การเพิ่มมิติของหน้าต่างด้วยผ้าม่านทำอย่างไร

การเพิ่มมิติของหน้าต่างให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นด้วยการใช้ผ้าม่านต้องทำอย่างไร?
การเพิ่มมิติด้วยผ้าม่าน Dimensional Design: การออกแบบและตกแต่งหน้าต่างด้วยผ้าม่าน (Window Dressing) เป็นศิลปะชนิดหนึ่ง และศิลปะที่ดีควรจะเป็นเอกลักษ์และมีหลายมิติ ดังนั้นการเพิ่มมิติให้กับหน้าต่างบ้านนั้นเป็นการที่ทำให้บ้านดูเรียบหรูยิ่งขึ้น ดีไซน์ที่เพิ่มมิติ (Dimensional Design) ที่ดีควรคำนึงถึงจุดประสงค์และความสวยงามของมิตินั้น อย่างเช่นการเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งเสริมข้างหลังผ้าม่านในห้องนอนเป็นการเพิ่มมิติความลึก (Depth) และเป็นการเพิ่มจำนวนชั้น (Layering) ผ้าม่าน การแต่ง Window Dressing ด้วยผ้าม่านโปร่งจะมอบความละเอียดอ่อน ความนุ่มนวล (Soft Touch) ให้กับบรรยากาศห้อง ถ้าเราเน้นให้ผ้าม่านดูสวยหรู เราอาจเลือกเพิ่มมิติผ้าม่านด้วยการตัดเย็บผ้าม่านหลุยส์ ซึ่งเป็นแบบผ้าม่านที่มีสองชั้นเหมือนผ้าม่านโปร่งแต่เน้นความหรูหรามากกว่าความนุ่มนวล ยิ่งถ้าทำผ้าม่านโปร่งเสริมผ้าม่านหลุยส์และทำเป็นผ้าม่านสามชั้น เราก็จะได้ความหรูหราและความนุ่มนวลพร้อมกัน และทำให้รูปห้องดูสวยหรูอลังการอย่างยิ่ง

เพิ่มจำนวนชั้นผ้าม่าน: เหมือนกับการเพิ่มมิติของผ้าม่านด้วยการเสริมผ้าม่านโปร่งและผ้าม่านหลุยส์ การเพิ่มมิติในห้องนอนสามารถทำได้ด้วยการเพิ่มจำนวนชั้นในการตกแต่งเตียง (Bed Dressing) ซึ่งก็คือการซื้อผ้าคลุมเตียงสวยๆ มาคลุมผ้าปูที่นอนอีกชั้นนั่นเอง การซื้อผ้าคลุมเตียงเป็นการเสริมชั้นตกแต่ง “Dimension” ให้กับเตียง เป็นต้น การเพิ่มมิติและ “ชั้น” ในศิลปะมีมากกว่าแค่การตกแต่งบ้าน การเสริมมิติจะทำให้ผลงานศิลปะชิ้นนั้นดูดีและมีสีสรรค์มากขึ้น อย่างเช่นการแต่งเรื่องเล่าดีๆควรที่จะมีความซับซ้อนเสริมเข้ามาอีกชั้นเพื่อให้เนื้อเรื่องสนุกและน่าติดตาม การแต่งเพลงที่ดีก็ควรที่จะมีทำนองเพลงมากกว่าแค่ทำนองเดียวเพื่อให้เสียงเพลงเพราะและน่าฟัง เป็นต้น

เพิ่มมิติในการตกแต่งตรงกันข้ามกับสไตล์ Minimalist: สไตล์การออกแบบงานศิลปะที่เพิ่มมิตินั้นจะตรงกันข้ามกับสไตล์ Minimalist (แบบเรียบง่าย และใช้สิ่งของแสดงงานน้อยชิ้น) เพราะการตกแต่งแบบเพิ่มมิติจะเน้นความเลิศหรูมากกว่าความเรียบง่าย เน้นสร้างสรรค์ในการออกแต่งห้อง แต่ถ้าเราอยากได้สไตล์ Minimalist คือการตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านที่ใช้ผ้าจำนวนน้อยอย่างเช่นม่านพับหรือการใช้ผ้าม่านแค่ชั้นเดียว ไม่เสริมม่านโปร่งหรือม่านหลุยส์ 

สไตล์ Minimalist คืออะไร?: สไตล์ Minimalist จะเน้นการตกแต่งด้วยจำนวนเฟอร์นิเจอร์ที่น้อยที่สุด การตกแต่งในสไตล์ Minimalist จะใช้จำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้องน้อยและเน้นความปลอดโปร่งและให้มีพื้นที่ทางเดินในบ้านกว้างๆ เป็นสไตล์ที่เน้นการใช้งานของเฟอ์นิเจอร์มากกว่าความสวยงาม ถ้าเราไม่ได้สนใจว่าต้องให้ห้องดูหวานอ่อนโยนหรือสวยหรู แต่ต้องการความเรียบง่ายแทน การเลือกตกแต่งบ้านด้วยสไตล์ Minimalist จะเหมาะกับคอนเซ็ปต์นี้ ถ้าปกติเราไม่ใช้ผ้าม่านโปร่ง ก็ไม่ต้องซื้อผ้าม่านโปร่ง ถ้าเราไม่ค่อยใช้โต๊ะดืมกาแฟ ก็ไม่ต้องซื้อโต๊ะกาแฟ ถ้าปกติไม่ใช้ผ้าคลุมเตียง ก็ไม่ต้องซื้อผ้ามาคลุมเตียง เป็นต้น สไตล์ดีไซน์แบบ Minimalist จะเน้นที่ฟังก์ชั่นอย่างเดียว ไม่เน้นความหรูหราและผู้ที่ชอบสไตล์นี้มักจะคิดว่าสิ่งที่ไม่ได้ใช้ในชิวิตประจำวันคือสิ่งของฟุ่มเฟือย

สไตล์การออกแบบที่ Unique ไม่เหมือนใคร: ถ้าอยากนำสไตล์ศิลปะที่มีความงดงามและเป็นเอกลักษ์ของตัวเองมาตกแต่งบ้าน เราต้องมีความสร้างสรรค์และความมั่นใจใน Artistic Sense ของตัวเอง การออกแบบที่ทำให้ผู้อื่นที่แวะมาบ้านต้องชื่นชมและทึ่งไปกับสไตล์การตกแต่งที่สวยพิเศษ เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์และไหวพริบศิลปะของตนเองทุกคน แต่อยู่ที่ว่าเราได้ฝึกฝนใช้มันมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่ค่อยได้ฝึกเลยก็จะทำให้เราขาดความมั่นใจและไม่กล้าตัดสินใจเองว่าจะออกแบบห้องและบ้านของเราอย่างไร แต่ถ้าทำได้สำเร็จ ก็จะทำให้เรารู้สึกความภาคภูมิใจในตัวเองเพราะเราไม่ได้ลอกเลียนแบบผู้อื่น ในโลกของ Idealism เราควรที่จะตกแต่งบ้านในลักษณะและสไตล์ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวเรา

ไม่ยึดติดกับสไตล์การตกแต่งใด: อย่างหนึ่งที่ต้องระมัดระวังคือการยึดติดก้บสไตล์แบบใดแบบหนึ่งมากเกินไป เพราะบางสไตล์อาจทำให้เราต้องใช้งบประมาณมากกว่าที่เรากำหนดไว้ และทำให้ตกแต่งบ้านตามสไตล์นั้นไม่ไหว เราไม่ควรถูกสไตล์ใดมาบังคับให้ต้องใช้สิ่งที่ไม่ทำให้เราสบายใจ อย่างเช่นถ้าเราเลือกสไตล์การตกแต่งแบบ 1950 Mid-century ซึ่งจะเน้นออกแบบด้วยสิ่งของประดิษฐ์จากนักออกแบบชื่อดัง บางทีสิ่งที่สร้างโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอาจจะแพงกว่างบที่ตั้งไว้ แต่แล้วเราบังคับตัวเองให้ซื้อมันเพื่อยึดติดกับสไตล์ Mid-century ที่เราได้เลือกไว้ ถ้าเราอยากได้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นจากดีไซน์เนอร์ผู้นั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราไม่ได้ชอบบางสิ่งที่เขาออกแบบมา เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งนั้นก็ได้ เรามีสิทธิเลือกสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสไตล์การตกแต่งบ้านที่เราเลือก สมมุติว่าเราได้ตัดสินใจแล้วว่าอยากออกแบบบ้านด้วยสไตล์ Minimalist แต่เราอยากใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมความนุ่มนวลให้รูปหน้าต่างห้อง เราก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมอีกชั้นของผ้าม่านได้ ซึ่งอาจไม่ทำตาม Minimalist แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะความสุขเราต้องมาเหนือสไตล์

การยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งไม่ใช้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การตกแต่งบ้านที่ดูสบายตาและน่าอยู่สำหรับเราจะต้องสำคัญกว่า เราควรที่จะเลือกตกแต่งบ้านที่มอบความสุขให้กับตัวเรามากที่สุด

Continue reading การเพิ่มมิติของหน้าต่างด้วยผ้าม่านทำอย่างไร

ผ้าม่านกับกฎสี 60-30-10 ให้ห้องมีความสวยงามลงตัว

ผ้าม่านเป็นสิ่งสำคัญในการแต่งบ้านให้ดูมีเสน่ห์ การเลือกผ้าม่านควรสอดคล้องกับกฎสี 60-30-10 ซึ่งเป็นกฎที่โปรดีไซน์เนอร์ทุกๆคนรู้จัก เพราะเป็นกฎที่ทำให้การแต่งสีห้องลงตัวที่สุด
การใช้กฎสี 60-30-10 คืออะไร?

ความจืดชืดเบื่อหน่ายคือศัตรูอันดับหนึ่งของ Interior Design: ในการแต่งบ้าน เราต้องให้คอนเซปต์การออกแบบและโทนสีที่เลือกสอดคล้องกันอย่างลงตัว เพื่อให้ภาพลักษณ์ของห้องสวย ดูมีเสน่ห์ และทำให้บ้านยิ่งน่าอยู่มากขึ้น นักออกแบบมือโปรทุกคนจะรู้ว่าการแต่งบ้านที่’โปรเฟชั่นแนล’ควรใช้จำนวนสีที่ไม่มากเกินไปจนทำให้บรรยากาศห้องดูรกรุงรังตา ดูไม่เป็นระเบียบ แต่ก็ต้องให้ไม่น้อยเกินไปเพราะจะทำให้ห้องดูจืดชืดไร้คาแร็กเตอร์ ศัตรูใหญ่ที่สุดของการแต่งบ้าน Interior Design ก็คือความจืดชืดเบื่อหน่ายนั่นเอง เพราะเหตุผลนี้ นักดีไซน์เนอร์จึงต้องสร้างกฎง่ายๆสำหรับการแต่งบ้านให้ดูดีมีสีสันลงตัว กฎนี้ทำให้การแต่งบ้านสะดวก เข้าใจง่าย ไม่เกิดความผิดพลาด ถ้าเราเข้าในกฎนี้ก็สามารถออกแบบดีไซน์ห้องของตัวเองได้ ในสไตล์ DIY โดยไม่ต้องพึ่งนักออกแบบมืออาชีพอีกต่อไป

กฎ 60-30-10 เป็นที่ยอมรับทั่วโลก: ทุกคนในวงการ Interior Design มีความเห็นตรงกันว่าการแต่งห้องด้วยสีควรมีความสมดุลอยู่ที่สัดส่วน 60%-30%-10% ซึ่งสมัยนี้ยิ่งเป็นกฎที่ยอดนิยมใช้กันอย่างยิ่ง เพราะกฎนี้สามารถช่วยให้การแต่งบ้านง่ายขึ้นโดยการใช้คอนเซปต์ของปริมาณและจำนวนสีที่ทำให้บ้านดูสวยงามมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง 

กฎแต่งบ้านด้วนสี 60-30-10 คืออะไร?

กฎ 60-30-10 คือการแต่งห้องด้วยการแบ่งอัตราส่วนของสีภายในห้อง (Interior Colors) ด้วยสัดส่วน 60%-30%-10% โดยที่สีหลักจะใช้แต่งห้องมากกว่าครึ่งของห้อง (ร้อยละ 60) สีรองจะใช้ครึ่งเดียวของสีหลัก (ร้อยละ 30) ส่วนอีก 10% ของสีภายในห้องจะใช้สีไฮไลท์หรือสี Accent ในการเสริมรูปแบบห้องให้ดูมีมิติสีสัน ให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

ในการเลือกสีหลักแต่งห้อง เราควรเลือกอย่างไร?

สีหลักของห้อง เป็นสีที่มีอิทธิพลต่อบรรยากาศห้องมากที่สุด เพราะใช้ถึงร้อยละ 60 ของห้อง เพราะฉะนั้นควรเลือกใช้โทนสีอ่อนๆ อย่างเช่นสีขาว สีครีม สีเขียนอ่อน สีฟ้าอ่อน เป็นต้น การแต่งห้องด้วยโทนสีอ่อนจะทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง มีพื้นที่กว้างใหญ่ ยิ่งถ้าแต่งบ้านด้วยกระจกเยอะๆก็จะยิ่งทำให้บ้านดูโล่งปลอดโปร่งยิ่งขึ้น สีหลักของห้องจะใช้กับสีผนัง สีพื้น และสีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่

สีรองเป็นโทนสีที่เพิ่มคาแร็กเตอร์ให้ภาพลักษณ์ของห้อง

สีรองของห้อง เป็นสีที่มีอิธิพลเช่นกันเพราะเป็นสีที่ตัดกับสีหลักโดยตรง จะใช้ในปริมาณครึ่งเดียวของสีหลัก โดยที่สีรองจะใช้กับผ้าม่าน ชุดเครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ เราสามารถเลือกสีรองเป็นสีเข้มหรือสีอ่อนก็ได้ แต่ต้องไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับสีหลัก การใช้สีรองถึงร้อยละ 30 จะเป็นการสร้างคาแร็กเตอร์ให้ห้องดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและบุคลิกของผู้อยู่อาศัย อย่างเช่น การเลือกผ้าม่านสีเข้มๆ ให้ Mix & Match กับสีของผนังห้องหรือพื้นสีอ่อนๆ ให้ห้องไม่ดูจืด Boring มีความโดดเด่น ยิ่งถ้าใช้ผ้าม่านรุ่น Blackout ลายโมเดิร์น อย่างเช่นลาย Graphic หรือมีลายในตัวเล็กๆ ก็สามารถเพิ่มระดับ “Elegance” ให้ห้องดูสวยหรูขึ้นได้ทันที การใช้ผ้าม่านโปร่งควรใช้สีพื้น Off-white เพื่อให้สอดคล้องกับกฎ 60-30-10 เพราะสี Off-white จะไม่ตัดกับสีผนังห้องมากนัก ส่วนสีของลวดลายผ้าเป็นสีอะไรก็ได้ที่ “Contrast” กับสี Off-white อย่างเช่นสีทอง สีเงิน สีแดง สีเขียว สีฟ้า เป็นต้น 

อย่ามองข้ามความสำคัญของสีไฮไลท์ 

สีไฮไลท์ หรือสี Accent จะเป็นสีที่ใช้ในส่วนแค่ร้อยละ 10 แต่เป็นโทนสีที่สำคัญเช่นกันเพราะจะช่วยเพิ่มมิติและความสนใจให้กับบรรยากาศห้อง ให้ห้องดูมีสีสัน ไม่จืดชืด และมีความสมดุล Balance ที่ลงตัว สีไฮไลท์มักจะใช้กัับหมอนอิง เก้าอี้ รูปภาพในห้อง และสิ่งของประดับ Accessories ต่างๆในห้อง

การเลือกใช้กฎ 60-30-10 เป็นกฎที่ใช้กันทั่วโลก เพราะได้ผ่านกระบวนการทดลองตกแต่งบ้านมาอย่างมากมาย ถือได้ว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ไว้ใจได้อย่างมากและเหมาะใช้กับการออกแบบบ้านในทุกแนวทุกสไตล์

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส จำหน่ายผ้าม่านหลากหลายชนิดทีสอดคล้องกับกฎ 60-30-10 และมีดีไซน์หลากหลายแบบให้เลือก มีทั้งสีพื้น ลายในตัว ลายวินเทจ ลายคลาสสิค ลายโมเดิร์น เป็นต้น ติดต่อสอบถามราคาผ้าม่านทุกชนิดได้ที่ 02 223 4828 Continue reading ผ้าม่านกับกฎสี 60-30-10 ให้ห้องมีความสวยงามลงตัว

ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

บางทีเราอาจมองข้ามอิทธิพลที่ผ้าม่านมีต่อชีวิตประจำวันของเราก็ได้ ความจริงผ้าม่านสามารถสร้างผลประเยชน์ต่างๆ ให้กับเราได้นอกเหนือจากการช่วยป้องกันแสงแดดอาทิตย์

ประการแรก

ป้องกันทั้งแสงและรังสีพระอาทิตย์: นอกเหนือจากมีหน้าที่ในการกันแสงแดดแล้ว ผ้าม่านก็สามารถกันรังสี (Ultraviolet)จากแสงพระอาทิตย์ได้เช่นกัน ในการที่จะได้ผลประโยชน์ของการกันรังสี Ultraviolet (UV) นี้ เราต้องเลือกใช้ผ้าม่านแบบกัน UV ในตัว (เป็นชนิดผ้าม่านที่มีซับในกันรังสีอยู่ในเนื้อผ้า) ผ้าม่านที่มีคุณสมบัติในการกันรังสีจะมีเนื้อแน่นมากกว่าผ้าม่านอื่นๆทั่วไป มีน้ำหนักที่หนักกว่า และมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงดีกว่าผ้าม่านปกติ นอกจากจะกันรังสีแล้ว ผ้าม่านชนิดแบบป้องกันรังสี UV ยังป้องกันความร้อนของแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านทั่วไป ประเทศบ้านเรามีอากาศร้อน แสงแดดแรง อากาศบ้านเราร้อนแทบทั้งปีทำให้คนต่างชาติล้อกันว่าเป็นประเทศที่มีฤดูร้อนฤดูเดียวทั้งปี ดังนั้นผ้าม่านเป็นสิ่งที่เราใช้ได้ตลอดปี

ประการที่สอง

ลดเสียงดังจากสิ่งแวดล้อมภายนอก: นอกเหนือจากผลประโยชน์ของการปกป้องจากรังสีและแสงแดดแล้ว ผ้าม่านก็ยังสามารถช่วยลดเสียงดังๆ จากนอกบ้านไม่ให้มารบกวนเราได้อีก โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีความหนาพิเศษ เวลาเราต้องการความเงียบสงบและไม่ต้องการเสียงรบกวนจากข้างนอกบ้าน การใช้ผ้าม่านจะช่วยลดเสียงรบกวนภาพนอกได้และช่วยให้เราได้ผ่อนคลายเวลาอยู่บ้าน

เก็บรักษาอุณภูมิในบ้าน: ผ้าม่านสามารถช่วยในการรักษาอุณภูมิในบ้านด้วยการเป็น Insulator ป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามาในบ้านและไม่ให้อากาศข้างในออกไปนอกบ้าน คนไทยชอบใช้ผ้าม่านเพื่อกันแสงแดดและความร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่คนที่อยู่ในประเทศหนาวๆ ก็ซื้อผ้าม่านเช่นกัน เพราะต้องการกั้นไม่ให้อากาศเย็นๆ เข้ามาในบ้าน รักษาอุณิภูมิอุ่นๆ ไว้ในบ้าน คนอยู่ในประเทศหนาวมักจะเปิดเครื่องทำอากาศร้อนในบ้านเพื่อให้บ้านมีความอบอุ่น ผ้าม่านจะช่วยกั้นอากาศอบอุ่นในบ้านไม่ให้หนีออกไปนอกบ้าน ส่วนคนไทยเราเปิดแอร์ไว้ในบ้านก็ไม่อยากให้อากาศเย็นๆ จากในบ้านต้องกระจายออกนอกบ้าน การมีผ้าม่าน โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีเนื้อหนาแน่น จะช่วยเก็บอากาศเย็นๆ ไว้ในบ้านในระยะเวลานานมากขึ้น
ผ้าม่านสั่งตัดจะช่วยรักษาอุณภูมิในบ้านง่าย: ขึ้นการใช้ผ้าม่านแบบตัดเย็บตามขนาดของหน้าต่าง (Made-to-Measure Curtains) จะช่วยยิ่งขึ้นในการรักษาอุณภูมิภายในบ้าน เพราะถ้ามีช่องว่างระหว่างผ้าม่านก้บหน้าต่างก็จะทำให้ลดประสิทธิภาพของม่านในการป้องกันไม่ให้ความเย็นหนีออก เวลาตัดเย็บผ้าม่านเราจะต้องเผื่อความกว้างและความสูงให้พอประมาณ โดยมาตรฐานแล้วผ้าม่านควรที่จะมีความกว้างอย่างน้อย 10 ซม. ซ้ายและขวาวงกบหน้าต่างและควรมีความสูงอย่างน้อย 40-50ซม. มากกว่าความสูงหน้าต่าง (เผื่อ 10 ซม. ไว้เหนือหน้าต่าง และเผื่อ 30-40 ซม ไว้ใต้หน้าต่าง) การเผื่อขนาดความสูงและความกว้างผ้าม่านจะช่วยให้ผ้าม่านกันแอร์เย็นได้นาน บ้านหลายหลังมักจะใช้ผ้าม่านที่มีความสูงเกือบถึงพื้น โดยตัดเย็บผ้าม่านแบบนี้ก็จะทำให้ผ้าม่านในบ้านดูสวยหรูมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ห้องในบ้านดูสูงขึ้นอีกด้วย

ประการที่สาม

ช่วยรักษาความส่วนตัวและช่วยประหยัดไฟ: คนเราส่วนใหญ่ก็ต้องการ Privacy หรือความส่วนตัว การมีผ้าม่านใช้จะทำให้เราได้อยู่ในบ้านโดยที่ไม่มีใครจากข้างนอกสามารถมองเห็นเข้ามาได้ เวลาต้องการมองออกหน้าต่าง เราก็เพียงแค่เปิดผ้าม่าน แต่เวลาต้องการดู TV  อ่านหนังสือ หรือพักผ่อน เราก็สามารถปิดผ้าม่านได้โดยที่ไม่ต้องกังวลถึงโลกภายนอก ถ้ามีผ้าม่านโปร่งอีกชั้นหนึ่งก็จะยิ่งทำให้เราไม่จำเป็นต้องเปิดผ้าม่านหมดด้วย เพราะเราสามารถมองทลุผ้าโปร่งออกไปนอกหน้าต่างได้ง่ายกว่าที่คนภายนอกจะสามารถมองทลุเข้ามา ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้เราสามารถดูโลกภายนอกได้อย่างสบายใจ และยังช่วยในการปรับแสงอาทิตย์ที่เข้ามาในบ้านได้อีก เพื่อเป็นการประหยัดไฟตอนกลางวัน ถ้าเราไม่อยากให้ห้องในบ้านดูมืดเกินไป เราก็สามารถเปิดผ้าม่านและใช้ผ้าม่านโปร่งลดแสงแดดในห้อง ในการใช้ผ้าม่านโปร่ง ห้องจะดูมีความสะหว่างอ่อนโยนยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันเราก็จะได้ความส่วนตัวด้วยเช่นกัน

ประการที่สี่

สีสันผ้าม่านมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเราเป็นอย่างมาก: ผลงานการวิจัยจิตวิทยาให้เราได้เห็นกันแล้วว่าสีสันผ้าม่านมีอิทธิพลต่ออารมณ์และสภาพจิดใจของผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นอย่างมาก นอกจากดีไซน์และขนาดของผ้าม่านแล้ว สีโทนของผ้าที่ใช้ในการทำม่านก็มีความสำคัญอย่างมาก การวิจัยได้แสดงให้เราได้เห็นว่าสีสันมีความสำคัญต่อบุคลิกภาพและความคิดของเรา ดังนั้นการเลือกสีของผ้าม่านในการตกแต่งบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและนอกจากควรเลือกในสีที่เข้ากับบ้านของเราแล้ว ยังควรเลือกสีผ้าม่านที่ช่วยให้เรามีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเวลาเราการต้องการผ่อนคลายหรือต้องการความสนุกสนานเปร่าร่าเริง ผู้อยู่อาศัยในบ้านจะได้รับผลประโยชน์จากสีของผ้าม่านที่เราเลือกอย่างเต็มที่

Continue reading ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

สีสันผ้าม่าน มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย

สีผ้าม่านมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยในบ้าน
ผลงานการวิจัยทางจิตวิทยาต่างๆ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสีสันต่างๆ มีความสำคัญต่อความรู้สึกและความคิดของเรา ดังนั้นเราควรเลือกสีโทนผ้าม่านที่เข้ากับบ้านของเราและที่สามารถช่วยยกระดับจิตใจของเราได้ด้วย

ในการเลือกผ้าม่านตกแต่งบ้าน เราสามารถเลือกสีของผ้าม่านที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย “Relax” เวลาอยู่บ้าน หรือเลือกสีผ้าม่านที่เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิตเราร่าเริงขึ้นได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างสีโทนและความรู้สึก: ผลงานการวิจัยทางจิตวิทยาให้เราได้เห็นว่าพลังสีสามารถช่วยในการบำบัดโรคได้ และให้เห็นว่าสีมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ จิตใจ แม้กระทั่งร่างกายก็มีความสัมพันธ์กับสีโทน เพราะอารมณ์และสภาพจิดใจจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย สีโทนจะมีการกระตุ้นต่อมไพเนียล (Pineal Gland) โดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึก อารมณ์ และสภาพจิตใจของเราทุกคน

ผ้าม่านคือหน้าตาของบ้าน: สิ่งแรกที่มีอิทธิพลต่อหน้าตาของบ้านมากที่สุดก็คือผ้าม่าน ผ้าม่านเป็นแกนหลักที่มีอิทธิพลต่อแนวสไตล์การตกแต่งของบ้าน และเป็นแกนหลักในการสร้างบรรยากาศให้บ้านในคอนเซ็ปต์การตกแต่ง (Concept Theme) ที่เราต้องการ อย่างเช่น แต่งบ้านด้วยคอนเซ็ปต์ธีมวินเทจ (Vintage) ธีมคลาสสิค (Classic Theme) ธีมโบฮีเมี่ยน (Bohemian Theme) ธีมโมเดิร์น (Modern Theme) ธีมคอนเท็มโพรารี่ (Contemporary Theme) เป็นต้น

ผ้าม่านโทนสีน้ำทะเล: ถ้าเราอยากได้ห้องที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและเย็นสบาย เราควรเลือกซื้อผ้าม่านสีเขียว ในการออกแบบดีไซน์และการตกแต่งบ้าน ผ้าม่านโทนสีเขียวต่างๆ จะเหมาะกับการใช้ในห้องพักผ่อน และห้องนอน การมีผ้าม่านสีเขียวจะทำให้สมองได้รับการพักผ่อน สายตาได้ผ่อนคลาย จิดใจสงบ และช่วยให้เราไม่เครียด ไม่คิดมาก เพราะสมองจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนผ้าม่านที่มีสีฟ้าโทนสีน้ำทะเล (Ocean Blue) จะทำให้เราได้รู้สึกเหมือนอยู่ทะเลหาด ช่วยให้เราได้ผ่อนคลายแบบลึก (Deep State of Rest) และรู้สึกปลดปล่อยจากงานต่างๆ ที่อาจทำให้เราเครียดหรือกังวล และยังสามารถปรับสมดุลร่างกาย ลดความเหนื่อยล้า และเรียกกำลังใจให้กลับมาประกายสดชื่นได้อีกด้วย ผ้าม่านที่มีโทนสีเขียวและสีฟ้าสามารถช่วยให้เราปรับตัวกับผู้อื่นที่อยู่รอบตัวเราได้ง่าย และรับรู้ต่อสัมผัสและความรู้สึกได้รวดเร็ว  บ้านที่ใช้ผ้าม่านกลุ่มสีโทนนี้จะมีบรรยากาศเหมือนสิ่งแวดล้อมธรรมชาติซึ่งจะทำให้หน้าตาบ้านดูผ่อนคลายสงบ และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความรู้สึกสบายทั้งกายและใจเวลาอยู่บ้าน 

ผ้าม่านสี Earth Tone: นอกจากผ้าม่านสีเขียวก็ยังมีผ้าม่านสีอื่นๆ ที่ทำให้เราได้ผ่อนคลายเวลาอยู่บ้าน อย่างเช่น ผ้าม่านโทนสีครีม ผ้าม่านโทนสีน้ำตาล ผ้าม่านสี “เอิร์ธโทน” (Earth Tone) ต่างๆ ผ้าม่านสีเอิร์ธโทนคือผ้าม่านที่มีสีตามธรรมชาติอย่างเช่น สีครีมอ่อน สีเทาอ่อน สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีของพื้นดิน ทราย และพื้นดิน Clay ผ้าม่านที่มีโทนสีเหล่านี้สามารถกล่อมประสาทและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย (Rest & Recovery) เหมาะใช้กับห้องที่เราใช้พักผ่อนและสงบจิตสงบกาย ผ้าม่านสีเอิร์ธโทนเป็นสีผ้าม่านยอดนิยมของคนยุโรปเหนือเพราะมีความเชื่อว่าสีผ้าม่านเหล่านี้เป็นสีที่ทำให้บ้านดูสะอาด สวยแบบเรียบๆ และทำให้ดูมีความเงียบสงบ 

ผ้าม่านสี “Asia”: แต่ในทางกลับกัน คนอาเซียมักจะชอบสีผ้าม่านที่มีชีวิตชีวา ความเบิกบาน และความรื่นเริง อย่างเช่นผ้าม่านที่มีสีแดง สีทอง สีโอรส โทนสีเงิน เป็นต้น สีเหล่านี้สามารถช่วยยกระดับจิตใจของผู้อยู่อาศัยและช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้สภาพจิดใจร่าเริงและมีการทะเยอทะยาน มีแรงพลัง มีความขยันหมั่นเพียรเพื่อเดินหน้าในชีวิต และมีความสร้างสรรค์ อีกเหตุผลหนึ่งคือคนอาเซียตะวันออกและคนจีนจะมีความเชื่อว่าการซื้อผ้าม่านที่มีสีเหล่านี้จะนำโชค เสริมดวงชะตาและโชคลาภของผู้อยู่อาศัย ในคอนเซ็ปต์การตกแต่งบ้านตาม Interior Designer ทั่วไป ผ้าม่านที่มีสีเหล่านี้จะเหมาะใช้กับห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกในบ้าน

ผ้าม่านโทนสีอุ่น: เราควรใช้ผ้าม่านที่มีโทนสีเหลือง สีแดง และสีร้อนสีอุ่นต่างๆ กับห้องนั้งเล่น ห้องรับแขก ห้องชุมนุมในบ้าน หรือห้องใดก็ได้ที่มีกิจกรรมพบปะผู้คน การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านที่มีสีเป็นมิตรอย่างเช่นสีเหลือง สีเขียวอ่อน สีส้ม สีชมพู สามารถช่วยสร้างความสดใสให้กับหน้าตาบ้าน และเป็นอีกกลุ่มสีที่มีชีวิตชีวา ความสดใสเบิกบาน และความรื่นเริง

ซื้อผ้าม่านตามทางจิตวิทยา: ในทาง Field of Psychology สีร้อนๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า ฟื้นฟูจิตใจ สร้างความสมดุลให้สุขภาพจิตใจ และเพิ่มพลังความกระตือรือร้นและแรงพละกำลังเวลาอยู่บ้าน ผ้าม่านที่มีสีเหล่านี้จะเพิ่มพลังงานบวก (Positive Energy) ให้บรรยากาศบ้านดูเปล่งปลั่งสว่างตา และทำให้มีความรู้สึกเป็นอิสระ Independent ในชีวิต ผ้าม่านสีชมพูเป็นสีที่ทำให้บรรยากาศห้องดูหวาน น่ารัก และยังสร้าง Image ภาพพจน์ให้คนที่แวะมาเยี่ยมรู้สึกเหมือนผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นคนน่ารักและมีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

เลือกสีผ้าม่านที่เหมาะที่สุดกับเรา: เราสามารถเลือกผ้าม่านที่มีสีเย็นสบายตาหรือเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีเจิดจ้า สว่างๆ ตามความชอบและความต้องการใน Lifestyle ของเรา การเลือกสีผ้าม่านเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะผ้าม่านคือหน้าตาแกนหลักของบ้าน ถ้าเราอยากให้บ้านดูสวยและน่าอยู่ เราควรจะเลือกสีผ้าม่านที่ทำให้เราได้รับความสุขมากที่สุดเวลาได้เห็นทุกวัน เพราะยังไงความสุขของเราต้องมาเหนือสไตล์ใดๆ ตามสุภาษิต “Substance over Style”

Continue reading สีสันผ้าม่าน มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย

ผ้าม่านวัดตามขนาดหน้าต่างบ้านดีอย่างไร

ซื้อผ้าม่านแบบตัดเย็บตามขนาดหน้าต่างประตูบ้านดีอย่างไรบ้าง?

การตัดเย็บผ้าม่านตามขนาดหน้าต่างประตู (Customize) เป็นงานที่ละเอียด ช่างผ้าม่านจะต้องทำม่านให้เผื่อลอน (Wave) หรือความย่นของม่านเพื่อที่จะให้ผ้าม่านดูสวยและเหมาะกับหน้าต่างพอดี ไม่กว้างเกินไป ไม่แคบเกินไป ช่างผ้าม่านต้องจัดลอนผ้าม่านให้นูน ลึก และสวยตามลายผ้าและขนาดของหน้าต่าง ผ้าม่านที่มีลอนสูงๆ ใหญ่ๆ จะมีความสวยหรู ดูมีระดับ

การสั่งตัดผ้าม่านจะทำให้เราได้มีลายผ้าม่านและสีผ้าม่านให้เลือกมากมาย และยังสามารถเลือกแบบผ้าม่านที่ต้องการได้อีก โดยที่แต่ละห้องในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านสีเดียวกับหรือแบบเดียวกัน อย่างเช่นเราอาจอยากทำผ้าม่านตาไก่ในห้องนอน แต่ในห้องนั่งเล่นอยากได้ผ้าม่านคอกระเช้า เราก็สามารถเลือกผ้าม่านลายเดียวกันสีเดียวกันทำผ้าม่านสำหรับทั้งสองห้อง ในบางห้องเราอาจอยากเสริมผ้าม่านหลุยส์อีกชั้นหนึ่ง เราก็สามารถเสริมได้โดยที่ใช้ผ้าตัดม่านลายเดียวกัน ช่างตัดเย็บม่านสามารถตัดผ้าตามแบบผ้าม่านที่เราต้องการได้หมด

บางทีเราอาจอยากทำผ้าม่านกับผ้าหุ้มเบาะเป็นเซตเดียวกัน ผ้าทำม่านที่มีเนื้อหนาๆสามารถนำไปทำผ้าหุ้มเบาะได้ ที่ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ มีผ้าทำม่านหลายชนิดที่ใช้หุ้มเบาะได้เพราะเป็นผ้าชนิดเนื้อหนาพิเศษ นอกจากหุ้มเบาะแล้วก็ยังหุ้มเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้อีก จะสังเกตุได้ว่าห้องที่ใช้ผ้าม่านและผ้าตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ลายเดียวกันและสีเดียวกันจะดูหรูและไฮคลาสสุดๆ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการตัดเย็บผ้าม่านตามขนาดคือเราสามารถเติม Blackout Lining (ผ้ากันแสงและกันรังสี UVสีเงินๆ)ได้กับชุดผ้าม่านที่เราต้องการแบบกันแสงพิเศษ เวลาตัดเย็บม่าน ช่างตัดเย็บสามารถนำผ้ากันแสงมาเย็บเสริมผ้าม่านได้ทันที เราสามารถเลือกเสริม Blackout Lining กับผ้าม่านชุดไหนก็ได้ เพราะเวลามองจากในห้องจะไม่เห็นความแตกต่างของสีหรือลาย แต่ประสิทธิภาพในการกันแสงจะไม่เท่ากัน บ้านทั้งหลังอาจมีผ้าม่านลวดลายเดียวกันและสีเดียวกัน แต่ห้องในบ้านแต่ละห้องจะมีความมืดไม่เท่ากัน ตามความต้องการของเรา

เหตุผลเหล่านี้ทำให้การเลือกสั่งตัดผ้าม่านเป็นการซื้อผ้าม่านแบบมองระยะยาว เพื่อให้หน้าตาของบ้านดูเรียบหรูตามสไตล์ที่เราต้องการ Continue reading ผ้าม่านวัดตามขนาดหน้าต่างบ้านดีอย่างไร

ผ้าม่านสวยดีไซน์ใหม่ๆ ที่ ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ พาหุรัด

ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ จำหน่ายผ้าม่านลายสวยๆ สไตล์โมเดิร์น มีให้เลือกหลากหลาย เรามีบริการตัดเย็บม่านและทีมงานติดตั้งม่านให้พร้อม เราเน้นงานมีคุณภาพ เราอยากให้ลูกค้าทุกท่านมีความพึงพอใจกับผลงานทุกชิ้นของเรา

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 223 4828

ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ เป็นร้านขายส่งผ้าม่านในตลาดสำเพ็งพาหุรัดและเป็นบริษัทผ้าม่านที่ขายส่งทั่วประเทศ มีโชว์รูมที่ showcase ผ้าม่านอยู่ และเป็นการอย่างเช่นพวกผ้าเหล่าหน้ากว้าง 1.50 เมตรที่มีลายใหม่ๆเยอะแยะเช่นเดียวกันกับผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร มีผ้าลายสวยๆหรูๆให้เลือกมากมายครับ หลายๆแบบ ลาย เนื้อผ้า และสี มีโปรโมชั่นลดราคาสุดๆ ใครกำลังสนใจทำผ้าม่าน ได้เห็นผ้าเป็นม้วนๆ ไม่ใช่แค่เล่มตัวอย่างผ้า เรามีทั้งผ้าม่านกันยูีวี ผ้าม่านซาติน ผ้าม่านเชคการ์ด ผ้าม่านคอตต้อน ผ้าม่านโปร่ง ทางเอทีเอ็ม เดคอร์ มีบริการตัดเย็บและติดตั้งผ้าม่านให้ครบ ช่างเอทีเอ็มฝีมือปราณีตมากและมีประสบการติดตั้งผ้าม่านมาสิบกว่าปี Continue reading ผ้าม่านสวยดีไซน์ใหม่ๆ ที่ ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ พาหุรัด

Curtain Fabrics

At ATM Decor, we provide a complete solution to all your curtain needs. We specialize in curtain materials and we provide a variety of fabrics you could use for your curtains. We offer satin, jacquard, ultraviolet protective fabrics well as blackout materials. At our shop you could select the curtain rods and the type of curtains that you would like for us to make, and we tailor our curtains exactly to the dimensions of your home.

You can visit our curtains shop in Pahurat (Indian Town) Bangkok to look for the designs and fabric patterns that are perfect for your home, and please call us at 02 223 4828 for information about all our curtains and services. Continue reading Curtain Fabrics