ผ้าม่านลายริ้ว Classic เหมาะกับการตกแต่งทุกสไตล์

ผ้าม่านลายริ้ว 🧡🧡🧡 ดีอย่างไรบ้าง? ทำไมถึงเลือกติดผ้าม่านลายริ้ว? ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับห้องแบบไหน? วันนี้ เรามาดูกันว่าทำไมผ้าม่านลายริ้วถึงเป็นดีไซน์ยอดนิยม เป็นรองแค่เฉพาะผ้าม่านสีพื้นเท่านั้น

ผ้าม่านลายริ้วแบบอยู่ในม้วน ถ่ายจากหน้าร้านผ้าม่าน บริษัท แฟบริค พลัส ที่ถนนพาหุรัด ผ้าม่านลายริ้วจะมีแบบริ้วใหญ่และริ้วเล็ก ตัวอย่างในรูปภาพคือผ้าม่านชนิดทอด้วยเส้นด้ายป้องกันUVทั้งหมด 

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับการตกแต่งทุกสไตล์ เช่น สไตล์คลาสสิก สไตล์คอนเท็มโพรารี่ สไตล์วินเทจ สไตล์มินิมอลลิสต์ ฯลฯ

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้ควบคุมสีในห้องให้มีความสมดุล ผ้าม่านลายริ้วสามารถทำให้สีเฟอร์นิเจอร์เข้ากับสีเก้าอี้โซฟาหรือสีผ้าปูที่นอนได้ อย่างเช่น ผ้าม่านลายริ้วสีน้ำตาลและขาว สามารถทำให้สีเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ากับผ้าปูที่นอนสีขาว เป็นต้น

ผ้าม่านลายริ้วแนวตั้ง เหมาะกับห้องที่มีเพดานที่ไม่ค่อยสูง เพราะจะช่วยลวงตาให้ห้องดูสูงใหญ่กว่าความเป็นจริง การเลือกสีผ้าม่านควรเลือกให้เข้าคอนเซ็ปต์ เพื่อให้สีสันภายในห้องมีความสมดุล

ผ้าม่านลายริ้วไม่มีวันตกยุค ดีไซน์ลายริ้ว(และผ้าม่านสีพื้น)เป็นลายอมตะ ไม่มีวันตกยุค ดูคลาสสิกในทุกยุคทุกสมัย เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้บ้านดูเก่าหรือไม่อินเทรนด์ เพราะผ้าม่านลายริ้วเป็นดีไซน์ทันสมัย ดูโมเดิร์นตลอดกาล

การเลือกสีผ้าม่านควรให้เข้ากับผนังห้องด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีสีสดๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีชมพู สีทอง สีแดง เป็นต้น การนำผ้าทำม่านมาเย็บปลอกหมอนอิงจะทำให้ผ้าม่านดูเข้าคอนเซ็ปต์ยิ่งขึ้น

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับทุกห้องในบ้าน อย่างเช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ห้องนั่งเล่น เป็นต้น ทำให้สามารถใช้เข้าคอนเซ็ปต์กับสไตล์อินทีเรียดีไซน์ได้ง่าย

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับห้องของผู้อาศัยทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านลายริ้วได้ เพราะเป็นดีไซน์ที่ “Versatile” ใช้ได้กับทุกคนทุกวัยอย่างแท้จริง

ผ้าม่านลายริ้วมีหลากหลายแนว เช่น ลายริ้วใหญ่ ลายริ้วเล็ก ลายริ้วแนวขวาง ลายริ้วแนวตั้ง เป็นต้น ทำให้มีตัวเลือกมากมาย หลากหลายรูปแบบ

ผ้าม่านลายริ้วแนวขวางจะช่วยลวงตาให้บ้านดูกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง ผ้าม่านลายริ้วขวางจึงเหมาะใช้กับห้องที่มีขนาดแคบ เพราะจะทำให้ดูเหมือนมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

ผ้าม่านลายริ้วแนวตั้งจะช่วยลวงตาให้ห้องดูสูงใหญ่กว่าความเป็นจริง และจะทำให้บ้านดูสูงใหญ่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ผ้าม่านลายริ้วแนวตั้งจะเหมาะกับห้องที่มีเพดานเตี้ยหรือไม่ค่อยสูงมากนัก

ผ้าม่านลายริ้วแนวขวางจะช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง และจะทำให้บ้านดูมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เพราะฉะนั้น ผ้าม่านลายริ้วแนวขวางจะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กหรือไม่ค่อยกว้างมากนัก

ผ้าม่านลายริ้วทำให้บรรยากาศภายในห้องดูมีชีวิตชีวา “lively” และช่วยทำให้มีความรู้สึกสนุกสนาน เพราะเป็นดีไซน์ที่ดู “Vibrant” ลายริ้วยังเป็นดีไซน์ที่เพิ่มมิติให้กับห้องด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านลายริ้ว Multi-Color จะทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูมีสีสัน มีชีวิตชีวามากขึ้น โดยเฉพาะสีอุ่นๆ อย่างเช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีโอรส สีชมพู เป็นต้น

ผ้าม่านลายริ้วสามารถเข้ากับการตกแต่งแบบหรูหราอลังการและแบบเรียบง่าย เพราะจะมีแบบลายริ้ว Two Tone (สองสี) Three Tone (สามสี) และแบบ Multi-Color (หลายสี) การเลือกสีผ้าม่านควรให้เข้าคอนเซ็ปต์กับบ้านและเฟอร์นิเจอร์ เพราะจะทำให้สีสันภายในบ้านมีความสมดุล

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าทำผ้าม่านลายริ้วให้เลือกหลายสี หลายสไตล์ มีทั้งผ้าม่านแบบทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn ป้องกันรังสี UV และแบบผ้าม่านปกติ ผ้าม่านลายริ้วจะมีแบบแนวตั้งและแนวขวาง แบบลายริ้วใหญ่และลายริ้วเล็ก ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านลายริ้วต่างๆได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่านอยู่ติดถนนพาหุรัด ใจกลางแหล่งผ้าประเทศไทย Continue reading ผ้าม่านลายริ้ว Classic เหมาะกับการตกแต่งทุกสไตล์

ผ้าม่านไร้รอยต่อ ทันสมัย ลวดลายต่อเนื่อง เย็บง่าย

ผ้าม่านไร้รอยต่อ 🧡🧡🧡 สไตล์ใหม่ ดูสวยมีเสน่ห์ ไม่เห็นรอยต่อ ยกระดับความงาม

ผ้าม่านไร้รอยต่อจะมีลวดลายต่อเนื่องตลอดผืน จึงเหมาะกับผ้าม่านที่มีดีไซน์อย่างยิ่ง การจัดลอนผ้าม่านจะไปตามลวดลายผ้า การตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อจะต้องใช้ผ้าหน้ากว้างพิเศษ เพราะหน้ากว้างของผ้าจะใช้เป็นส่วนสูงของผ้าม่าน ผ้าม่านที่ไม่มีรอยต่อจะเหมาะกับผ้าม่านสีพื้นด้วยเช่นกัน เพราะผ้าม่านสีพื้นจะเห็นรอยต่อได้ชัดเจน

ผ้าม่านไร้รอยต่อ คือ ผ้าม่านที่เย็บด้วยผ้าที่มีหน้ากว้างพิเศษ หน้าผ้าจะต้องมีความกว้างพอที่จะใช้เป็นความสูงของผ้าม่าน ทำให้สามารถเย็บเป็นผ้าม่านสำเร็จรูปได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องตัดต่อผ้าแต่อย่างใด ผ้าที่มีหน้ากว้างพอที่จะสามารถนำไปใช้เป็นส่วนสูงของผ้าม่านจะมีแบบหน้า 1.50 เมตร แบบหน้า 2 เมตร แบบหน้า 2.40 เมตร แบบหน้า 2.80 เมตร และแบบหน้า 3 เมตร ผ้าม่านที่มีหน้ากว้าง 1.50 เมตร จะสามารถใช้ได้เฉพาะสำหรับเย็บผ้าม่านหน้าต่าง และใช้ได้เฉพาะกับหน้าต่างที่มีความสูงไม่เกิน 1.50 เมตรเท่านั้น ผ้าเย็บผ้าม่านที่มีหน้ากว้างอย่างน้อย 2.4 เมตรขึ้นไปจะสามารถใช้เย็บม่านประตูได้แบบไร้รอยต่อ เพราะความสูงมาตรฐานของประตูจะไม่เกิน 2.3 เมตร

ผ้าม่านไร้รอยต่อจะไม่มีการตัดต่อผ้าม่าน: ผ้าม่านปกติจะเย็บแบบมีรอยต่อ เพราะจะต้องตัดผ้ามาต่อกันเป็นชิ้นๆ การตัดเย็บแบบผ้าม่านไร้รอยต่อจะทำให้ผ้าม่านดูสวยงามขึ้น ส่วนการคำนวณและการตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

การจัดวางผ้าในการตัดเย็บผ้าม่าน: ปกติการตัดเย็บผ้าม่านจะใช้หน้าผ้าเป็นส่วนกว้างของผ้าม่าน ยกตัวอย่าง ถ้าเราซื้อผ้าทำผ้าม่านที่มีหน้ากว้าง 60 นิ้ว (1.50 เมตร) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานในประเทศไทย เราจะใช้ตัดเย็บผ้าม่านที่มีขนาดความกว้าง 3 เมตร และความสูง 2 เมตร ได้อย่างไร?

การคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้า 1.50 เมตร (3 ขั้นตอน)

คำนวณความยาวของผ้าแต่ละชิ้น: ขั้นตอนแรก ก่อนจะตัดผ้าออกจากม้วน ต้องดูที่ความสูงของผ้าม่านที่ต้องการ เพราะเราจะตัดผ้าออกจากม้วนตามความสูงของผ้าม่าน ถ้าผ้าม่านมีความสูง 2 เมตร เราต้องตัดผ้า 2.4 เมตร ต่อชิ้น เพราะต้องเผื่อพับบนและพับล่างข้างละ 15-20 ซม. การเผื่อพับบนและพับล่างจะเพิ่มความยาวของผ้าแต่ละชิ้น ผ้าม่านจะต้องติดเหนือหน้าต่างอย่างน้อย 10 ซม และทิ้งลงมาใต้หน้าต่างอย่างน้อย 20 ซม ผ้าม่านสไตล์โมเดิร์นจะนิยมติดผ้าม่านถึงพื้น

คำนวณความกว้างของผ้าที่ต้องใช้: ในตัวอย่างข้างต้น ขนาดผ้าม่านที่เราต้องการมีความกว้าง 2 เมตร เราต้องนำไซส์นี้ไปคูณ 2.5 เพราะต้องเผื่อความพลิ้วไหวของผ้าม่าน เราใช้สูตรคูณ 2.5 สำหรับเย็บม่านจีบและม่านตาไก่ (ร้านผ้าม่านบางที่จะเลือกคูณ 2 แต่เราอยากให้ได้ความพลิ้วเต็มที่ เราจึงเลือกคูณ 2.5) พอนำขนาดความกว้างของผ้าม่านไปคูณ 2.5 ในกรณีนี้ คือ 3 เมตร x 2.5 = 7.5 เมตร เราจะเห็นได้ว่าผ้าม่านจะต้องมีความกว้าง 7.5 เมตร

*ถ้าเลือกคูณ 2 ผ้าม่านจะต้องมีความกว้าง 6 เมตร ขนาดที่คำนวณนี้จะเผื่อเย็บริมซ้ายและขวาแล้ว พอเย็บผ้าม่านแบบมีลอนสวยๆ ความกว้างผ้าม่านจะลดลงมาเหลือ 3 เมตร ตามที่ต้องการ

คำนวณจำนวนชิ้นผ้าที่ต้องใช้: จากขั้นตอนที่สอง เพื่อให้ได้ลอนตามที่ต้องการสำหรับผ้าม่านที่มีความกว้าง 3 เมตร เราจะต้องใช้ผ้ากว้างถึง 7.5 เมตร แต่ผ้าเย็บผ้าม่านที่เราเลือกมีหน้ากว้างเพียง 1.50 เมตร เพราะฉะนั้นจะต้องต่อผ้าม่าน 5 ชิ้น เพื่อให้ได้ครบ 7.5 เมตร (7.5 เมตร ÷ 1.5 เมตร/ชิ้น = 5 ชิ้น) เราจะต้องใช้ผ้าม่านทั้งหมด 12 เมตร (2.4 เมตร/ชิ้น x 5 ชิ้น = 12 เมตร)

*ถ้าเลือกคูณ 2 ผ้าม่านจะต้องใช้ 4 ชิ้น ( 6 เมตร ÷ 1.5 เมตร/ชิ้น = 4 ชิ้น) เราจะใช้ผ้าเพียง 9.6 เมตร (4 ชิ้น x 2.4 เมตร/ชิ้น = 9.6 เมตร)

ผ้าม่านแยกกลางหรือรวบข้าง?: โดยทั่วไป ผ้าม่านหน้าต่างหรือประตูที่กว้างถึง 3 เมตร จะแบ่งเป็นสองผืน หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าม่านแยกกลาง” ต่างจาก “ผ้าม่านรวบข้าง” ที่ใช้ผ้าผืนเดียว ผ้าม่านรวบข้างจะเหมาะกับบานหน้าต่างหรือประตูที่แคบหรือมีความกว้างไม่เกิน 1.2 เมตร ในตัวอย่างผ้าม่านขนาดกว้างคูณสูง 3.0 x 2.0 เมตร เราต้องใช้ผ้าทั้งหมด 5 ชิ้น ผืนหนึ่งจะใช้ผ้า 2 ชิ้นครึ่ง (5 ชิ้น ÷ 2 ผืน = 2.5 ชิ้น/ผืน)

เครื่องคิดเลขผ้าม่าน คิดง่าย รวดเร็ว สะดวก: เพื่อความสะดวกในการคำนวณผ้าสำหรับเย็บผ้าม่าน เราสามารถใช้เครื่องคิดเลขผ้าม่านได้ เครื่องคิดเลขผ้าม่านนี้เป็นของ Sew Helpful สำหรับช่างตัดเย็บผ้าม่านมืออาชีพและช่างมือสมัครเล่น คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ

ผ้าที่เราเลือกซื้อ สามารถใช้เย็บผ้าม่านไร้รอยต่อได้หรือไม่? วิธีการดูว่าผ้าม่านจะสามารถเย็บแบบไร้รอยต่อได้หรือไม่ คือ ต้องดูที่หน้ากว้างของผ้า ถ้าหน้ากว้างของผ้ามีความยาวพอที่จะปิดเกินความสูงของหน้าต่างหรือประตูบ้านได้ แสดงว่าสามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ ยกตัวอย่าง ถ้าประตูบ้านมีความสูง 2.2 เมตร และผ้าเย็บผ้าม่านที่ซื้อมีหน้ากว้างเพียง 2 เมตร เราจะไม่สามารถวางหน้าผ้าตามความสูงได้ เพราะฉะนั้นผ้าม่านจะต้องตัดต่อเป็นชิ้นๆ และการคำนวณจะเหมือนผ้าม่านหน้าปกติ แต่ถ้าประตูบ้านมีความสูง 2.2 เมตร และผ้าเย็บผ้าม่านที่ซื้อมีหน้ากว้าง 2.8 เมตร เราจะสามารถวางหน้าผ้าตามความสูงได้ แม้จะเผื่อพับบนและพับล่างแล้วก็ยังมีผ้าเหลือ

ผ้าม่านไร้รอยต่อจะเหมาะกับทั้งผ้าสีพื้นและผ้าที่มีลวดลาย เพราะรอยต่อจะเห็นได้ชัดเจนในผ้าสีพื้น สำหรับผ้าที่มีดีไซน์ ลวดลายผ้าอาจไม่ต่อเนื่องได้ ถ้าต้องการให้ต่อลายผ้า ช่างเย็บผ้าม่านจะต้องใช้ผ้าเพิ่ม

เหมาะกับผ้าม่านสีพื้น: ประการแรก คือ ความสวยงาม ผ้าม่านที่ไม่มีรอยต่อจะดูไฮคลาส “Elegant” มีระดับ เหมาะกับสถานที่ระดับไฮเอนด์ ผ้าม่านไร้รอยต่อจะเหมาะกับผ้าสีพื้นโดยเฉพาะ เพราะรอยต่อบนผ้าสีพื้นจะเห็นได้ชัดเจน

เหมาะกับผ้าม่านที่มีดีไซน์: ผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษจะเหมาะสำหรับผ้าม่านที่มีลวดลายด้วยเช่นกัน เพราะผ้าม่านไร้รอยต่อจะมีดีไซน์ที่ต่อเนื่องตลอดผืน ลวดลายบนผ้าจะไม่ขาดช่วงหรือขาดตอน การที่ลวดลายไม่ขาดช่วงจะทำให้การจัดลอนง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

คำนวณผ้าม่านง่าย: ประการที่สาม การคำนวณผ้าม่านจะง่าย จากข้างต้น จะเห็นได้ว่าการคำนวณผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษง่ายกว่าผ้าหน้ากว้างปกติ เพราะเราไม่จำเป็นต้องคำนวณชิ้นผ้า ผ้าที่ใช้จะมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น (หรือสองชิ้นถ้าทำผ้าม่านแยกกลาง)

เย็บผ้าม่านสะดวก: ประการที่สี่ การตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายและสะดวก เพราะไม่ต้องตัดต่อผ้า การเย็บผ้าม่านหน้าปกติจะต้องตัดผ้าเป็นชิ้นๆและนำมาต่อกัน แต่สำหรับผ้าหน้ากว้างพิเศษ เราตัดผ้าชิ้นเดียว และไม่มีการตัดต่อแต่อย่างใด

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส จำหน่ายผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษหลายชนิด มีให้เลือกหลายสีและหลายดีไซน์ เหมาะกับการตกแต่งบ้านทุกสไตล์ เราจำหน่ายทั้งผ้าหน้ากว้างปกติ 1.50 เมตร (60 นิ้ว) และผ้าหน้ากว้างพิเศษ 2.80 เมตร (110 นิ้ว)

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าเย็บผ้าม่านแต่ละชนิดได้ที่ 02 223 4828 บริษัท แฟบริค พลัส มีหน้าร้านอยู่ติดถนนพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย Continue reading ผ้าม่านไร้รอยต่อ ทันสมัย ลวดลายต่อเนื่อง เย็บง่าย

ผ้าม่านกันUV มีแบบไหนบ้าง?

ผ้าม่านกันUV 🧡🧡🧡 ผ้าม่านยอดนิยมในประเทศไทย: ตลาดผ้าม่านกันUVเป็นตลาดใหญ่มาก เพราะผ้าม่านกันUVเป็นชนิดผ้าม่านที่นิยมอย่างยิ่งในเมืองไทย อากาศที่นี่อบอ้าว ร้อนตลอดทั้งปี ผ้าม่านกันUVช่วยรับแสงแดดและความร้อนได้ดีกว่าผ้าม่านปกติถึงมากกว่า 50% ถ้าเป็นรุ่นพรีเมี่ยมแล้ว ผ้าม่านกันUVจะสามารถป้องกันแสงแดดและความร้อนได้ถึง 100% ผ้าม่านทั่วไปสามารถป้องกันแสงแดดได้ 40-80% เท่านั้น ผ้าม่านกันUVมีตัวเลือกมากเท่ากับผ้าม่านธรรมดา มีทั้ง ผ้าม่านพิมพ์ลาย ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านทอกระสอบ ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านเนื้อซาติน ผ้าม่านเนื้อแจกการ์ด ผ้าม่านทอลายในตัว เป็นต้น ราคาผ้าม่านกันUVอยู่ที่น้ำหนัก ความหนา และลูกเล่นต่างๆ อย่างเช่น ผ้าม่านกันUVที่ทอใช้เส้นด้าย Yarn Dye จะมีราคาสูงกว่าชนิดผ้าอื่นๆ ผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้าย Yarn Dye เป็นการทอที่เพิ่มมิติให้กับลวดลายผ้า ทำให้ผ้าม่านดูสวยงาม มีมิติ

ผ้าม่านกันUV เนื้อเงา: ผ้าม่านกันUVที่มีเนื้อเงาเป็นสไตล์ยอดนิยม เพราะดูสวยหรู มีสง่าราศี ผ้าม่านกันUVเนื้อเงาประเภทนี้จะไม่เกาะฝุ่น ทำให้การดูแลรักษาความสะอาดง่าย ใช้ได้ยาวนาน สีไม่ซีด เป็นสไตล์ผ้าม่านที่ฮิตมาก

ผ้าม่านกันUV Double Side: ผ้าม่านกันUV ที่ทอแบบสวยสองหน้า ผ้าม่านรุ่นนี้จะสามารถใช้ได้สองด้าน เหมาะกับบ้านที่เปิดหน้าต่างเป็นประจำ เพราะผู้คนที่อยู่นอกบ้านก็จะเห็นความสวยงามของผ้าม่านจากภายนอกเช่นกันกับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน

ผ้าม่านกันUV “กำมะหยี่”: ผ้าม่านกันUV ที่ทอแบบมีพื้นผิวขนสั้นเกรียน ผ้าม่านรุ่นนี้จะมีเนื้อคล้ายกับผ้ากำมะหยี่ แต่จะขนน้อยกว่า เนื้อผ้าจะมีความเงานิดๆ แต่เฉพาะเวลาโดนแสงแรงๆ ผิวผ้าด้านหลังจะมีหลายรูปแบบ ที่นิยมจะเป็นสีเงา ลายพื้น เนื้อผ้านี้จะนิยมใช้ตามโรงแรมและรีสอร์ท 5 ดาว เพราะเป็นเนื้อผ้าที่ดูสวยงาม มีราคา

ผ้าม่านกันUVเนื้อซาติน: ผ้าม่านกันUVรุ่นนี้จะมีเนื้อผ้านี้จะลื่นมาก และทออย่างละเอียด เป็นชนิดผ้าม่านที่นิยมใช้ตามโรงแรมและรีสอร์ท 5 ดาว เช่นกัน ผ้าม่านที่ทอซาตินจะสวยสองหน้า ด้านหลังจะดูเหมือนด้านหน้า เพราะฉะนั้นจะสามารถใช้ได้สองหน้าเช่นกัน

ผ้าม่านกันUV พิมพ์ลาย: ผ้าม่านกันUVที่มีดีไซน์เป็นพิมพ์ลายจะใช้ระบบ Printing ในการเสริมลวดลายสวยๆบนพื้นผิวผ้า ลวดลายผ้าจะดูมีสีสัน สีจะคมชัด แต่จะเห็นได้ชัดเจนว่าดีไซน์ผ้าไม่ได้ถักทอในเนื้อผ้า ผ้าม่านกันUV แบบพิมพ์ลายจะมีแบบทอด้วยเส้นด้ายสีดำและเส้นด้ายสีขาว ผ้าม่านกันUVชนิดอื่นจะทอด้วยเส้นด้ายสีดำทั้งหมด แต่ผ้าม่านพิมพ์ลายจะมีแบบทอด้วยด้วยเส้นด้ายสีขาวด้วย เพื่อให้สีสันของดีไซน์ดูสว่าง ไม่มืดมน เหมาะกับผ้าม่านที่มีลวดลายแนววินเทจ อย่างเช่น ดีไซน์ช่อดอกกุหลาบ เป็นต้น ผ้าม่านกันUVที่ใช้เส้นด้ายสีขาวจะทำให้ลวดลายดูสว่างตา ดู “Fresh” เวลาใช้ติดในบ้าน ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสดชื่น สดใส สบายตา

*ผ้าม่านกันUVที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีขาวจะสามารถป้องกันแสงแดดได้น้อยกว่าผ้าม่านกันUVที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีดำ

ติดต่อสอบถามชนิดผ้าม่านกันUVต่างๆได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส พาหุรัด แหล่งผ้าทำผ้าม่าน สำหรับงานตกแต่งบ้านทุกชนิด มีผ้าม่านหลายประเภท หลายสไตล์ให้เลือก Continue reading ผ้าม่านกันUV มีแบบไหนบ้าง?

ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก หาซื้อที่ไหน?

ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก 🧡🧡🧡 เมตรละเท่าไหร่ ป้องกันแสงแดดได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้เรามาดูกัน

ผ้าม่านกันยูวีเป็นผ้าม่านรุ่นใหม่ที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีดำที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet Radiation) จากแสงอาทิตย์ ผ้าม่านกันยูวีเป็นชนิดผ้าทำผ้าม่านยอดนิยมในยุคปัจจุบัน และเป็นชนิดผ้าม่านที่ฮิตมากในเมืองไทย เพราะนอกจากป้องกันรังสียูวีแล้ว ผ้าม่านชนิดนี้จะยังสามารถลดความร้อนและแสงแดดในเวลากลางวันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เป็นผ้าม่านระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผ้าม่านของบริษัท แฟบริค พลัส ที่ได้คัดสรรแต่ผ้าม่านที่มีเนื้อหนา ทอละเอียด สีสันสวยงาม ลวดลายคมชัด และผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย

ผ้าม่านกันยูวีคืออะไร?
ผ้าม่านกันยูวี หรือ ผ้าม่านกันแสง จะมีแบบเคลือบด้านหลังและแบบไม่เคลือบ ผ้าม่านที่เป็นแบบเคลือบโฟมหรือซิลิโคนจะสามารถป้องกันแสงแดดได้ถึง 100% แต่อายุการใช้งานจะไม่เท่าผ้าม่านกันแสงแบบไม่เคลือบเพราะวัสดุเคลือบจะเสื่อมและแตกได้

 ผ้าม่านกันแดดแบบไม่เคลือบจะเป็นสอดเส้นด้ายสีดำระหว่างผืนผ้า ซึ่งจะทำให้ผ้าม่านสามารถป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านธรรมดา มีจากประเภทป้องกันแสงแดดได้  80% – 100% ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดจะอยู่ที่ความหนาและสีของผ้าม่านที่เลือก แต่องค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งคือความสามารถในการป้องกันรังสี Ultraviolet ซึ่งเป็นอง์ประกอบที่ทำให้สภาพเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเสื่อมโทรมเร็ว ผ้าม่านกันยูวีจะกรองรังสี Ultraviolet ออก ทำให้ภายในบ้านมีความร่มเย็นและปราศจากรังสีจากแสงอาทิตย์

ผ้าม่านกันแดดแบบพลิ้วไหว อายุยาว: ผ้าม่านกันแสงแบบสอดเส้นด้ายสีดำสามารถป้องกันแสงแดดได้ประมาณ 80-100% ข้อดีของผ้าม่านกันแสงชนิดนี้คือเป็นชนิดผ้าม่านที่มีความพลิ้วไหวเหมือนผ้าม่านธรรมดา มีความสวยงามทั้งสองหน้า และไม่มีการเสื่อมสภาพตลอดอายุการใช้งาน เราเลือกใช้วัตถุเส้นด้ายที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตทันสมัย เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสากล International Standard

ผ้าม่านกันยูวีมีเนื้อผ้าแบบไหนบ้าง?
ผ้าม่านกันยูวีมีหลากหลายเนื้อ หลากหลายชนิด เนื้อผ้ารวม เนื้อมันวาว เนื้อกำมะหยี่ เนื้อซาติน เนื้อกระสอบ เนื้อโพลีเย็สเตอร์ เนื้อยาร์นดายด์ ผ้าม่านกันยูวีจะมีหลากหลายดีไซน์เช่นกัน ลายผ้ารวม ทอลายในตัว ลายริ้ว ลายดอกไม้ พิมพ์ลาย ลายกราฟฟิก ลายเวฟ เป็นต้น ผ้าม่านกันยูวีจะมีความพลิ้วไหวเหมือนผ้าม่านปกติ เพราะเส้นด้ายสีดำที่มีคุณสมบัติป้องกันUVเป็นเส้นด้ายผ้าที่มีความยืดหยุ่นเท่ากับเส้นด้ายผ้าธรรมดาทั่วไป ผ้าม่านกันยูวีจะไม่มีการเคลือบด้วยวัสดุใดๆ เป็นผลิตภันฑ์สิ่งทอ 100%

ผ้าม่านกันยูวี มีราคาเท่าไหร่?
ราคาผ้าม่านกันยูวี: ราคาผ้าม่านกันยูวีจะไปตามความหนาและน้ำหนัก ผ้าม่านกันยูวีแต่ละรุ่นจะป้องกันแสงแดดและความร้อนได้ไม่เท่ากัน อย่างเช่น ผ้าม่านกันยูวีที่มีเนื้อหนาและน้ำหนักมากจะใช้เส้นด้าย High Density Black Yarn จำนวนมากกว่า ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและความร้อนสูง ผ้าม่านกันยูวีที่มีเนื้อบางและเบาจะมีเส้นด้าย High Density Black Yarn จำนวนน้อย ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและความร้อนน้อยกว่าผ้าม่านกันยูวีเนื้อหนา อย่างไรก็ตาม ผ้าม่านกันยูวีจะป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านธรรมดาที่ไม่ได้ถักทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn

เราเลือกขายผ้าม่านกันยูวีที่มีระดับพรีเมี่ยม เพราะฉะนั้นเราจะไม่เลือกจำหน่ายผ้าม่านกันยูวีที่มีเนื้อบาง ผ้าม่านกันUVเนื้อถูกที่สุดที่เราจำหน่ายจะมีราคาที่ลดแล้วเหลือ เมตรละ 199 บาท เป็นผ้าม่านกันยูวีที่มีหน้ากว้าง 2.80 เมตร เรามีผ้าม่านกันยูวีหลายราคา ราคาโปรโมชั่นมีจากเมตรละ 199 บาท ไปถึงเมตรละ 399 บาท อย่างที่ได้เรียนเอาไว้ น้ำหนักและความหนาของผ้าจะมีผลต่อราคาอย่างยิ่ง จากรูปภาพ เราจะไม่สามารถรู้สึกถึงความหนาและน้ำหนักผ้าได้ เราจึงแนะนำให้เดินตลาดและสัมผัสเนื้อผ้าทุกครั้งก่อนซื้อผ้าม่าน โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้ผ้าเย็บผ้าม่านจำนวนมาก

ผ้าม่านกันยูวี ใช้หน้ากว้างเท่าไหร่ดีที่สุด?
ยกระดับความสวยงามของผ้าม่านด้วยผ้าม่านไร้รอยต่อ ผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านมีหน้ากว้างหลายขนาด ผ้าที่มีหน้าแคบอย่างเช่น ผ้าหน้ากว้างเพียง 120 ซม. หรือ 150 ซม. จะต้องนำผ้ามาตัดต่อกันเพื่อได้ขนาดหน้าต่างหรือประตูที่ต้องการ การที่ต้องตัดต่อผ้าจะทำให้ผ้าม่านมีรอยต่อ แม้ใช้ช่างผ้าม่านที่มีฝีมือดีที่สุดก็จะไม่สามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ผ้าม่านดูสวยงามคือการเย็บแบบซ่อนรอยต่อไว้ที่ท้องลอนผ้าม่าน ถ้าเย็บผ้าม่านแบบมีลวดลายดีไซน์ ควรต่อลายผ้าม่านให้ลงตัว เพื่อให้ลวดลายผ้าม่านต่อเนื่องตลอดผืน ไม่มีการขาดช่วงหรือขาดตอน

ผ้าม่านหน้ากว้างมากจะสามารถใช้เย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ ผ้าทำผ้าม่านที่มีหน้ากว้างไม่มากจะไม่สามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ เพราะฉะนั้นควรใช้ผ้าม่านที่มีความกว้างพอสมควร อย่างเช่น ผ้าหน้ากว้าง 240 ซม. หรือ 280 ซม. การใช้ผ้าม่านหน้ากว้างขนาดนี้ เราสามารถวางหน้าผ้าตามความสูง และตัดผ้าตามความกว้างของประตูหรือหน้าต่างเท่านั้น การวางผ้าตามนี้ การตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายและสะดวก เพราะจะไม่มีการตัดต่อผ้าใดๆ ลวดลายผ้าจะต่อเนื่องตลอดผืน ไม่ต้องซ่อนรอยต่อให้ยุ่งยาก ไม่ต้องจัดวางลายผ้าให้ต่อกันตามรอยต่อ ผ้าม่านแบบไร้รอยต่อเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นผ้าม่านที่ดูสวยงามมีระดับ เหมาะกับผ้าม่านสีพื้นและผ้าม่านแบบมีลวดลาย ผ้าม่านที่มีสีพื้นจะเหมาะกับการเย็บแบบไร้รอยต่อเพราะผ้าสีพื้นจะเห็นรอยต่อได้ชัดเจนกว่าผ้าม่านมีลาย ผ้าม่านที่มีลายจะเหมาะกับการเย็บแบบไร้รอยต่อเช่นกันเพราะลวดลายจะไม่ขาดช่วง มีความสมดุลลงตัวตลอดผืนผ้า แม้เราอาจเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายดีไซน์ที่ดูเลิศหรูสง่างาม แต่ถ้าลวดลายไม่ต่อเนื่องก็อาจจะทำให้ผ้าม่านดูไม่สวยเท่าที่ควรจะเป็นได้

ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก หาซื้อที่ไหน
ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก มีให้เลือกมากมายในตลาดพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย ตลาดพาหุรัดมีขายผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้ายกันยูวีหลากหลายชนิด และจะมีให้เลือกในหลายเนื้อ หลายสี และหลายดีไซน์เช่นกัน ราคาในตลาดพาหุรัดจะเป็นราคาส่ง ขายต่อเมตร ได้ราคาถูกแน่นอน

ผ้าม่านกันยูวี หน้ากว้าง 280 ซม. คือ หน้ากว้างที่มีความสมดุลลงตัว
เราเลือกจำหน่ายผ้าม่านกันยูวี แบบมีหน้ากว้าง 280 ซม. หรือ 2.80 เมตร เพื่อให้สามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ การใช้จำนวนผ้าจะน้อยกว่าผ้าม่านหน้าปกติอย่างเช่น ผ้าหน้ากว้าง 1.20 เมตร หรือ 1.50 เมตร ประมาณเท่าตัว อย่างเช่นถ้าช่างผ้าม่านจะต้องใช้ผ้าหน้ากว้าง 1.20 เมตร ถึง 50 เมตร ในการตัดเย็บผ้าม่านทั้งหมด การซื้อผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะต้องใช้เพียงแค่ 25 เมตร หรือครึ่งหนึ่งเท่านั้น เพราะผ้ามีหน้ากว้างกว่ามากกว่าสองเท่า ซื้อผ้าหนึ่งเมตรแบบหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะเท่ากับซื้อผ้าสองเมตรแบบหน้ากว้าง 1.40 เมตร และได้ผ้ามากกว่าซื้อผ้าสองเมตรแบบหน้ากว้าง 1.20 เมตร

วิธีการซื้อผ้าม่านที่ดีที่สุด ให้จับผ้าก่อนซื้อ: น้ำหนักและความหนาของผ้าจะมีผลต่อราคาอย่างมาก ดููจากรูปภาพ เราจะไม่สามารถรู้สึกถึงความหนาและน้ำหนักผ้าได้ เราจึงแนะนำให้เดินตลาดและสัมผัสเนื้อผ้าทุกครั้งก่อนซื้อผ้าม่าน โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้ผ้าเย็บผ้าม่านจำนวนมาก

ผ้าม่านกันยูวี หน้ากว้าง 2.80 เมตร มีราคาตามนี้ โปรโมชั่นลด 50% สำหรับผ้าม่านกันUVทุกชนิด!

ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 399 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 199 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 99 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 499 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 249 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 124 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 599 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 299 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 149 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 659 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 329 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 164 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 719 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 359 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 179 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 799 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 399 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 199 บาท)

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านกันยูวีได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส อยู่ริมถนนพาหุรัด ตลาดพาหุรัดเป็นแหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย ลูกค้าสามารถดูแผนที่ถนนพาหุรัดและร้านผ้าม่าน ATM Decorได้ตามลิงค์

Continue reading ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก หาซื้อที่ไหน?

ผ้าม่านสีเทา หลากหลายโทน หลากหลายคอนเซ็ปต์

ผ้าม่านสีเทา 🧡🧡🧡 เป็นสียอดนิยมในการตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์น ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์แห่งความเรียบหรู
ผ้าม่านสีเทาและอินทีเรีย ดีไซน์ยุคใหม่ 🧡🧡🧡 ผ้าม่านสีเทาเป็นสียอดนิยมในคอนเซ็ปต์การตกแต่งแนวโมเดิร์น ผ้าม่านสีเทาเป็นสีผ้าม่านที่ดูสวยงามมีระดับ เป็นสีปลอดภัย ดูมีภูมิฐาน ผ้าม่านสีเทาสามารถใช้ควบคู่กับอินทีเรียดีไซน์หลายสไตล์ และสามารถแมทช์กับสีผนังและวอลล์เปเปอร์ในหลายโทนหลายเฉด ไม่ว่าจะเป็น วอลล์ห้องสีขาว วอลล์ห้องสีออฟไวท์ วอลล์ห้องสีครีม วอลล์ห้องสีเขียวอ่อน วอลล์สีม่วงพาสเทล วอลล์ห้องสีโอรสอ่อน วอลล์ห้องสีเทาอ่อน วอลล์ห้องสีควันบุหรี่ วอลล์ห้องสีฟ้าอ่อน วอลล์สีน้ำตาล เป็นต้น เราสามารถเติมเต็มความสวยงามใน อินทีเรีย ดีไซน์ ด้วยการใช้ปลอกหมอนอิงหรือเก้าอี้โซฟาสีเทา ให้กลมกลืนกับผ้าม่าน หรือใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาว/สีครีมเพื่อตัดกับสีเทา ช่วยดึงดูดความสนใจไปที่ผ้าม่าน และทำให้ห้องดูสว่างตาด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านโทนสีเทามีแบบไหนบ้าง? ผ้าม่านสีเทามีหลากหลายเฉดหลากหลายโทน อย่างเช่น ผ้าม่านสีเทาเงิน ผ้าม่านสีควันบุหรี่ ผ้าม่านสีเทาอมฟ้า ผ้าม่านสีเทาอ่อน ผ้าม่านสีเทาชาร์โคล ผ้าม่านสีเทา “Ash” ผ้าม่านสีเทาตะกั่ว ผ้าม่านสีเทาหม่น ผ้าม่านสีเทาเข้ม เป็นต้น

ผ้าม่านสีเทา ดูทันสมัย “Modern Interior” 🧡🧡🧡 การเลือกติดผ้าม่านสีเทาในห้องเป็นทางเลือกที่เซฟ เพราะเป็นสีผ้าม่านที่เข้ากับการตกแต่งภายในได้หลายแนว เหมาะใช้กับสไตล์คลาสสิกและสไตล์โมเดิร์น ผ้าม่านสีเทาเป็นสียอดนิยมในประเทศไทยอย่างยิ่งเพราะเป็นสีมงคล ดูสวยงามทันสมัย มีเสน่ห์แห่งความ “Elegance” และเป็นสีผ้าม่านที่ทำให้บรรยากาศบ้านดูปลอดโปร่ง อบอุ่น และดูน่าอยู่ยิ่งขึ้นอีกด้วย  Continue reading ผ้าม่านสีเทา หลากหลายโทน หลากหลายคอนเซ็ปต์

ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านแนววินเทจ เลือกผ้าม่านแบบไหนดี?

ผ้าม่านสวยๆ มีมากมายหลากหลายแนวให้เลือก 🧡🧡🧡 ผ้าม่านมีหลากหลายชนิด หลากหลายราคา แต่ละชนิดจะมีความสวยงามและความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ผ้าม่านแต่ละประเภทมีความสวยงามที่ต่างกัน: ผ้าม่านเนื้อเงาจะทำให้ห้องดูสว่าง เพราะจะสะท้อนแสงให้กระจายไปทั่วห้อง ทำให้หน้าตาบ้านดูเปล่งปลั่ง มีความสดใส ผ้าม่านเนื้อด้านจะดูสวยงามในแนวเรียบหรู ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์แนว “Chic” ผ้าม่านลายปักจะดูสวยงามในสไตล์หรูหราอลังการ ออกแนวไฮโซ ดูมีราคา ผ้าม่านแนววินเทจจะออกสไตล์หวานแหวว ทำให้หน้าตาบ้านดูมีสีสัน มีความสดชื่นในธีมธรรมชาติ ลายดอกไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยในการพักผ่อน และทำให้รู้สึกดี 

ผ้าม่านแต่ละชนิดจะมีเนื้อและพื้นผิวผ้าที่ต่างกัน: ผ้าม่านเนื้อซาตินจะมีความเงา พื้นผิวลื่น ไม่จับฝุ่น ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์ (ผ้าใยสังเคราะห์) จะมีแบบทั้งพื้นผิวเงาและพื้นผิวด้าน มีทั้งแบบจับฝุ่นและไม่จับฝุ่น ปกติแล้วผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์จะไม่จับฝุ่น แต่โดยที่ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์ก็จะมีหลายประเภทเช่นกัน โดยที่บางประเภทจะถักทอแบบมีขนนิดๆบนผิวผ้า ทอคล้ายๆกับผ้ากำมะหยี่ ทำให้ผ้าเนื้อนี้จับฝุ่นง่ายกว่าผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์ที่ถักทอแบบพื้นผิวมันวาว ผ้าม่านเนื้อคานวาสจะมีพื้นผิวสาก ไม่ลื่น (เนื้อแคนวาสจะมีความหยาบกว่าผ้าฝ้ายทั่วไป) และจับฝุ่นง่ายกว่าผ้าม่านเนื้อใยสังเคราะห์ แต่ก็เป็นชนิดผ้าที่นิยมใช้ในการทำผ้าม่านเพราะการพิมพ์สีบนผ้าม่านเนื้อคานวาสจะดูสวยงาม มีสีสดและลวดลายคมชัด นอกจากใช้ทำผ้าม่านแล้ว ผ้าเนื้อคานวาสยังสามารถนำไปตกแต่งประดับสิ่งของอื่นๆในบ้านได้ อย่างเช่น เก้าอี้ โซฟา เฟอร์นิเจอร์หวาย ผ้าคลุมโต๊ะ ปลอกหมอนอิง เป็นต้น 

ผ้าม่านในแต่ละห้องไม่ต้องเหมือนกัน: หลายคนอาจสงสัยว่าการเลือกติดผ้าม่านในบ้านควรใช้แค่สีเดียวลายเดียวทั้งหลังหรือสามารถเลือกได้หลายๆสี หลายๆดีไซน์ ความจริงคือเราสามารถเลือกติดผ้าม่านในสีที่แตกต่างกันได้สำหรับแต่ละห้อง ตามหลักการตกแต่งอินทีเรียดีไซน์ ถ้าเราสามารถมองเห็นหลายๆห้องในบ้านได้พร้อมกัน ควรเลือกสีและลายผ้าม่านเดียวกัน แต่ถ้าห้องในแต่ละโซนของบ้านมีกำแพงปิดกั้นที่ทำให้ไม่เห็นผ้าม่านในห้องพร้อมกัน เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่มีต่างสีต่างลายได้ บางคนอยากติดผ้าม่านแบบแบ่งตามชั้นของบ้าน ชั้นล่างใช้ผ้าม่านสีหนึ่ง ส่วนชั้นบนใช้ผ้าม่านอีกสีหนึ่ง บางคนเลือกติดผ้าม่านสีเดียวกันและดีไซน์เดียวกันสำหรับบ้านชั้นล่าง แต่ชั้นบนติดหลายๆสีสำหรับแต่ละห้อง การแบ่งสีและลายผ้าม่านมีหลากหลายวิธี เราไม่จำเป็นต้องเลือกดีไซน์และสีผ้าม่านให้เหมือนกันทั้งหลัง

ผ้าม่านในแต่ละสีให้ความรู้สึกที่ต่างกัน: การเลือกวรรณะสีของผ้าม่านในแต่ละห้องก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านในแต่ละโทนจะให้ความรู้สึกและสร้างบรรยากาศภายในห้องที่ไม่เหมือนกัน ผ้าม่านสีอุ่นๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเอิร์ธโทน ผ้าม่านสีน้ำตาล ผ้าม่านสีโอรส ผ้าม่านสีพิ้งโกล จะทำให้บรรยากาศห้องดูอบอุ่น “Cozy” ดูเซฟ ผ้าม่านสีเย็นๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเขียวใบไม้ ผ้าม่านสีเขียวทะเล ผ้าม่านสีฟ้า ผ้าม่านสีน้ำเงิน ผ้าม่านสีบานเย็น จะทำให้ห้องมีความรู้สึกผ่อนคลาย “Relax” ดูเย็นสบายตา ช่วยในการพักผ่อน ผ้าม่านสีร้อนๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีแดง ผ้าม่านสีส้ม ผ้าม่านสีม่วงแดง ผ้าม่านสีเหลือง จะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉง สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สามารถช่วยให้เรามีแรงมีพละกำลังมากยิ่งขึ้น อ่านเกี่ยวกับอิทธิพลของสีผ้าม่านต่างๆได้ตามลิงค์

การแต่งห้องแบบให้ดูสวยงามเข้าคอนเซ็ปต์: ผ้าม่านที่ใช้ในการเดคคอเรทห้องให้ดูมีความสวยงามลงตัวควรเลือกใช้วรรณะสีที่เข้าคอนเซ็ปต์ของอินทีเรียดีไซน์ อ่านเกี่ยวกับการเลือกสีผ้าม่านที่สร้างความสมดุลในโทนสีของห้องได้ตามลิงค์ การเลือกผ้าม่านมีหลากหลายชนิด เราสามารถเลือกติดผ้าม่านกันUVสีพื้น ผ้าม่านกันUVแนววินเทจ ผ้าม่านแบบทอลายในตัว (ผ้าม่านเนื้อแจ็คการ์ด) ผ้าม่านซาติน ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านเนื้อแคนวาส ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านมีเทกเจอร์ เป็นต้น การเลือกติดผ้าม่านที่มีสีสันและสไตล์ที่เข้าคอนเซ็ปต์จะทำให้บ้านดูมีความสวยงาม ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์ที่ลงตัว Continue reading ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านแนววินเทจ เลือกผ้าม่านแบบไหนดี?

เลือกผ้าม่านแบบไหนดี เพื่อให้บ้านดูสวยงาม

เลือกผ้าม่านให้ลงตัวกับห้อง: การเลือกผ้าม่านต้องดูที่ทั้งประโยชน์การใช้สอยและความสวยงาม ถึงจะให้ห้องดูสวยมีเสน่ห์ลงตัว

วิธีการเลือกผ้าม่านต้องมองที่จุดประสงค์และคอนเซ็ปต์ของห้อง เพราะต้องให้ผ้าม่านสอดคล้องกับสไตล์ Interior Design ของห้อง อยากให้บรรยากาศห้องออกมาเป็นอย่างไร ต้องใช้ผ้าม่านที่เข้ากับคอนเซ็ปต์นั้น

เลือกผ้าม่านกับการแต่งบ้านด้วยสไตล์วินเทจ (Vintage Decor): ในกรณีที่แต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบสไตล์วินเทจ (ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และผนังบ้านสีขาวหรือลายไม้) ควรเลือกผ้าลายดอกไม้ที่จะให้บ้านดูมีขีวิตชีวา มีสีสันสวยงาม การเลือกแต่งบ้านด้วยผ้าลายวินเทจควรเน้นให้ผ้าเข้าเซตถึงจะให้หน้าตาห้องสวยหรู Elegant ดูมีระดับ อย่างเช่น การเลือกใช้ผ้าหมอนอิงหรือผ้าเก้าอี้ที่มีลวดลายเดียวกันกับผ้าม่าน การเลือกใช้ผ้าลายดอกไม้สามารถ Mix & Match กับผ้าสีพื้นได้ เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ห้องดูไม่ลายตา ดูมีความสมดุลและสวยงามแบบลงตัว การแต่งห้องด้วยสไตล์วินเทจควรมีช่อดอกไม้มาประดับห้องด้วยเพื่อให้เข้าคอนเซ็ปต์  

ร้านขายผ้า แฟบริค พลัส พาหุรัด มีผ้าลายดอกไม้ที่เป็นแนววินเทจมากมายให้เลือกในราคาถูก เนื้อผ้าหนาแน่น อายุการใช้งานยาวนาน มีทั้งแบบเนื้อคอตตอนแคนวาสและแบบเนื้อผสม ผ้าแนววินเทจที่ทำผ้าม่านก็มีแบบชนิดกันแสงกันยูวี (Blackout Curtains) และแบบกันแสงปกติ การแต่งบ้านด้วยสไตล์วินเทจเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศบ้านเรา เป็นการแต่งบ้านที่ไม่มีวันตกยุค ตราบใดที่มนุษย์เรายังรักธรรมชาติและชอบอยู่กับสิ่งธรรมชาติ ผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะลายดอกไม้สามารถสร้าง Character ของห้องให้ดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์และทำให้บรรยากาศห้องดูอบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้น

เลือกผ้าม่านกับการแต่งบ้านด้วยสไตล์โมเดิร์นทันสมัย (Modern Decor): การแต่งบ้านด้วยสไตล์โมเดิร์นจะเน้นความสวยงามในแบบเรียบหรู ไม่เน้นความหรูอลังการ แต่เน้นให้สีผ้าม่านที่ “Safe” และสอดคล้องกับสีผนังและเฟอร์นิเจอร์ห้อง ผ้าม่านที่เลือกใช้อาจเป็นสีพื้นหรือมีลายในตัวนิดๆ ไม่เน้นลวดลายหรือใช้ผ้าม่านที่มีสีฉูดฉาดเกินไปและขัดสีหรือแย่งความเด่นของสิ่งของอื่นๆในบ้าน การแต่งห้องจะออกแนวสไตล์เรียบง่าย Simple Design เน้นวัตถุประสงค์การใช้งาน ซื้อแต่เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย ถ้าใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีเข้ม ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีอ่อน เพื่อให้ Mix & Match อย่างลงตัว ไม่เข้มเกินไปทำให้เพราะจะทำให้ห้องดูมีพื้นที่แคบเล็ก การใช้ผ้าม่านสีอ่อนๆจะทำให้พื้นที่ห้องดูปลอดโปร่งและกว้างขวาง ถ้าติดผ้าม่านจากเพดานถึงพื้นจะทำให้ห้องดูมีความสูงใหญ่ เป็นต้น

หลักการในการเลือกรูปแบบผ้าม่านจะเน้นให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของบ้าน อย่างเช่นผ้าม่านตาไก่จะเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านที่เป็นสไตล์โมเดิร์น ผ้าม่านจีบจะเหมาะกับห้องที่แต่งด้วยสไตล์คลาสสิกเป็นต้น ผ้าม่านตาไก่และผ้าม่านจีบจะสามารถใช้ได้กับบ้านทุกรูปทุกสไตล์ เพราะเป็นสองรูปแบบของผ้าม่านที่ทั้งสวยงามและเรียบหรู สามารถใช้ได้กับห้อง Informal Setting อย่างเช่นห้องนั่งเล่น ห้องนอน เป็นต้น และ Formal Setting อย่างเช่น ห้องรับแขก ห้องออฟฟิศที่ทำงาน ห้องประชุม เป็นต้น ไม่เหมือนผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่าน DIY หรือผ้าม่านลูกไม้ที่ควรใช้กับ Informal Setting เท่านั้น

การติดผ้าม่านสมัยนี้จะนิยมใช้ผ้าม่านรุ่นกันยูวีหรือผ้าม่าน Blackout ซึ่งจะกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านรุ่นธรรมดาปกติทั่วไป ผ้าม่าน Blackout จะมีการทอด้วยเส้นด้ายสีดำประกบอยู่ข้างในผ้า (ประกบเป็นผ้าสามชั้น) เพื่อกันแสงแดดและความร้อน ผ้าม่าน Blackout จะทำให้ประหยัดแอร์เพราะป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้าน เก็บอากาศเย็นๆและรักษาอุณหภูมิในบ้านเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ้าม่าน Blackout สมัยนี้มีหลากหลายรูปแบบ มีแบบเน้นลวดลายสไตล์วินเทจ ลายดอกไม้ แบบสไตล์โมเดิร์น แบบทอลายในตัว แม้กระทั้งผ้าม่านลายปักก็มีแบบรุ่นกันยูวี

การเลือกใช้ผ้าม่านสองชั้นอย่างเช่นผ้าม่านโปร่งร่วมกับผ้าม่านทึบจะทำให้บรรยากาศห้องดู Soft มีความนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งขึ้น และสามารถเพิ่มมิติและความละเอียดอ่อนให้ห้องดูมีเสน่ห์ Charm เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งกับการแต่งทุกสไตล์ ผ้าม่านโปร่งจะมีแบบทั้งมีลายในตัวพื้นๆและแบบผ้าโปร่งลูกไม้ ผ้าม่านโปร่งลายพื้นๆจะเหมาะใช้ได้กับการแต่งห้องทุกคอนเซ็ปต์ทุกสไตล์ แต่ถ้าแต่งบ้านด้วยแนววินเทจ ควรเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งลูกไม้เพราะจะสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ขึ้นไปอีกระดับ การเลือกผ้าม่านที่สอดคล้องกันและมีสีที่สบายตาสามารถทำให้เรามีความสุขเวลาอยู่บ้านยิ่งขึ้น

ร้านขายผ้า แฟบริค พลัส (ATM Decor) มีจำหน่ายสินค้าผ้าม่านชั้นนำหลากหลายชนิดให้เลือกสรร มีแบบทั้งผ้าม่านดีไซน์ทันสมัยและแบบลวดลายแนววินเทจ มีแบบผ้าม่านลายปักและผ้าม่านทอลายในตัว มีบริการตัดเย็บหลากหลายสไตล์อย่างเช่น ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า เป็นต้น ตัดเย็บโดยทีมงามมืออาชีพ และมีบริการติดตั้งในทุกแห่งในกรุงเทพฯแบบครบวงจร ในร้านนอกจากจำหน่ายผ้าม่านแล้วยังมีสิ่งทอแต่งบ้านให้เลือกหลากหลายสไตล์เช่นกัน มีทั้งผ้าหุ้มเบาะ ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุมเตียง ผ้าบุโซฟา ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ต่างๆนานาชนิด เรามีผ้าที่ตอบสนองทุกความต้องการของคุณและสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์แต่งบ้านทุกรูปแบบ Continue reading เลือกผ้าม่านแบบไหนดี เพื่อให้บ้านดูสวยงาม