว่าการใช้ผ้าม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร และช่วยให้เราได้ประหยัดเวลาในการตัดเย็บ เพราะงานตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายขึ้น และผ้าม่านก็จะออกมาสวยมากขึ้นด้วยเพราะจะไม่มีรอยต่อในการตัดเย็บ ความจริงใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร ก็ดูสวยได้เพราะช่างตัดเย็บม่านมืออาชีพสามารถตัดเย็บแบบหลบรอยต่อได้ แต่การตัดเย็บผ้าม่าน DIY ด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร จะยากกว่าผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร เพราะต้องตัดต่อผ้าทีละผืน แทนที่จะตัดตามยาวทีเดียว

ที่ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ มีจำหน่ายผ้าตัดม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร หลายชนิด เรามีผ้าตัดม่านแบบทั้งหน้ากว้าง 2.80 เมตร และหน้ากว้าง 1.50 เมตร เรามีชนิดและลายผ้าให้เลือกมากมาย เราเป็นร้านขายส่งและขายปลีกผ้าสำหรับทำผ้าม่าน เรามีทีมช่างตัดเย็บผ้าม่านรับตัดเย็บและติดตั้งแบบบริการครบวงจร หรือลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ้าไปอย่างเดียวเพื่อตัดเย็บผ้าม่านก็ได้ เรามีบริการตัดเย็บผ้าม่านหลายแบบ เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ เป็นต้น

  Continue reading ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร (110 นิ้ว)

การเพิ่มมิติของหน้าต่างด้วยผ้าม่านทำอย่างไร

การเพิ่มมิติของหน้าต่างให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นด้วยการใช้ผ้าม่านต้องทำอย่างไร?
การเพิ่มมิติด้วยผ้าม่าน Dimensional Design: การออกแบบและตกแต่งหน้าต่างด้วยผ้าม่าน (Window Dressing) เป็นศิลปะชนิดหนึ่ง และศิลปะที่ดีควรจะเป็นเอกลักษ์และมีหลายมิติ ดังนั้นการเพิ่มมิติให้กับหน้าต่างบ้านนั้นเป็นการที่ทำให้บ้านดูเรียบหรูยิ่งขึ้น ดีไซน์ที่เพิ่มมิติ (Dimensional Design) ที่ดีควรคำนึงถึงจุดประสงค์และความสวยงามของมิตินั้น อย่างเช่นการเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งเสริมข้างหลังผ้าม่านในห้องนอนเป็นการเพิ่มมิติความลึก (Depth) และเป็นการเพิ่มจำนวนชั้น (Layering) ผ้าม่าน การแต่ง Window Dressing ด้วยผ้าม่านโปร่งจะมอบความละเอียดอ่อน ความนุ่มนวล (Soft Touch) ให้กับบรรยากาศห้อง ถ้าเราเน้นให้ผ้าม่านดูสวยหรู เราอาจเลือกเพิ่มมิติผ้าม่านด้วยการตัดเย็บผ้าม่านหลุยส์ ซึ่งเป็นแบบผ้าม่านที่มีสองชั้นเหมือนผ้าม่านโปร่งแต่เน้นความหรูหรามากกว่าความนุ่มนวล ยิ่งถ้าทำผ้าม่านโปร่งเสริมผ้าม่านหลุยส์และทำเป็นผ้าม่านสามชั้น เราก็จะได้ความหรูหราและความนุ่มนวลพร้อมกัน และทำให้รูปห้องดูสวยหรูอลังการอย่างยิ่ง

เพิ่มจำนวนชั้นผ้าม่าน: เหมือนกับการเพิ่มมิติของผ้าม่านด้วยการเสริมผ้าม่านโปร่งและผ้าม่านหลุยส์ การเพิ่มมิติในห้องนอนสามารถทำได้ด้วยการเพิ่มจำนวนชั้นในการตกแต่งเตียง (Bed Dressing) ซึ่งก็คือการซื้อผ้าคลุมเตียงสวยๆ มาคลุมผ้าปูที่นอนอีกชั้นนั่นเอง การซื้อผ้าคลุมเตียงเป็นการเสริมชั้นตกแต่ง “Dimension” ให้กับเตียง เป็นต้น การเพิ่มมิติและ “ชั้น” ในศิลปะมีมากกว่าแค่การตกแต่งบ้าน การเสริมมิติจะทำให้ผลงานศิลปะชิ้นนั้นดูดีและมีสีสรรค์มากขึ้น อย่างเช่นการแต่งเรื่องเล่าดีๆควรที่จะมีความซับซ้อนเสริมเข้ามาอีกชั้นเพื่อให้เนื้อเรื่องสนุกและน่าติดตาม การแต่งเพลงที่ดีก็ควรที่จะมีทำนองเพลงมากกว่าแค่ทำนองเดียวเพื่อให้เสียงเพลงเพราะและน่าฟัง เป็นต้น

เพิ่มมิติในการตกแต่งตรงกันข้ามกับสไตล์ Minimalist: สไตล์การออกแบบงานศิลปะที่เพิ่มมิตินั้นจะตรงกันข้ามกับสไตล์ Minimalist (แบบเรียบง่าย และใช้สิ่งของแสดงงานน้อยชิ้น) เพราะการตกแต่งแบบเพิ่มมิติจะเน้นความเลิศหรูมากกว่าความเรียบง่าย เน้นสร้างสรรค์ในการออกแต่งห้อง แต่ถ้าเราอยากได้สไตล์ Minimalist คือการตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านที่ใช้ผ้าจำนวนน้อยอย่างเช่นม่านพับหรือการใช้ผ้าม่านแค่ชั้นเดียว ไม่เสริมม่านโปร่งหรือม่านหลุยส์ 

สไตล์ Minimalist คืออะไร?: สไตล์ Minimalist จะเน้นการตกแต่งด้วยจำนวนเฟอร์นิเจอร์ที่น้อยที่สุด การตกแต่งในสไตล์ Minimalist จะใช้จำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้องน้อยและเน้นความปลอดโปร่งและให้มีพื้นที่ทางเดินในบ้านกว้างๆ เป็นสไตล์ที่เน้นการใช้งานของเฟอ์นิเจอร์มากกว่าความสวยงาม ถ้าเราไม่ได้สนใจว่าต้องให้ห้องดูหวานอ่อนโยนหรือสวยหรู แต่ต้องการความเรียบง่ายแทน การเลือกตกแต่งบ้านด้วยสไตล์ Minimalist จะเหมาะกับคอนเซ็ปต์นี้ ถ้าปกติเราไม่ใช้ผ้าม่านโปร่ง ก็ไม่ต้องซื้อผ้าม่านโปร่ง ถ้าเราไม่ค่อยใช้โต๊ะดืมกาแฟ ก็ไม่ต้องซื้อโต๊ะกาแฟ ถ้าปกติไม่ใช้ผ้าคลุมเตียง ก็ไม่ต้องซื้อผ้ามาคลุมเตียง เป็นต้น สไตล์ดีไซน์แบบ Minimalist จะเน้นที่ฟังก์ชั่นอย่างเดียว ไม่เน้นความหรูหราและผู้ที่ชอบสไตล์นี้มักจะคิดว่าสิ่งที่ไม่ได้ใช้ในชิวิตประจำวันคือสิ่งของฟุ่มเฟือย

สไตล์การออกแบบที่ Unique ไม่เหมือนใคร: ถ้าอยากนำสไตล์ศิลปะที่มีความงดงามและเป็นเอกลักษ์ของตัวเองมาตกแต่งบ้าน เราต้องมีความสร้างสรรค์และความมั่นใจใน Artistic Sense ของตัวเอง การออกแบบที่ทำให้ผู้อื่นที่แวะมาบ้านต้องชื่นชมและทึ่งไปกับสไตล์การตกแต่งที่สวยพิเศษ เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์และไหวพริบศิลปะของตนเองทุกคน แต่อยู่ที่ว่าเราได้ฝึกฝนใช้มันมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่ค่อยได้ฝึกเลยก็จะทำให้เราขาดความมั่นใจและไม่กล้าตัดสินใจเองว่าจะออกแบบห้องและบ้านของเราอย่างไร แต่ถ้าทำได้สำเร็จ ก็จะทำให้เรารู้สึกความภาคภูมิใจในตัวเองเพราะเราไม่ได้ลอกเลียนแบบผู้อื่น ในโลกของ Idealism เราควรที่จะตกแต่งบ้านในลักษณะและสไตล์ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวเรา

ไม่ยึดติดกับสไตล์การตกแต่งใด: อย่างหนึ่งที่ต้องระมัดระวังคือการยึดติดก้บสไตล์แบบใดแบบหนึ่งมากเกินไป เพราะบางสไตล์อาจทำให้เราต้องใช้งบประมาณมากกว่าที่เรากำหนดไว้ และทำให้ตกแต่งบ้านตามสไตล์นั้นไม่ไหว เราไม่ควรถูกสไตล์ใดมาบังคับให้ต้องใช้สิ่งที่ไม่ทำให้เราสบายใจ อย่างเช่นถ้าเราเลือกสไตล์การตกแต่งแบบ 1950 Mid-century ซึ่งจะเน้นออกแบบด้วยสิ่งของประดิษฐ์จากนักออกแบบชื่อดัง บางทีสิ่งที่สร้างโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอาจจะแพงกว่างบที่ตั้งไว้ แต่แล้วเราบังคับตัวเองให้ซื้อมันเพื่อยึดติดกับสไตล์ Mid-century ที่เราได้เลือกไว้ ถ้าเราอยากได้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นจากดีไซน์เนอร์ผู้นั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราไม่ได้ชอบบางสิ่งที่เขาออกแบบมา เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งนั้นก็ได้ เรามีสิทธิเลือกสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสไตล์การตกแต่งบ้านที่เราเลือก สมมุติว่าเราได้ตัดสินใจแล้วว่าอยากออกแบบบ้านด้วยสไตล์ Minimalist แต่เราอยากใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมความนุ่มนวลให้รูปหน้าต่างห้อง เราก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมอีกชั้นของผ้าม่านได้ ซึ่งอาจไม่ทำตาม Minimalist แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะความสุขเราต้องมาเหนือสไตล์

การยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งไม่ใช้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การตกแต่งบ้านที่ดูสบายตาและน่าอยู่สำหรับเราจะต้องสำคัญกว่า เราควรที่จะเลือกตกแต่งบ้านที่มอบความสุขให้กับตัวเรามากที่สุด

Continue reading การเพิ่มมิติของหน้าต่างด้วยผ้าม่านทำอย่างไร

ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

บางทีเราอาจมองข้ามอิทธิพลที่ผ้าม่านมีต่อชีวิตประจำวันของเราก็ได้ ความจริงผ้าม่านสามารถสร้างผลประเยชน์ต่างๆ ให้กับเราได้นอกเหนือจากการช่วยป้องกันแสงแดดอาทิตย์

ประการแรก

ป้องกันทั้งแสงและรังสีพระอาทิตย์: นอกเหนือจากมีหน้าที่ในการกันแสงแดดแล้ว ผ้าม่านก็สามารถกันรังสี (Ultraviolet)จากแสงพระอาทิตย์ได้เช่นกัน ในการที่จะได้ผลประโยชน์ของการกันรังสี Ultraviolet (UV) นี้ เราต้องเลือกใช้ผ้าม่านแบบกัน UV ในตัว (เป็นชนิดผ้าม่านที่มีซับในกันรังสีอยู่ในเนื้อผ้า) ผ้าม่านที่มีคุณสมบัติในการกันรังสีจะมีเนื้อแน่นมากกว่าผ้าม่านอื่นๆทั่วไป มีน้ำหนักที่หนักกว่า และมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงดีกว่าผ้าม่านปกติ นอกจากจะกันรังสีแล้ว ผ้าม่านชนิดแบบป้องกันรังสี UV ยังป้องกันความร้อนของแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านทั่วไป ประเทศบ้านเรามีอากาศร้อน แสงแดดแรง อากาศบ้านเราร้อนแทบทั้งปีทำให้คนต่างชาติล้อกันว่าเป็นประเทศที่มีฤดูร้อนฤดูเดียวทั้งปี ดังนั้นผ้าม่านเป็นสิ่งที่เราใช้ได้ตลอดปี

ประการที่สอง

ลดเสียงดังจากสิ่งแวดล้อมภายนอก: นอกเหนือจากผลประโยชน์ของการปกป้องจากรังสีและแสงแดดแล้ว ผ้าม่านก็ยังสามารถช่วยลดเสียงดังๆ จากนอกบ้านไม่ให้มารบกวนเราได้อีก โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีความหนาพิเศษ เวลาเราต้องการความเงียบสงบและไม่ต้องการเสียงรบกวนจากข้างนอกบ้าน การใช้ผ้าม่านจะช่วยลดเสียงรบกวนภาพนอกได้และช่วยให้เราได้ผ่อนคลายเวลาอยู่บ้าน

เก็บรักษาอุณภูมิในบ้าน: ผ้าม่านสามารถช่วยในการรักษาอุณภูมิในบ้านด้วยการเป็น Insulator ป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามาในบ้านและไม่ให้อากาศข้างในออกไปนอกบ้าน คนไทยชอบใช้ผ้าม่านเพื่อกันแสงแดดและความร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่คนที่อยู่ในประเทศหนาวๆ ก็ซื้อผ้าม่านเช่นกัน เพราะต้องการกั้นไม่ให้อากาศเย็นๆ เข้ามาในบ้าน รักษาอุณิภูมิอุ่นๆ ไว้ในบ้าน คนอยู่ในประเทศหนาวมักจะเปิดเครื่องทำอากาศร้อนในบ้านเพื่อให้บ้านมีความอบอุ่น ผ้าม่านจะช่วยกั้นอากาศอบอุ่นในบ้านไม่ให้หนีออกไปนอกบ้าน ส่วนคนไทยเราเปิดแอร์ไว้ในบ้านก็ไม่อยากให้อากาศเย็นๆ จากในบ้านต้องกระจายออกนอกบ้าน การมีผ้าม่าน โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีเนื้อหนาแน่น จะช่วยเก็บอากาศเย็นๆ ไว้ในบ้านในระยะเวลานานมากขึ้น
ผ้าม่านสั่งตัดจะช่วยรักษาอุณภูมิในบ้านง่าย: ขึ้นการใช้ผ้าม่านแบบตัดเย็บตามขนาดของหน้าต่าง (Made-to-Measure Curtains) จะช่วยยิ่งขึ้นในการรักษาอุณภูมิภายในบ้าน เพราะถ้ามีช่องว่างระหว่างผ้าม่านก้บหน้าต่างก็จะทำให้ลดประสิทธิภาพของม่านในการป้องกันไม่ให้ความเย็นหนีออก เวลาตัดเย็บผ้าม่านเราจะต้องเผื่อความกว้างและความสูงให้พอประมาณ โดยมาตรฐานแล้วผ้าม่านควรที่จะมีความกว้างอย่างน้อย 10 ซม. ซ้ายและขวาวงกบหน้าต่างและควรมีความสูงอย่างน้อย 40-50ซม. มากกว่าความสูงหน้าต่าง (เผื่อ 10 ซม. ไว้เหนือหน้าต่าง และเผื่อ 30-40 ซม ไว้ใต้หน้าต่าง) การเผื่อขนาดความสูงและความกว้างผ้าม่านจะช่วยให้ผ้าม่านกันแอร์เย็นได้นาน บ้านหลายหลังมักจะใช้ผ้าม่านที่มีความสูงเกือบถึงพื้น โดยตัดเย็บผ้าม่านแบบนี้ก็จะทำให้ผ้าม่านในบ้านดูสวยหรูมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ห้องในบ้านดูสูงขึ้นอีกด้วย

ประการที่สาม

ช่วยรักษาความส่วนตัวและช่วยประหยัดไฟ: คนเราส่วนใหญ่ก็ต้องการ Privacy หรือความส่วนตัว การมีผ้าม่านใช้จะทำให้เราได้อยู่ในบ้านโดยที่ไม่มีใครจากข้างนอกสามารถมองเห็นเข้ามาได้ เวลาต้องการมองออกหน้าต่าง เราก็เพียงแค่เปิดผ้าม่าน แต่เวลาต้องการดู TV  อ่านหนังสือ หรือพักผ่อน เราก็สามารถปิดผ้าม่านได้โดยที่ไม่ต้องกังวลถึงโลกภายนอก ถ้ามีผ้าม่านโปร่งอีกชั้นหนึ่งก็จะยิ่งทำให้เราไม่จำเป็นต้องเปิดผ้าม่านหมดด้วย เพราะเราสามารถมองทลุผ้าโปร่งออกไปนอกหน้าต่างได้ง่ายกว่าที่คนภายนอกจะสามารถมองทลุเข้ามา ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้เราสามารถดูโลกภายนอกได้อย่างสบายใจ และยังช่วยในการปรับแสงอาทิตย์ที่เข้ามาในบ้านได้อีก เพื่อเป็นการประหยัดไฟตอนกลางวัน ถ้าเราไม่อยากให้ห้องในบ้านดูมืดเกินไป เราก็สามารถเปิดผ้าม่านและใช้ผ้าม่านโปร่งลดแสงแดดในห้อง ในการใช้ผ้าม่านโปร่ง ห้องจะดูมีความสะหว่างอ่อนโยนยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันเราก็จะได้ความส่วนตัวด้วยเช่นกัน

ประการที่สี่

สีสันผ้าม่านมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเราเป็นอย่างมาก: ผลงานการวิจัยจิตวิทยาให้เราได้เห็นกันแล้วว่าสีสันผ้าม่านมีอิทธิพลต่ออารมณ์และสภาพจิดใจของผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นอย่างมาก นอกจากดีไซน์และขนาดของผ้าม่านแล้ว สีโทนของผ้าที่ใช้ในการทำม่านก็มีความสำคัญอย่างมาก การวิจัยได้แสดงให้เราได้เห็นว่าสีสันมีความสำคัญต่อบุคลิกภาพและความคิดของเรา ดังนั้นการเลือกสีของผ้าม่านในการตกแต่งบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและนอกจากควรเลือกในสีที่เข้ากับบ้านของเราแล้ว ยังควรเลือกสีผ้าม่านที่ช่วยให้เรามีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเวลาเราการต้องการผ่อนคลายหรือต้องการความสนุกสนานเปร่าร่าเริง ผู้อยู่อาศัยในบ้านจะได้รับผลประโยชน์จากสีของผ้าม่านที่เราเลือกอย่างเต็มที่

Continue reading ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน