ผ้าอะไร เหมาะกับการทำผ้าม่าน? ผ้าแบบไหน ตัดเย็บออกมาแล้วดูสวยงาม มีคลาส?

ผ้าที่เหมาะกับการตัดผ้าม่าน 🧡🧡🧡 ควรเป็นชนิดผ้าที่ไม่ยับง่าย ⚡ ไม่เก็บฝุ่น ⚡ ทนทาน ⚡ เนื้อหนา ⚡ และทิ้งตัวดี ⚡

ผ้าสำหรับทำผ้าม่าน ควรมีเนื้อหนา น้ำหนักดี 🧡 เราจะสังเกตได้ว่า เวลาแขวนผ้าม่านบนราง ผ้าที่มีเนื้อเบาบางจะไม่สามารถรักษารูปทรงได้ดี ทำให้ผ้าม่านเย็บออกมาแล้วดูไม่เข้ารูป ไม่มีทรง และทำให้หน้าตาบ้านดูไม่มีเกรด ทั้งๆที่ใช้ผ้าเนื้อแพงคุณภาพสูง เพราะฉะนั้น ผ้าที่มีเนื้อเบาบางจะไม่เหมาะกับการใช้ตัดเย็บผ้าม่าน ควรเลือกเนื้อผ้าที่ถักทออย่างแน่นหนา มีน้ำหนักมาก และทิ้งตัวดี

ผ้าสำหรับทำผ้าม่าน ควรไม่เก็บฝุ่น 🧡 ผ้าที่อมฝุ่นจะไม่เหมาะกับการตัดเย็บผ้าม่าน เพราะผ้าม่านเป็นสิ่งประดับบ้านที่ไม่ซักบ่อยครั้ง ไม่เหมือนเสื้อผ้า ที่จะต้องซักเป็นประจำ การทำความสะอาดผ้าม่านจะใช้วิธีปัดฝุ่นเล็กน้อยเป็นพอ เพียงแค่ปัดผ้าม่านเป็นประจำก็พอที่จะทำให้ผ้าม่านดูสวยและใหม่ นั่นคือ ถ้าเราเลือกผ้าที่ไม่จับฝุ่น อย่างเช่น ผ้าโพลีเย็สเตอร์และซาติน แต่ถ้าเลือกใช้ผ้าแบบอมฝุ่น อย่างเช่น ผ้ากำมะหยี่หรือผ้าฝ้าย เนื้อผ้าจะเก็บฝุ่นมาก ทำให้เวลาปัดฝุ่นแล้ว ถ้าไม่ระมัดระวัง อาจเปื้อนผ้าได้ ทำให้ผ้าม่านดูสกปรกเลอะและไม่สวยงามเหมือนตอนที่ซื้อใหม่ เพราะฉะนั้น ควรเลือกชนิดผ้าที่ไม่เก็บฝุ่น เพื่อให้ผ้าม่านดูสวยใหม่ได้ในเวลานาน และช่วยรักษาภาพลักษณ์และหน้าตาบ้านได้ในระยะยาว

ผ้าสำหรับทำผ้าม่าน ควรมีความทนทาน สีไม่ซีด 🧡 การซื้อผ้าม่านเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะฉะนั้น เนื้อผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บผ้าม่านควรมีคุณสมบัติที่ทนทาน สามารถทนแสงแดดได้โดยที่สีไม่ซีด ไม่จาง และเนื้อผ้าไม่ควรที่จะแตกออกเป็นผง เราแนะนำผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn ซึ่งเป็นชนิดเส้นด้ายที่มีคุณสมบัติป้องกันแสง UV ทำให้ผ้าม่านทนแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านปกติ เพื่อให้ได้ผ้าม่านที่ดีที่สุด เราแนะนำผ้าม่านกัน UV ที่มีเกรดหนาพิเศษ เกรดผ้าควรมีความนุ่มฟู เพื่อให้มีพื้นผิว Surface Area มากขึ้นสำหรับซับรังสี Ultraviolet เนื้อผ้าที่มีความหนาและฟูจะป้องกันความร้อนและแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านกัน UV เนื้อบาง อย่างไรก็ตาม ผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้ายที่มีคุณสมบัติป้องกันแสง UV จะทนทานและกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านแบบธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ได้ถักทอด้วยเส้นด้ายป้องกันแสง UV

คุณสมบัติพิเศษที่เราอยากแนะนำ เพื่อยกระดับความงาม ⚡ และช่วยให้ตัดเย็บผ้าม่านง่ายขึ้น ⚡

ผ้าสำหรับทำผ้าม่าน ควรเป็นผ้าที่มีเนื้อนุ่มต่อสัมผัส 🧡 ผ้าม่านที่มีเนื้อนุ่ม จะทำให้ผ้าม่านดูภูมิฐาน มีคลาส ผ้าที่มีเนื้อกรอบ จะทำให้ผ้าม่านดูขาดความนุ่มนวล เราจะสังเกตได้ว่าสถานี High Class ⚡ และ Luxury ⚡ อย่างเช่น โรงแรม 5 ดาว หรือ รีสอร์ทหรูๆ จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความนุ่มพิเศษ เวลาได้สัมผัสผ้าม่านแล้วจะรู้สึกถึงความนุ่มฟูของเนื้อผ้า คุณสมบัติความหนานุ่มของผ้าม่าน เป็นการสะท้อนถึงรสนิยมและเกรดของโรงแรม ผ้าม่านกัน UV จะมีแบบเนื้อกรอบบางและแบบหนานุ่ม เพื่อให้ยกระดับเกรดและความสวยงามของบ้าน เราแนะนำให้เลือกผ้าม่านกัน UV แบบรุ่นหนานุ่มพิเศษ

ผ้าสำหรับทำผ้าม่าน ควรเป็นผ้าที่มีหน้ากว้างพิเศษ 🧡 ผ้าที่มีหน้ากว้างอย่างน้อย 2.40 เมตร ขึ้นไปจะทำให้สามารถตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ เพราะเราจะสามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงของผ้าม่านได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องตัดผ้ามาต่อกันเป็นชิ้นๆเหมือนผ้าหน้ากว้างปกติ การวางผ้าแบบนี้ จะทำให้การตัดเย็บง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถตัดผ้าม่านยาวเท่าไหร่ก็ได้ โดยที่ไม่ต้องต่อผ้าแต่อย่างใด ในขณะเดียวกัน ผ้าม่านที่ตัดเย็บแบบไร้รอยต่อเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพราะเป็นการยกระดับความสวยงาม ความหรู และเกรดของบ้าน ถ้าเลือกตัดเย็บแบบผ้าหน้ากว้างปกติ อย่างเช่น หน้า 1.20 เมตร หรือ 1.50 เมตร ช่างเย็บผ้าม่านจะต้องซ่อนรอยต่อระหว่างลอนของผ้าม่าน ในกรณีเลือกผ้าม่านแบบมีลวดลาย ช่างเย็บผ้าม่านจะต้องต่อผ้าตามดีไซน์ของผ้าให้สอดคล้องกันอย่างลงตัวด้วยเช่นกัน ทำให้ขั้นตอนการตัดเย็บมากและยากขึ้น เพราะเหตุผลนี้ ผ้าที่มีหน้ากว้างพิเศษจึงเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง ทั้งๆที่เป็นรุ่นมาใหม่และพึ่งนำเข้ามาค้าขายในตลาดผ้าม่านไทยในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา แต่ก็กลายเป็นชนิดผ้าทำผ้าม่านที่นิยมมากกว่าผ้าหน้ากว้าง 1.5 เมตร (60 นิ้ว) ไปแล้ว ⚡ เพราะผลประโยชน์และข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในเรื่องของความสวยงามและความสะดวกในการตัดเย็บ 🧡🧡🧡 Continue reading ผ้าอะไร เหมาะกับการทำผ้าม่าน? ผ้าแบบไหน ตัดเย็บออกมาแล้วดูสวยงาม มีคลาส?

ผ้าฉาบปรอท กันแสง 100% ซับผ้าม่าน สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย อากาศห้องเย็นสบาย

ผ้าฉาบปรอท ⚡ กันแสง 100% 🧡 ป้องกันความร้อน🧡และรังสี UV 100% 🧡 หน้ากว้าง 1.5 เมตร ⚡ ราคาเพียง 99/บ 🧡เท่านั้น!!! Continue reading ผ้าฉาบปรอท กันแสง 100% ซับผ้าม่าน สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย อากาศห้องเย็นสบาย

ผ้าม่านโปร่งเมตรละกี่บาท?

ผ้าม่านโปร่ง เมตรละ 199 (ราคา Promotion🧡🧡🧡) ทอลายในตัว หน้ากว้างพิเศษ 2.80 เมตร สำหรับตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ มีความสวยงามลงตัว

ผ้าม่านโปร่งแสง: ยกระดับหน้าตาห้อง รักษาความเป็นส่วนตัวเวลาเปิดผ้าม่าน ชมวิวภายนอกได้อย่างปลอดภัย ช่วยส่งเสริมบรรยากาศภายในห้องให้ดูซอฟท์ลง มีความอบอุ่น และดูน่าอยู่ยิ่งขึ้น 🧡🧡🧡 Continue reading ผ้าม่านโปร่งเมตรละกี่บาท?

ผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่าน ป้องกันแสง UV เนื้อหนาพิเศษ นุ่มพิเศษ ลด 50% ทั้งร้าน สุดคุ้ม! (COVID-19 UPDATE)

ร้านผ้าม่าน ATM DECOR จัดโปรโมชั่น FIGHT COVID-19 SALE ลดราคา 50% ผ้าสำหรับทำผ้าม่านกันUVทุกชนิด สุดคุ้ม! รับตัดเย็บผ้าม่านตามสั่ง บริการครบวงจร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 223 4828 Continue reading ผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่าน ป้องกันแสง UV เนื้อหนาพิเศษ นุ่มพิเศษ ลด 50% ทั้งร้าน สุดคุ้ม! (COVID-19 UPDATE)

ผ้าม่านลายดอกไม้ ตัดเย็บตามสั่ง มีลายสวยๆให้เลือกมากมาย

ผ้าม่านลายดอกไม้สวยๆ 🧡 มีจำนวนมาก⭐ที่ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส พาหุรัด แหล่งค้าขายผ้าประเทศไทย ⚡ มีผ้าเย็บผ้าม่านลายดอกไม้หลากหลายชนิดให้เลือก มีทั้งแบบป้องกันแสง UV และแบบธรรมดาทั่วไป เนื้อผ้าจะมีหลากหลายประเภทให้เลือกเช่นกัน

ผ้าม่านลายดอกไม้มีสีสันธรรมชาติที่ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น เป็นวิธียอดนิยมสำหรับการปรับแต่งบรรยากาศบ้านให้ดูมีชีวิตชีวาและมีความร่มเย็น การติดผ้าม่านลายดอกไม้สวยๆจะทำให้บ้านดูอบอุ่นและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ผ้าเย็บผ้าม่านลายดอกไม้จะมีแบบหน้ากว้าง 60 นิ้ว และแบบหน้ากว้าง 110 นิ้ว รุ่นหน้ากว้าง 110 นิ้วจะสำหรับเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ การตัดเย็บผ้าม่านแบบใช้หน้ากว้างพิเศษจะทำให้ผ้าม่านดูสวยงาม เพราะลวดลายจะลงตัวกับลอนผ้าม่าน ดีไซน์ผ้ามีความต่อเนื่องตลอดผืน และการตัดเย็บจะง่ายและสะดวกกว่าผ้าหน้า 60 นิ้ว เพราะไม่ต้องตัดผ้ามาต่อกันเป็นชิ้นๆ สามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงของผ้าม่านได้ทันที

ผ้าม่านสำหรับงานตกแต่งแนววินเทจ: ผ้าม่านลายดอกไม้เป็นดีไซน์ที่ฮิตมากสำหรับงานตกแต่งแนววินเทจ เป็นสไตล์ที่ไม่มีวันตกยุค เพราะลายดอกไม้เป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ความเบิกบาน และความสดใสของธรรมชาติ สิ่งจากธรรมชาติที่มีความสวยงามมากที่สุดก็คือดอกไม้นั่นเอง นอกจากการนำดอกไม้และพรรณไม้มาประดับบ้านแล้ว เรายังสามารถเลือกติดผ้าม่านลายดอกไม้สวยๆในบ้านได้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สดชื่น สบายตา และทำให้บ้านดูมีสีสัน ไม่ซึมเซา เป็นการตกแต่งที่นิยมใช้กันทั่วโลก

ผ้าม่านลายดอกไม้ มีหลายสี หลายดีไซน์ หลายอารมณ์ เหมาะกับงานตกแต่งแนววินเทจ

ผ้าม่านลายวินเทจเป็นแนวฮิตตลอดกาล เพราะเป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ทำให้หน้าตาบ้านดูสดชื่นสบายตา ช่วยให้เราผ่อนคลาย การมองลายดอกไม้สวยๆทำให้เราคลายเครียดได้ง่าย มีความสุขในเวลาอยู่บ้าน การใช้ผ้าม่านลายวินเทจจะเหมาะกับบ้านที่ตกแต่งแนววินเทจ แนวคันทรี แนวคลาสสิก อินทีเรียดีไซน์ธีมดอมไม้เป็นสไตล์ดั้งเดิม อมตะ ไม่มีวันตกยุค ตราบใดที่ดอกไม้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความสวยของธรรมชาติ แนววินเทจก็จะยังคงเป็นลายฮิตตลอดไป

ผ้าม่านลายดอกไม้ แบบรุ่น Multi-Color Yarn Dye ซึ่งเป็นการถักทอผ้าที่ทำให้ลวดลายดูมีมิติ

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านลายดอกไม้ต่างๆได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส พาหุรัด แหล่งผ้าทำผ้าม่านลายดอกไม้ มีผ้าลายอื่นๆให้เลือกมากมายเช่นกัน รวม ผ้าม่านสีพื้น ลายเทกเจอร์ ลายกราฟฟิก ลายหลุยส์ ลายริ้ว และลายอื่นๆอีกจำนวนมาก จำหน่ายในราคาส่งโรงงาน สินค้าผ้าทำผ้าม่านลายดอกไม้จะมีหลากหลายเนื้อให้เลือก รวม เนื้อกระสอบ เนื้อซาตินลื่น เนื้อหนานุ่ม เนื้อแคนวาสผ้าใบ เนื้อผสม เป็นต้น Continue reading ผ้าม่านลายดอกไม้ ตัดเย็บตามสั่ง มีลายสวยๆให้เลือกมากมาย

ร้านทำผ้าม่านตามสั่ง ประสบการณ์โชกโชน ช่างมืออาชีพ บริการดี ราคาโรงงาน

ทำไมลูกค้าเลือกใช้บริการตัดเย็บผ้าม่าน ATM Decor

เรามีประสบการณ์โชกโชนในการตัดเย็บผ้าม่านโดยเฉพาะ เราเน้นให้ผ้าม่านสอดคล้องกับลวดลายผ้า ในการจัดวางลายผ้าให้ดูสวยงามมีเสน่ห์ลงตัว ควรให้ท้องลอนและสันลอนผ้าม่านแมทช์กับ “Block Pattern” หรือ การออกแบบของลวดลายผ้า เพื่อให้ทุกลอนมีลายที่เข้ารูปตรงกัน สร้างความสมดุล ดูมีระเบียบ เรียบร้อย ให้ผ้าม่านเย็บออกมาดูสวยงาม ไฮคลาส

ผ้าม่านลอนนูนลึก เพิ่มเติมมิติในห้อง ทำให้บ้านดูมีคลาส สะท้อนถึง “Elegant”

เราเลือกตัดเย็บผ้าม่านแบบลอนนูนลึก เพื่อให้ผ้าม่านดูมีมิติ มีคลาส ผ้าม่านตาไก่ของเราใช้ผ้าเท่ากับผ้าม่านสามจีบ เพื่อให้ผ้าม่านมีความพลิ้วไหวอย่างเต็มที่ ดูไม่ตึง ไม่แบน การเลือกติดผ้าม่านแบบลอนใหญ่ๆ ให้หน้าตาบ้านดูภูมิฐาน มีเสน่ห์แห่งความ Elegance

อุปกรณ์ตาไก่เหนือชั้น เปิดปิดผ้าม่านได้อย่างลื่นไหล ใช้ง่าย ไร้ความกังวล

เราเลือกใช้อุปกรณ์ในการตัดเย็บและติดตั้งที่คุณภาพดีที่สุด อย่างเช่น ห่วงตาไก่ที่เราเลือกใช้เป็นแบบมีวงแหวนในสีขาว หรือ “ไส้ขาว” เพื่อให้ตาไก่สไลด์ตามรางได้ลื่นไหล ไม่ติดขัด ห่วงตาไก่ที่มีจำหน่ายทั่วไปในตลาดจะไม่มีไส้ขาวนี้ เราแนะนำแบบมีวงแหวนในสีขาว เพราะจะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านลื่น ง่าย ไม่จำเป็นต้องดึงผ้าม่านแรงๆ และตัวตาไก่ที่เราจำหน่ายจะไม่หลุดหรือแตกออกง่ายด้วยเช่นกัน ตัวห่วงตาไก่ของเราจะต้องใช้ไขควงเปิดเท่านั้น ไม่สามารถถอดออกด้วยมือเปล่าได้ การใช้ตาไก่ที่ยึดแน่น ทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่องตาไก่หลุดหรือแตกออกในระหว่างการใช้ผ้าม่าน ตาไก่รุ่นนี้จะทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาดึงแรงแล้วตาไก่จะหลุด (ซึ่งเป็นเคสที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถ้าใช้ห่วงตาไก่แบบปกติ) อุปกรณ์ห่วงตาไก่ที่เราเลือกใช้มีอายุการใช้งานยาวนาน ใช้ได้ตลอดถึงเวลาเปลี่ยนผ้าม่านใหม่

มีผ้าม่านกัน UV หลายสไตล์ให้เลือก ตอบสนองความต้องการตลาดในทุกรูปแบบ

ร้านผ้าม่าน ATM Decor เลือกสั่งผลิดผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้าย HIGH DENSITY BLACK YARN หรือ “ผ้าม่านกัน UV ” เพื่อให้ช่วยป้องกันแสงแดด ความร้อน และรังสี Ultraviolet ได้ดีกว่าผ้าม่านธรรมดาทั่วไป เรามีผ้าม่านกันUV ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวม ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านเทกเจอร์ ผ้าม่านลายหางกระรอก ผ้าม่านลายหลุยส์ ผ้าม่านลายกราฟฟิก ผ้าม่านทอลายในตัว ผ้าม่านพิมพ์ลาย เป็นต้น เรามีตัวเลือกผ้าทำผ้าม่านชนิดป้องกันแสง UV มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

ผ้าม่านกัน UV มีหลายเนื้อ หลายน้ำหนัก หลายราคา

เรามีผ้าม่านกัน UV ให้เลือกหลายเนื้อ หลายน้ำหนัก ผ้าม่านกัน UV มีตัวเลือกมากมาย จำนวนตัวเลือกเท่าผ้าม่านรุ่นปกติ มีจากเกรดต่ำที่สุดไปถึงเกรดสูงสุดสุด เรามีมาตรฐานที่เน้นคุณภาพ International Export Quality จึงไม่มีจำหน่ายแบบรุ่นต่ำสุด จะมีเฉพาะผ้าม่านกัน UV เกรดปานกลางถึงผ้าม่านกัน UV ระดับ High-End เราเลือกอย่างนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้ผ้าม่านที่ดี มีคุณภาพ ไม่กรอบบาง วิธีการซื้อผ้าม่านที่ดีที่สุด คือ การแวะชมผ้าที่ร้าน เพราะการได้จับเนื้อผ้าจะเห็นถึงหลายคุณสมบัติ อย่างเช่น ความหนา/บาง ความแน่น/หลวม ความนุ่ม/กระด้าง ความฟู น้ำหนัก การทิ้งตัว เป็นต้น เราเข้าใจลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดจะไม่สามารถแวะมาที่ร้าน เรายินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับผ้าม่านกัน UV แต่ละชนิดทางโทรศัพท์ Facebook และ LINE

หน้าร้านเป็นโชว์รูม ให้ชมลวดลายผ้าแบบเต็มผืน เต็มดีไซน์

ร้านผ้าม่าน ATM Decor มีหน้าร้านเป็นโชว์รูมอยู่ติดถนนพาหุรัด ให้ชมลวดลายผ้าแบบอยู่ในม้วน ให้เห็นลายชัดเจน เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเลือกผ้าม่านลายใหญ่หรือลายเล็ก ก็สามารถเห็นภาพได้เวลาเปิดม้วนให้ชมแบบเต็มดีไซน์ เรามีผ้าม่านเย็บเป็นตัวอย่างให้ชมมากมายเช่นกัน ให้เห็นภาพเวลาตัดเย็บเสร็จ การที่เรามีผ้าม่านให้ชมจากในม้วน ทำให้เห็นลูกค้าสามารถวัดน้ำหนักผ้าได้ง่ายขึ้น เพราะจะสามารถหยิบผ้าและยกน้ำหนักแบบเต็มมือเต็มผืนได้ ซึ่งจะทำให้เห็นความหนาและน้ำหนักของผ้าม่านแต่ละชนิดได้ง่ายและสะดวก

ร้านผ้าม่าน ATM Decor อยู่พาหุรัด ใจกลางตลาดผ้าประเทศไทย

บริษัท แฟบริค พลัส ร้านผ้าม่าน ATM Decor ขายผ้าม่านอยู่ถนนพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย ติดต่อสั่งซื้อผ้าม่านได้ที่ 02 223 4828 หรือ LINE ID: MSGSIMON ลูกค้าสามารถจอดรถได้ที่ The Old Siam หรือ การไฟฟ้า สามารถเดินทางมาที่ร้านได้ง่ายและสะดวกที่สุด โดยการนั่ง MRT ลงสถานี สามยอด เดินถึงร้านได้ภายใน 5 นาที Continue reading ร้านทำผ้าม่านตามสั่ง ประสบการณ์โชกโชน ช่างมืออาชีพ บริการดี ราคาโรงงาน

ผ้าม่านลายหลุยส์ ตกแต่งบ้านในสไตล์ Classic Victoria

ผ้าม่านลายหลุยส์ 🧡🧡🧡สัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย ดูเลิศหรู มีระดับ ⚡⚡⚡

ผ้าม่านลายหลุยส์ คืออะไร ดีอย่างไร? ผ้าม่านลายหลุยส์ “Damask” คือผ้าที่ถักทอด้วยลายรูปทรง “Diamond” หรือลายข้าวหลามตัด บางลายจะมีรูปทรงคล้ายกับรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน “Rhombus” ลวดลายจะไม่ใช่เป็นเส้นตรง แต่จะประกอบด้วยสัญลักษณ์และรูปภาพต่างๆ รูปสัญลักษณ์ต่างๆนี้จะนำมาประกอบกันเพื่อสร้างรูปทรงดังกล่าว ซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ผ้าม่านลายหลุยส์ทำให้หน้าตาบ้านดูความโดดเด่น ออกแนวคลาสสิก มีสง่าราศี

ลายหลุยส์ใช้สัญลักษณ์มากมาย: ลายหลุยส์จะมีคุณสมบัติ “Ambigram” หมายถึง ไม่ว่าเราจะมองที่ผ้าม่านจากทางกระจกหรือจากตาเปล่า ลวดลายบนผ้าจะดูเหมือนกัน ดีไซน์บนผ้าม่านลายหลุยส์จะมีหลายสไตล์ หลายขนาด และจะใช้สัญลักษณ์และรูปภาพหลายประเภท อย่างเช่น ลายดอกไม้ ลายกนก ลายสัตว์ ลายผลไม้ ลายใบไม้ ลายบัว เป็นต้น เส้นต่างๆที่ใช้ในการวาดลวดลายผ้าจะมีความโค้งงอที่สวยงาม เป็นดีไซน์ที่มีเสน่ห์แห่งความ “Luxury” ดูเลิศหรูทีเดียว

การเลือกผ้าม่านลายหลุยส์ให้เข้ากับห้อง: ผ้าม่านลายหลุยส์จะมีขนาดเล็ก (ลายถี่) และขนาดใหญ่ (ลายห่าง) ลายขนาดเล็กจะเหมาะกับหน้าต่างหรือประตูบานเล็ก ไม่ว่าจะใช้ผ้าม่านลายไหน ถ้าห้องมีขนาดไม่ใหญ่มาก ควรเลือกผ้าม่านลายเล็กๆ เพื่อช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้าง ปลอดโปร่ง ผ้าม่านลายใหญ่ๆจะเหมาะกับห้องที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้ลวดลายผ้ามีสัดส่วนสมดุลและเหมาะสม ลายหลุยส์ที่มีรูปภาพดอกไม้หรือใบไม้จะเหมาะกับการตกแต่งแนววินเทจ ลายหลุยส์ที่ใช้วงกลมจะเหมาะกับห้องที่มีรูปทรงกลม เป็นต้น

การเลือกสีผ้าม่านลายหลุยส์: ส่วนใหญ่ ผ้าม่านลายหลุยส์จะมีสีทูโทน สีลวดลายจะเป็นสีหนึ่ง ส่วนสีพื้นจะเป็นอีกสีหนึ่ง การเลือกสีควรเลือกให้สอดคล้องกับสีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับในห้อง อย่างเช่น ถ้าใช้เฟอร์สิเจอร์ลายไม้ ผ้าม่านลายหลุยส์สีน้ำตาลหรือสีเอิร์ธโทนจะดูเหมาะสม ถ้าใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวหรือสีครีม เราสามารถเลือกผ้าม่านสีอะไรก็ได้ ในการเลือกสีผ้าม่าน ควรเลือกให้สีสันภายในห้องมีความสมดุล ไม่ฉูดฉาด และไม่จืดเกินไป ถ้าใช้ผ้าม่านสีเดียวกันกับผนังห้อง อาจทำให้ห้องดูขาดสีสันได้ สีสันเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ภายในห้อง ทำให้ห้องดูสดใส “Lively” มีความร่าเริงแจ่มใส นักออกแบบ (หรือ มัณฑนากร) จะมีกฎที่ใช้เป็นประจำสำหรับการปรับสมดุลสีสันภายในห้อง กฎนั้นก็คือ 60-30-10 นั่นเอง อ่านเกี่ยวกับกฎสีนี้ได้ตามลิงค์

ผ้าลายหลุยส์ เหมาะกับผ้าม่านหลายสไตล์: โดยทั่วไป ผ้าลายหลุยส์มักจะนิยมใช้กับผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านลอน ผ้าม่านพับ และผ้าม่านหลุยส์ และจะมีหลายคนที่เลือกเย็บผ้าม่านคอกระเช้าด้วยผ้าลายหลุยส์ด้วยเช่นกัน (ผ้าม่านคอกระเช้าเป็นสไตล์ชิวล์ๆ เน้น “Informal” เป็นกันเอง เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน ส่วนลายหลุยส์เป็นสไตล์ภูมิฐาน “Elegant” ดูหรูหรา สองสไตล์นี้จึงไม่ค่อยแมทช์กันมากนัก) การตัดเย็บผ้าม่านจะต้องจัดวางลายผ้าให้เข้ากับดีไซน์หลุยส์ เพื่อให้ลอนผ้าม่านสอดคล้องกับลายผ้าอย่างลงตัวที่สุด

จัดลายหลุยส์ตามลอนผ้าม่าน: ในการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ผ้าม่านตาไก่จะเป็นรูปแบบผ้าม่านที่นิยมใช้มากที่สุด และลายหลุยส์ก็จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆด้วยเช่นกัน ร่วมกับผ้าม่านสีพื้นและผ้าม่านลายริ้ว การตัดเย็บผ้าม่านตาไก่ด้วยผ้าลายหลุยส์จะเน้นการจัดลอนเป็นพิเศษ เพราะลายหลุยส์จะต้องลงล็อกกับคลื่นลอน (คลื่นลอนจะประกอบด้วยสันลอนและท้องลอน) เพื่อให้ลายผ้าม่านมีความสมดุล ดูมีระเบียบ

เลือกผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษ: การเลือกใช้ผ้าหน้ากว้างพิเศษ (กว้าง 2.40 เมตร ขึ้นไป) จะทำให้สามารถตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ อ่านข้อดีต่างๆเกี่ยวกับผ้าม่านไร้รอยต่อได้ตามลิงค์ ผ้าม่านลายหลุยส์จะดูดีที่สุดเวลาลวดลายมีความต่อเนื่องตลอดผืน ไม่ขาดช่วง ถ้าเลือกผ้าหน้าแคบ การตัดต่อผ้าจะทำให้ลวดลายขาดตอน ลายหลุยส์จะดูไม่ค่อยสวยมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้ผ้าหน้าแคบจริงๆ (สมมุติว่าลายผ้าที่ชอบจะมีแต่แบบหน้าแคบ) ต้องระบุให้ช่างเย็บผ้าม่านตัดต่อชิ้นผ้าตามดีไซน์ และให้ลวดลายต่อเนื่องกันมากที่สุด การจัดวางลายผ้าตามดีไซน์จะใช้ผ้ามากกว่าปกติ แต่สำหรับผ้าม่านลายหลุยส์ การจัดลายผ้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะต้องให้ลายผ้าสอดคล้องกับลอนผ้าม่าน เพื่อให้ได้ความสวยงามที่ลงตัว

ประวัติการใช้ผ้าม่านลายหลุยส์: การใช้ผ้าลายหลุยส์ในการตัดเย็บผ้าม่านเริ่มต้นมานานกว่า 1000 ปีที่แล้ว คนประเทศจีนเป็นผู้ริเริ่มนิยมใช้ลวดลายหลุยส์ในการถักทอผ้า สมัยก่อน การถักทอผ้าจะทำด้วยมือ และลายหลุยส์จะเป็นลายที่ทอยากกว่าลายผ้าอื่นๆ ลายหลุยส์จะมีความละเอียดอ่อนที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงกว่าผ้าลายอื่นๆ เพราะเหตุผลนี้ จะมีเฉพาะคนรวยเท่านั้นที่สามารถสั่งซื้อผ้าลายนี้ได้ ลายหลุยส์จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย

ลายหลุยส์ สัญลักษณ์ของคำว่า “Luxury”: ในสมัยก่อน กลุ่ม Upper Class หรือชนชั้นสูงในสังคมมักจะเลือกใช้ลายหลุยส์สำหรับงานตกแต่งทุกประเภท โดยเฉพาะกับผลิตภันฑ์สิ่งทอ ผ้าม่านจะเลือกเป็นลายหลุยส์ ผ้าโซฟาก็จะเลือกเป็นลายหลุยส์ แม้กระทั้งพรมปูพื้นก็จะใช้เป็นลายหลุยส์ด้วยเช่นกัน ถึงทุกวันนี้ ลายหลุยส์ยังคงเป็นลวดลายที่นิยมใช้กันอย่างมาก การผลิตผ้าสมัยนี้จะราคาถูกเพราะใช้เครื่องจักรโรงงาน ไม่ใช่เป็นงานฝีมือเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ต้นทุนในการทอผ้าลายหลุยส์ไม่สูงกว่าต้นทุนในการทอผ้าลายอื่นๆ เดี๋ยวนี้ ผ้าลายหลุยส์เป็นดีไซน์ที่ใช้กับประชากรโลกทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น 

ลายหลุยส์ ใช้กับวัสดุหลายประเภท: ลายหลุยส์เป็นดีไซน์ที่สามารถใช้กับผลิตภันฑ์หลายอย่าง นอกจากผลิตภันฑ์สิ่งทอแล้ว ลายหลุยส์ยังนิยมใช้กับวัสดุอื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่น วอลเปเปอร์ แก้ว จาน กล่อง โคมไฟ โต๊ะ และเครื่องประดับต่างๆ ที่เป็นงานศิลปะ สำหรับผลิตภันฑ์สิ่งทอ ลายหลุยส์จะนิยมใช้กับผ้าม่าน ผ้าโปร่ง ผ้าคลุมเตียง ผ้าหุ้มเบาะ พรมปูพื้น ผ้าตัดเสื้อผ้า เป็นต้น

การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น: ในยุคปัจจุบัน การตกแต่งอินทีเรียจะเน้นความสวยงามแบบเรียบง่าย “Simple” จึงจะนิยมใช้ผ้าม่านสีพื้นและผ้าม่านที่มีลวดลายในตัวหรือเป็นเทกเจอร์มากกว่า ผ้าม่านลายหลุยส์จะเหมาะกับการตกแต่งแนว Old Fashion หรือ สไตล์ Classic Victoria ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์การตกแต่งที่จะเน้นใช้ผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะลายหลุยส์เป็นพิเศษ ในตลาดผ้าจะมีผ้าลายหลุยส์ให้เลือกมากมาย เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีผู้ซื้อจำนวนมาก ผ้าลายหลุยส์ถือเป็นลายคลาสสิก ใช้ได้ตลอดกาล ไม่มีวันตกยุค

ร้านขายผ้า ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะลายหลุยส์หลากหลายชนิด ในส่วนของผ้าม่าน จะมีตัวเลือกทั้งแบบผ้าม่านกันแสง UV และแบบผ้าม่านปกติ ผ้าทำผ้าม่านลายหลุยส์จะมีให้เลือกมากมาย มีแบบหน้ากว้างพิเศษ 2.80 เมตร (110 นิ้ว) สำหรับตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ และแบบหน้ากว้าง 60 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้ากว้างมาตรฐานในประเทศไทย ที่ร้านจะมีผ้าม่านโปร่งแสงลายหลุยส์ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการติดผ้าม่านสองชั้น ผ้าม่านลายหลุยส์จะมีหลายสี หลายดีไซน์ และหลายเนื้อผ้าให้เลือก จำหน่ายในราคาส่ง หน้าร้านขายผ้าอยู่ใจกลางตลาดพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย Continue reading ผ้าม่านลายหลุยส์ ตกแต่งบ้านในสไตล์ Classic Victoria

ผ้าม่านลายริ้ว Classic เหมาะกับการตกแต่งทุกสไตล์

ผ้าม่านลายริ้ว 🧡🧡🧡 ดีอย่างไรบ้าง? ทำไมถึงเลือกติดผ้าม่านลายริ้ว? ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับห้องแบบไหน? วันนี้ เรามาดูกันว่าทำไมผ้าม่านลายริ้วถึงเป็นดีไซน์ยอดนิยม เป็นรองแค่เฉพาะผ้าม่านสีพื้นเท่านั้น

ผ้าม่านลายริ้วแบบอยู่ในม้วน ถ่ายจากหน้าร้านผ้าม่าน บริษัท แฟบริค พลัส ที่ถนนพาหุรัด ผ้าม่านลายริ้วจะมีแบบริ้วใหญ่และริ้วเล็ก ตัวอย่างในรูปภาพคือผ้าม่านชนิดทอด้วยเส้นด้ายป้องกันUVทั้งหมด 

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับการตกแต่งทุกสไตล์ เช่น สไตล์คลาสสิก สไตล์คอนเท็มโพรารี่ สไตล์วินเทจ สไตล์มินิมอลลิสต์ ฯลฯ

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้ควบคุมสีในห้องให้มีความสมดุล ผ้าม่านลายริ้วสามารถทำให้สีเฟอร์นิเจอร์เข้ากับสีเก้าอี้โซฟาหรือสีผ้าปูที่นอนได้ อย่างเช่น ผ้าม่านลายริ้วสีน้ำตาลและขาว สามารถทำให้สีเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ากับผ้าปูที่นอนสีขาว เป็นต้น

ผ้าม่านลายริ้วแนวตั้ง เหมาะกับห้องที่มีเพดานที่ไม่ค่อยสูง เพราะจะช่วยลวงตาให้ห้องดูสูงใหญ่กว่าความเป็นจริง การเลือกสีผ้าม่านควรเลือกให้เข้าคอนเซ็ปต์ เพื่อให้สีสันภายในห้องมีความสมดุล

ผ้าม่านลายริ้วไม่มีวันตกยุค ดีไซน์ลายริ้ว(และผ้าม่านสีพื้น)เป็นลายอมตะ ไม่มีวันตกยุค ดูคลาสสิกในทุกยุคทุกสมัย เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้บ้านดูเก่าหรือไม่อินเทรนด์ เพราะผ้าม่านลายริ้วเป็นดีไซน์ทันสมัย ดูโมเดิร์นตลอดกาล

การเลือกสีผ้าม่านควรให้เข้ากับผนังห้องด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีสีสดๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีชมพู สีทอง สีแดง เป็นต้น การนำผ้าทำม่านมาเย็บปลอกหมอนอิงจะทำให้ผ้าม่านดูเข้าคอนเซ็ปต์ยิ่งขึ้น

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับทุกห้องในบ้าน อย่างเช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ห้องนั่งเล่น เป็นต้น ทำให้สามารถใช้เข้าคอนเซ็ปต์กับสไตล์อินทีเรียดีไซน์ได้ง่าย

ผ้าม่านลายริ้วสามารถใช้กับห้องของผู้อาศัยทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านลายริ้วได้ เพราะเป็นดีไซน์ที่ “Versatile” ใช้ได้กับทุกคนทุกวัยอย่างแท้จริง

ผ้าม่านลายริ้วมีหลากหลายแนว เช่น ลายริ้วใหญ่ ลายริ้วเล็ก ลายริ้วแนวขวาง ลายริ้วแนวตั้ง เป็นต้น ทำให้มีตัวเลือกมากมาย หลากหลายรูปแบบ

ผ้าม่านลายริ้วแนวขวางจะช่วยลวงตาให้บ้านดูกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง ผ้าม่านลายริ้วขวางจึงเหมาะใช้กับห้องที่มีขนาดแคบ เพราะจะทำให้ดูเหมือนมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

ผ้าม่านลายริ้วแนวตั้งจะช่วยลวงตาให้ห้องดูสูงใหญ่กว่าความเป็นจริง และจะทำให้บ้านดูสูงใหญ่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ผ้าม่านลายริ้วแนวตั้งจะเหมาะกับห้องที่มีเพดานเตี้ยหรือไม่ค่อยสูงมากนัก

ผ้าม่านลายริ้วแนวขวางจะช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง และจะทำให้บ้านดูมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เพราะฉะนั้น ผ้าม่านลายริ้วแนวขวางจะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กหรือไม่ค่อยกว้างมากนัก

ผ้าม่านลายริ้วทำให้บรรยากาศภายในห้องดูมีชีวิตชีวา “lively” และช่วยทำให้มีความรู้สึกสนุกสนาน เพราะเป็นดีไซน์ที่ดู “Vibrant” ลายริ้วยังเป็นดีไซน์ที่เพิ่มมิติให้กับห้องด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านลายริ้ว Multi-Color จะทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูมีสีสัน มีชีวิตชีวามากขึ้น โดยเฉพาะสีอุ่นๆ อย่างเช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีโอรส สีชมพู เป็นต้น

ผ้าม่านลายริ้วสามารถเข้ากับการตกแต่งแบบหรูหราอลังการและแบบเรียบง่าย เพราะจะมีแบบลายริ้ว Two Tone (สองสี) Three Tone (สามสี) และแบบ Multi-Color (หลายสี) การเลือกสีผ้าม่านควรให้เข้าคอนเซ็ปต์กับบ้านและเฟอร์นิเจอร์ เพราะจะทำให้สีสันภายในบ้านมีความสมดุล

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าทำผ้าม่านลายริ้วให้เลือกหลายสี หลายสไตล์ มีทั้งผ้าม่านแบบทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn ป้องกันรังสี UV และแบบผ้าม่านปกติ ผ้าม่านลายริ้วจะมีแบบแนวตั้งและแนวขวาง แบบลายริ้วใหญ่และลายริ้วเล็ก ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านลายริ้วต่างๆได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่านอยู่ติดถนนพาหุรัด ใจกลางแหล่งผ้าประเทศไทย Continue reading ผ้าม่านลายริ้ว Classic เหมาะกับการตกแต่งทุกสไตล์

ผ้าม่านไร้รอยต่อ ทันสมัย ลวดลายต่อเนื่อง เย็บง่าย

ผ้าม่านไร้รอยต่อ 🧡🧡🧡 สไตล์ใหม่ ดูสวยมีเสน่ห์ ไม่เห็นรอยต่อ ยกระดับความงาม

ผ้าม่านไร้รอยต่อจะมีลวดลายต่อเนื่องตลอดผืน จึงเหมาะกับผ้าม่านที่มีดีไซน์อย่างยิ่ง การจัดลอนผ้าม่านจะไปตามลวดลายผ้า การตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อจะต้องใช้ผ้าหน้ากว้างพิเศษ เพราะหน้ากว้างของผ้าจะใช้เป็นส่วนสูงของผ้าม่าน ผ้าม่านที่ไม่มีรอยต่อจะเหมาะกับผ้าม่านสีพื้นด้วยเช่นกัน เพราะผ้าม่านสีพื้นจะเห็นรอยต่อได้ชัดเจน

ผ้าม่านไร้รอยต่อ คือ ผ้าม่านที่เย็บด้วยผ้าที่มีหน้ากว้างพิเศษ หน้าผ้าจะต้องมีความกว้างพอที่จะใช้เป็นความสูงของผ้าม่าน ทำให้สามารถเย็บเป็นผ้าม่านสำเร็จรูปได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องตัดต่อผ้าแต่อย่างใด ผ้าที่มีหน้ากว้างพอที่จะสามารถนำไปใช้เป็นส่วนสูงของผ้าม่านจะมีแบบหน้า 1.50 เมตร แบบหน้า 2 เมตร แบบหน้า 2.40 เมตร แบบหน้า 2.80 เมตร และแบบหน้า 3 เมตร ผ้าม่านที่มีหน้ากว้าง 1.50 เมตร จะสามารถใช้ได้เฉพาะสำหรับเย็บผ้าม่านหน้าต่าง และใช้ได้เฉพาะกับหน้าต่างที่มีความสูงไม่เกิน 1.50 เมตรเท่านั้น ผ้าเย็บผ้าม่านที่มีหน้ากว้างอย่างน้อย 2.4 เมตรขึ้นไปจะสามารถใช้เย็บม่านประตูได้แบบไร้รอยต่อ เพราะความสูงมาตรฐานของประตูจะไม่เกิน 2.3 เมตร

ผ้าม่านไร้รอยต่อจะไม่มีการตัดต่อผ้าม่าน: ผ้าม่านปกติจะเย็บแบบมีรอยต่อ เพราะจะต้องตัดผ้ามาต่อกันเป็นชิ้นๆ การตัดเย็บแบบผ้าม่านไร้รอยต่อจะทำให้ผ้าม่านดูสวยงามขึ้น ส่วนการคำนวณและการตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

การจัดวางผ้าในการตัดเย็บผ้าม่าน: ปกติการตัดเย็บผ้าม่านจะใช้หน้าผ้าเป็นส่วนกว้างของผ้าม่าน ยกตัวอย่าง ถ้าเราซื้อผ้าทำผ้าม่านที่มีหน้ากว้าง 60 นิ้ว (1.50 เมตร) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานในประเทศไทย เราจะใช้ตัดเย็บผ้าม่านที่มีขนาดความกว้าง 3 เมตร และความสูง 2 เมตร ได้อย่างไร?

การคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้า 1.50 เมตร (3 ขั้นตอน)

คำนวณความยาวของผ้าแต่ละชิ้น: ขั้นตอนแรก ก่อนจะตัดผ้าออกจากม้วน ต้องดูที่ความสูงของผ้าม่านที่ต้องการ เพราะเราจะตัดผ้าออกจากม้วนตามความสูงของผ้าม่าน ถ้าผ้าม่านมีความสูง 2 เมตร เราต้องตัดผ้า 2.4 เมตร ต่อชิ้น เพราะต้องเผื่อพับบนและพับล่างข้างละ 15-20 ซม. การเผื่อพับบนและพับล่างจะเพิ่มความยาวของผ้าแต่ละชิ้น ผ้าม่านจะต้องติดเหนือหน้าต่างอย่างน้อย 10 ซม และทิ้งลงมาใต้หน้าต่างอย่างน้อย 20 ซม ผ้าม่านสไตล์โมเดิร์นจะนิยมติดผ้าม่านถึงพื้น

คำนวณความกว้างของผ้าที่ต้องใช้: ในตัวอย่างข้างต้น ขนาดผ้าม่านที่เราต้องการมีความกว้าง 2 เมตร เราต้องนำไซส์นี้ไปคูณ 2.5 เพราะต้องเผื่อความพลิ้วไหวของผ้าม่าน เราใช้สูตรคูณ 2.5 สำหรับเย็บม่านจีบและม่านตาไก่ (ร้านผ้าม่านบางที่จะเลือกคูณ 2 แต่เราอยากให้ได้ความพลิ้วเต็มที่ เราจึงเลือกคูณ 2.5) พอนำขนาดความกว้างของผ้าม่านไปคูณ 2.5 ในกรณีนี้ คือ 3 เมตร x 2.5 = 7.5 เมตร เราจะเห็นได้ว่าผ้าม่านจะต้องมีความกว้าง 7.5 เมตร

*ถ้าเลือกคูณ 2 ผ้าม่านจะต้องมีความกว้าง 6 เมตร ขนาดที่คำนวณนี้จะเผื่อเย็บริมซ้ายและขวาแล้ว พอเย็บผ้าม่านแบบมีลอนสวยๆ ความกว้างผ้าม่านจะลดลงมาเหลือ 3 เมตร ตามที่ต้องการ

คำนวณจำนวนชิ้นผ้าที่ต้องใช้: จากขั้นตอนที่สอง เพื่อให้ได้ลอนตามที่ต้องการสำหรับผ้าม่านที่มีความกว้าง 3 เมตร เราจะต้องใช้ผ้ากว้างถึง 7.5 เมตร แต่ผ้าเย็บผ้าม่านที่เราเลือกมีหน้ากว้างเพียง 1.50 เมตร เพราะฉะนั้นจะต้องต่อผ้าม่าน 5 ชิ้น เพื่อให้ได้ครบ 7.5 เมตร (7.5 เมตร ÷ 1.5 เมตร/ชิ้น = 5 ชิ้น) เราจะต้องใช้ผ้าม่านทั้งหมด 12 เมตร (2.4 เมตร/ชิ้น x 5 ชิ้น = 12 เมตร)

*ถ้าเลือกคูณ 2 ผ้าม่านจะต้องใช้ 4 ชิ้น ( 6 เมตร ÷ 1.5 เมตร/ชิ้น = 4 ชิ้น) เราจะใช้ผ้าเพียง 9.6 เมตร (4 ชิ้น x 2.4 เมตร/ชิ้น = 9.6 เมตร)

ผ้าม่านแยกกลางหรือรวบข้าง?: โดยทั่วไป ผ้าม่านหน้าต่างหรือประตูที่กว้างถึง 3 เมตร จะแบ่งเป็นสองผืน หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าม่านแยกกลาง” ต่างจาก “ผ้าม่านรวบข้าง” ที่ใช้ผ้าผืนเดียว ผ้าม่านรวบข้างจะเหมาะกับบานหน้าต่างหรือประตูที่แคบหรือมีความกว้างไม่เกิน 1.2 เมตร ในตัวอย่างผ้าม่านขนาดกว้างคูณสูง 3.0 x 2.0 เมตร เราต้องใช้ผ้าทั้งหมด 5 ชิ้น ผืนหนึ่งจะใช้ผ้า 2 ชิ้นครึ่ง (5 ชิ้น ÷ 2 ผืน = 2.5 ชิ้น/ผืน)

เครื่องคิดเลขผ้าม่าน คิดง่าย รวดเร็ว สะดวก: เพื่อความสะดวกในการคำนวณผ้าสำหรับเย็บผ้าม่าน เราสามารถใช้เครื่องคิดเลขผ้าม่านได้ เครื่องคิดเลขผ้าม่านนี้เป็นของ Sew Helpful สำหรับช่างตัดเย็บผ้าม่านมืออาชีพและช่างมือสมัครเล่น คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ

ผ้าที่เราเลือกซื้อ สามารถใช้เย็บผ้าม่านไร้รอยต่อได้หรือไม่? วิธีการดูว่าผ้าม่านจะสามารถเย็บแบบไร้รอยต่อได้หรือไม่ คือ ต้องดูที่หน้ากว้างของผ้า ถ้าหน้ากว้างของผ้ามีความยาวพอที่จะปิดเกินความสูงของหน้าต่างหรือประตูบ้านได้ แสดงว่าสามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ ยกตัวอย่าง ถ้าประตูบ้านมีความสูง 2.2 เมตร และผ้าเย็บผ้าม่านที่ซื้อมีหน้ากว้างเพียง 2 เมตร เราจะไม่สามารถวางหน้าผ้าตามความสูงได้ เพราะฉะนั้นผ้าม่านจะต้องตัดต่อเป็นชิ้นๆ และการคำนวณจะเหมือนผ้าม่านหน้าปกติ แต่ถ้าประตูบ้านมีความสูง 2.2 เมตร และผ้าเย็บผ้าม่านที่ซื้อมีหน้ากว้าง 2.8 เมตร เราจะสามารถวางหน้าผ้าตามความสูงได้ แม้จะเผื่อพับบนและพับล่างแล้วก็ยังมีผ้าเหลือ

ผ้าม่านไร้รอยต่อจะเหมาะกับทั้งผ้าสีพื้นและผ้าที่มีลวดลาย เพราะรอยต่อจะเห็นได้ชัดเจนในผ้าสีพื้น สำหรับผ้าที่มีดีไซน์ ลวดลายผ้าอาจไม่ต่อเนื่องได้ ถ้าต้องการให้ต่อลายผ้า ช่างเย็บผ้าม่านจะต้องใช้ผ้าเพิ่ม

เหมาะกับผ้าม่านสีพื้น: ประการแรก คือ ความสวยงาม ผ้าม่านที่ไม่มีรอยต่อจะดูไฮคลาส “Elegant” มีระดับ เหมาะกับสถานที่ระดับไฮเอนด์ ผ้าม่านไร้รอยต่อจะเหมาะกับผ้าสีพื้นโดยเฉพาะ เพราะรอยต่อบนผ้าสีพื้นจะเห็นได้ชัดเจน

เหมาะกับผ้าม่านที่มีดีไซน์: ผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษจะเหมาะสำหรับผ้าม่านที่มีลวดลายด้วยเช่นกัน เพราะผ้าม่านไร้รอยต่อจะมีดีไซน์ที่ต่อเนื่องตลอดผืน ลวดลายบนผ้าจะไม่ขาดช่วงหรือขาดตอน การที่ลวดลายไม่ขาดช่วงจะทำให้การจัดลอนง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

คำนวณผ้าม่านง่าย: ประการที่สาม การคำนวณผ้าม่านจะง่าย จากข้างต้น จะเห็นได้ว่าการคำนวณผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษง่ายกว่าผ้าหน้ากว้างปกติ เพราะเราไม่จำเป็นต้องคำนวณชิ้นผ้า ผ้าที่ใช้จะมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น (หรือสองชิ้นถ้าทำผ้าม่านแยกกลาง)

เย็บผ้าม่านสะดวก: ประการที่สี่ การตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายและสะดวก เพราะไม่ต้องตัดต่อผ้า การเย็บผ้าม่านหน้าปกติจะต้องตัดผ้าเป็นชิ้นๆและนำมาต่อกัน แต่สำหรับผ้าหน้ากว้างพิเศษ เราตัดผ้าชิ้นเดียว และไม่มีการตัดต่อแต่อย่างใด

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส จำหน่ายผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษหลายชนิด มีให้เลือกหลายสีและหลายดีไซน์ เหมาะกับการตกแต่งบ้านทุกสไตล์ เราจำหน่ายทั้งผ้าหน้ากว้างปกติ 1.50 เมตร (60 นิ้ว) และผ้าหน้ากว้างพิเศษ 2.80 เมตร (110 นิ้ว)

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าเย็บผ้าม่านแต่ละชนิดได้ที่ 02 223 4828 บริษัท แฟบริค พลัส มีหน้าร้านอยู่ติดถนนพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย Continue reading ผ้าม่านไร้รอยต่อ ทันสมัย ลวดลายต่อเนื่อง เย็บง่าย

ผ้าม่านสีพื้น เรียบหรู ยอดนิยม

ผ้าม่านสีพื้น 🧡🧡🧡 เข้ากับกับ Interior Design ทุกคอนเซ็ปต์ ผ้าม่านสีพื้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง? ควรเลือกติดผ้าม่านสีพื้นหรือผ้าม่านแบบมีลวดลายดี?

ผ้าม่านสีพื้นคืออะไร ดีอย่างไร? ผ้าม่านสีพื้น หรือ ผ้าม่านลายพื้น คือ ผ้าม่านที่มีสีเดียวตลอดผืนและไม่มีการทอหรือการพิมพ์ลวดลายใดๆบนเนื้อผ้า พื้นผิวผ้าอาจมีเทกเจอร์หรือไม่มีเทกเจอร์ก็ได้ ผ้าม่านสีพื้นเป็นสไตล์ผ้าม่านยอดนิยมทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพราะเป็นสไตล์เรียบหรู ดูมีระดับ และสามารถใช้ได้กับการตกแต่งทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น สไตล์คลาสสิก สไตล์โมเดิร์น สไตล์มินิมอลลิสต์ หรือ สไตล์คอนเท็มโพรารี่ ก็ใช้ได้หมด ในการเลือกติดผ้าม่านสีพื้นในบ้าน เราสามารถควบคุมสีภายในบ้านได้ง่าย เพราะมีเพียงสีเดียวที่เราต้องควบคุม การสร้างความสมดุลของสีสันภายในบ้านควรทำตามกฎ 60-30-10 บทความนี้จะขยายคอนเซ็ปต์ของการเลือกสีผ้าม่านให้สอดคล้องกับอินทีเรียดีไซน์ภายในบ้าน ผ้าม่านสีพื้นสามารถใช้จับคู่กับสีเฟอร์นิเจอร์หรือสีเครื่องประดับภายในบ้านได้ง่าย ทำให้สามารถสร้างความสมดุลได้ง่ายด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านสีพื้นมีหลายตัวเลือก: ผ้าม่านสีพื้นจะมีหลากหลายเนื้อ รวม เนื้อเงา เนื้อด้าน เนื้อขน เนื้อกระสอบ เนื้อเทกเจอร์ เป็นต้น การเลือกใช้ระหว่างผ้าม่านเนื้อเงาหรือเนื้อด้านจะอยู่ที่รสนิยมและความต้องการของแต่ละบุคคล ถ้าเราอยากให้บ้านเข้าคอนเซ็ปต์ Elegant แบบเรียบหรู ออกแนว “Minimalist” ควรเลือกใช้ผ้าม่านเนื้อด้าน ถ้าอยากให้บรรยากาศภายในห้องดู Flashy สว่างตา ควรเลือกติดผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านเนื้อกระสอบจะออกแนว “Retro” ดูคลาสสิก ลายกระสอบเป็นลายผ้าเย็บผ้าม่านยอดนิยมในโรงแรมระดับไฮเอนด์ เพราะเป็นเนื้อผ้าที่ดูไฮคลาส “Stylish” และดูมีระดับอย่างยิ่ง ผ้าเนื้อกระสอบที่ทออย่างหนาแน่นจะสามารถใช้เป็นผ้าหุ้มเบาะและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย ทำให้การตกแต่งเข้าคอนเซ็ปต์รวกเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถใช้ผ้าเย็บผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะตัวเดียวกันได้ ไม่จำเป็นต้องหาผ้าสองเนื้อและสองสีมาแมทช์กันให้ยากลำบาก

ผ้าม่านสีพื้น เหมาะกับผ้าม่านทุกรูปแบบ: ผ้าม่านสีพื้น หรือ ผ้าม่าน Mono-Tone สามารถใช้ตัดเย็บผ้าม่านในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่านหลุยส์ เป็นต้น เพราะผ้าม่านสีพื้นเป็นสไตล์ “All Purpose” เข้าได้กับทุกคอนเซ็ปต์ สามารถใช้ได้กับทุกสไตล์ ถ้าวิเคราะห์เปรียบเทียบความต้องการของตลาดผ้าม่านในประเทศไทยแล้ว ผ้าม่านจีบและผ้าม่านตาไก่เป็นสองสไตล์ยอดนิยม รองลงมาคือผ้าม่านพับและผ้าม่านหลุยส์ แต่เราจะสังเกตได้ว่าไม่ว่าจะเลือกผ้าม่านในรูปแบบใด ผ้าม่านสีพื้นจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเสมอ เพราะเป็นดีไซน์ผ้าที่ไม่มีวันตกยุค สามารถใช้ได้ตลอดกาลอย่างแท้จริง

ประวัติการใช้ผ้าม่านสีพื้น: การเลือกใช้ผ้าม่านสีพื้นเริ่มตั้งแต่ยุค 3100 BC ชาวอียิปต์เป็นผู้คิดค้นวิธีการสร้างความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่บ้าน พวกเขาจะเย็บผ้าม่านจากขนสัตว์ ผ้าม่านในสมัยนั้นจะใช้เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว สำหรับกั้นห้องระหว่างกลาง และเพื่อแบ่งแยกห้องตามสัดส่วนและวัตถุประสงค์ อย่างเช่น แบ่งโซนห้องทำอาหารจากโซนห้องนอน เป็นต้น หลังจากนั้นในยุคสมัย 6 BC ชาวยุโรปก็เริ่มมาใช้ผ้าม่านด้วยเช่นกัน ชาวยุโรปใช้ผ้าม่านเพื่อป้องกันลมหนาวและความเย็นจากภายนอก ผ้าม่านที่ใช้จะถักทอด้วยเส้นด้ายคอตตอนสีพื้น (ผ้าฝ้าย) และผ้าลินินสีพื้น ผ้าม่านแบบทอลวดลายเริ่มมาฮิตหลังจากที่คนจีนนำผ้าม่านมาใช้ในประเทศ ผ้าม่านที่คนจีนนิยมใช้คือผ้าที่ถักทอด้วยผ้าไหมจีน มีลวดลายโดดเด่น เน้นสีสันตามความเชื่อในฮวงจุ้ย แม้กระนั้น ความนิยมในการใช้ผ้าม่านสีพื้นก็ไม่เคยลดลง กลับมาสู่ยุคปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ตลาดผ้าม่านและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เราจะสังเกตได้ว่าผ้าม่านสีพื้นยังคงเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง เหมาะใช้กับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นสไตล์ที่มาแรงที่สุดตั้งแต่ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาถึงทุกวันนี้

การเลือกสีผ้าม่านให้เข้าคอนเซ็ปต์: การเลือกให้สีผ้าม่านเหมาะสมกับ Interior Design ควรดูที่สีของวอลเปเปอร์/ผนังห้อง สีเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องประดับต่างๆในห้อง ในการเลือกสีผ้าม่านให้เข้ากับห้อง เราไม่จำเป็นต้องเลือกสีผ้าม่านเดียวกันกับสีเฟอร์นิเจอร์หรือสีวอลเปเปอร์ สิ่งที่สำคัญ คือ สีผ้าม่านต้องสามารถจับคู่หรือ “แมทช์” กับสีผนังห้องหรือสีเฟอร์นิเจอร์ได้ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเทาสามารถใช้กับวอลล์เปเปอร์สีขาว สีครีม สีควันบุหรี่ สีฟ้า สีม่วง เป็นต้น การเลือกสีผ้าม่านเดียวกับสีวอลล์เปเปอร์จะทำให้ผ้าม่านกลมกลืนกับผนังห้อง และทำให้ห้องดูจืดชืด ไม่มีสีสัน การเลือกสีผ้าม่านให้ตัดกับสีผนังห้องเล็กน้อยจะช่วยทำให้บรรยากาศภายในห้องดูมีสีสัน มีชีวิตชีวา ตามสำนวนภาษาอังกฤษที่นักออกแบบจะชอบใช้กัน “Bring Your Room to Life” หรือ “Add Life to Your Room” เลือกผ้าม่านที่ทำให้ห้องดูมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวามากขึ้น

ผ้าม่านสีพื้นและความสมดุลของสีภายในบ้าน: องค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรลืมคือความสมดุลของสีสันภายในห้อง วิธีที่ดีที่สุดคือการตกแต่งบ้านด้วยกฎสี “60-30-10” เพราะเป็นกฎที่ได้รับการยอมรับจากนักออกแบบทั่วโลกว่าสามารถสร้างความสมดุลของสีสันภายในห้องได้อย่างลงตัวที่สุด จากผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับการทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูมีมิติ “Fresh” และมีชีวิตชีวามากขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มกระจกในห้อง การเพิ่มหลอดไฟในบ้าน การจัดเฟอร์นิเจอร์ให้สอดคล้องกับช่องทางเดิน เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการเดินในบ้าน การแต่งผนังห้องด้วยงานศิลปะ การนำพรรณไม้มาปลูกในบ้าน เป็นต้น และแน่นอน การเลือกใช้ผ้าม่านที่เหมาะสมจะมีอิทธิพลต่อบรรยากาศห้องด้วยเช่นกัน

เลือกผ้าม่านสีพื้นหรือผ้าม่านที่มีลวดลายดี? โดยทั่วไป ผ้าม่านที่มีลวดลายจะทำให้ห้องดูมีสีสัน ไม่จืดชืด แต่ถ้าผ้าม่านมีลวดลายมากเกินไป ก็จะทำให้ห้องดูรกหูรกตา ผ้าม่านสีพื้นจะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสงบและสามารถช่วยยกระดับคุณภาพของการพักผ่อน ให้เรารู้สึก Relax ผ่อนคลายง่ายขึ้นเวลาอยู่บ้าน

“ผ้าม่านคือหน้าตาของบ้าน”: ไม่ว่าเราอยากได้ผ้าม่านที่มีลวดลายหรือสีพื้น ถ้าอยากให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสมดุล เราควรเลือกสีผ้าม่านที่เข้าคอนเซ็ปต์ตามกฎ “60-30-10” ตามกฎนี้ ส่วนใหญ่ผ้าม่านจะเป็นสีกลาง (อยู่ในกลุ่ม “30”) ซึ่งก็คือสีที่ช่วยตัดกับสีหลัก (ในกลุ่ม “60”) นั่นเอง แต่ก็มีบ้านหลายหลังที่เลือกใช้สีผ้าม่านเป็นสีหลักด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเราจะเลือกใช้ผ้าม่านเป็นสีหลักหรือสีรอง สิ่งที่สำคัญคือความสมดุล เพราะการสร้างความสมดุลของสีสันภายในบ้านจะทำให้บ้านดูสดชื่น สบายตา และน่าอยู่

เลือกสีผ้าม่านที่ถูกใจ: สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ควรลืม คือ ให้เลือกสีผ้าม่านที่ถูกใจเรามากที่สุด เพราะเราคือผู้อาศัยที่อยู่บ้านและต้องเห็นผ้าม่านทุกวัน เพราะฉะนั้น ควรเลือกสีผ้าม่านที่ทำให้เรามีความสุขเวลาได้เห็นมันทุกๆครั้ง แต่ละห้องในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านสีเดียวกัน โดยทั่วไป ถ้าบ้านมีสองชั้น ผ้าม่านในชั้นล่างจะใช้สีเดียวกันทั้งหมด อย่างเช่น ผ้าม่านในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และห้องทานอาหารจะใช้ผ้าตัวเดียวกัน (มีเฉพาะห้องพระที่สามารถเลือกผ้าม่านที่ต่างกันได้ ผ้าม่านในห้องพระส่วนใหญ่จะใช้โทนสีทอง) ส่วนชั้นบนจะสามารถแบ่งสีผ้าม่านเป็นห้องๆได้ อย่างเช่น ห้องนอนแรกอาจเลือกใช้ผ้าม่านสีเขียว ห้องนอนที่สองอาจเลือกใช้ผ้าม่านสีฟ้า ส่วนห้องนอนที่สามอาจเลือกใช้ผ้าม่านสีชมพู เป็นต้น

ผ้าม่านในห้องนอน: การเลือกสีผ้าม่านสำหรับแต่ละห้องนอนจะอยู่ที่ความต้องการของเจ้าของห้อง และไม่จำเป็นต้องเหมือนหรือคล้ายกับผ้าม่านในห้องอื่นๆ เจ้าของห้องบางคนเลือกแต่งผ้าม่านให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับในห้อง เพื่อสร้างความสมดุลให้ห้องมีเสน่ห์ลงตัว แต่ก็จะมีหลายคนที่ต้องการสีผ้าม่านที่แหวกแนว เข้ากับคอนเซ็ปต์ส่วนตัว และเป็นสไตล์ของตัวเอง อย่างเช่น ผ้าม่านสีดำ ผ้าม่านสีกรม ผ้าม่านสีเงิน ที่อาจไม่สอดคล้องกับสีสันภายในห้องแต่อย่างใด แต่เนื่องจากการที่ห้องนอนเป็นสถานที่ส่วนตัว การเลือกสีผ้าม่านจึงไม่จำเป็นต้องเข้าคอนเซ็ปต์ก็ได้ แต่จะอยู่ที่ความพึงพอใจของเจ้าของห้องมากกว่า อย่าลืมว่า ผ้าม่านที่ดีคือผ้าม่านที่มอบความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่ผ้าม่านที่ทำตามหน้าปกนิตยสารการตกแต่งบ้าน การแต่งบ้านให้ดูสวยและน่าอยู่สำหรับตัวเราเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบ้านคือสถานที่ที่มอบความสุขให้กับเรามากที่สุด

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าเย็บผ้าม่านสีพื้นหลากหลายชนิด หลายสี หลายดีไซน์ ผ้าม่านสีพื้นจะมีทั้งแบบปกติและแบบเนื้อป้องกันUV ผ้าม่านกันUVคือผ้าที่ถักทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn ผ้าม่านสีพื้นแบบรุ่นป้องกันUVที่เราจำหน่ายเป็นผ้าม่านที่ฮิตในตลาดมาก เพราะมีเทกเจอร์ 3 มิติในตัว ทำให้ผ้าม่านดูสวยงาม มีมิติมากกว่าผ้าม่านพื้นธรรมดาทั่วไป หน้าร้านผ้าม่าน ATM Decor อยู่ติดถนนพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านสีพื้นได้ที่ 02 223 4828 หน้าร้านจะมีผ้าทำผ้าม่านสีพื้นหลายเนื้อให้เลือก รวม ผ้าม่านเนื้อซาติน ผ้าม่านเนื้อขน ผ้าม่านเนื้อกระสอบ ผ้าม่านเนื้อเทกเจอร์ และอื่นๆอีกมากมาย สำหรับใครที่ชอบผ้าม่านลายดอกไม้ ผ้าม่านทูโทน ผ้าม่านลายกราฟฟิก ผ้าม่านลายหลุยส์ ผ้าม่านลายริ้ว ฯลฯ เรามีหลายสีหลายลายให้เลือกเช่นกัน ที่ บริษัท แฟบริค พลัส มีผ้าม่านให้เลือกเติมอิ่มจุใจอย่างแน่นอน Continue reading ผ้าม่านสีพื้น เรียบหรู ยอดนิยม

ผ้าม่านกันUV มีแบบไหนบ้าง?

ผ้าม่านกันUV 🧡🧡🧡 ผ้าม่านยอดนิยมในประเทศไทย: ตลาดผ้าม่านกันUVเป็นตลาดใหญ่มาก เพราะผ้าม่านกันUVเป็นชนิดผ้าม่านที่นิยมอย่างยิ่งในเมืองไทย อากาศที่นี่อบอ้าว ร้อนตลอดทั้งปี ผ้าม่านกันUVช่วยรับแสงแดดและความร้อนได้ดีกว่าผ้าม่านปกติถึงมากกว่า 50% ถ้าเป็นรุ่นพรีเมี่ยมแล้ว ผ้าม่านกันUVจะสามารถป้องกันแสงแดดและความร้อนได้ถึง 100% ผ้าม่านทั่วไปสามารถป้องกันแสงแดดได้ 40-80% เท่านั้น ผ้าม่านกันUVมีตัวเลือกมากเท่ากับผ้าม่านธรรมดา มีทั้ง ผ้าม่านพิมพ์ลาย ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านทอกระสอบ ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านเนื้อซาติน ผ้าม่านเนื้อแจกการ์ด ผ้าม่านทอลายในตัว เป็นต้น ราคาผ้าม่านกันUVอยู่ที่น้ำหนัก ความหนา และลูกเล่นต่างๆ อย่างเช่น ผ้าม่านกันUVที่ทอใช้เส้นด้าย Yarn Dye จะมีราคาสูงกว่าชนิดผ้าอื่นๆ ผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้าย Yarn Dye เป็นการทอที่เพิ่มมิติให้กับลวดลายผ้า ทำให้ผ้าม่านดูสวยงาม มีมิติ

ผ้าม่านกันUV เนื้อเงา: ผ้าม่านกันUVที่มีเนื้อเงาเป็นสไตล์ยอดนิยม เพราะดูสวยหรู มีสง่าราศี ผ้าม่านกันUVเนื้อเงาประเภทนี้จะไม่เกาะฝุ่น ทำให้การดูแลรักษาความสะอาดง่าย ใช้ได้ยาวนาน สีไม่ซีด เป็นสไตล์ผ้าม่านที่ฮิตมาก

ผ้าม่านกันUV Double Side: ผ้าม่านกันUV ที่ทอแบบสวยสองหน้า ผ้าม่านรุ่นนี้จะสามารถใช้ได้สองด้าน เหมาะกับบ้านที่เปิดหน้าต่างเป็นประจำ เพราะผู้คนที่อยู่นอกบ้านก็จะเห็นความสวยงามของผ้าม่านจากภายนอกเช่นกันกับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน

ผ้าม่านกันUV “กำมะหยี่”: ผ้าม่านกันUV ที่ทอแบบมีพื้นผิวขนสั้นเกรียน ผ้าม่านรุ่นนี้จะมีเนื้อคล้ายกับผ้ากำมะหยี่ แต่จะขนน้อยกว่า เนื้อผ้าจะมีความเงานิดๆ แต่เฉพาะเวลาโดนแสงแรงๆ ผิวผ้าด้านหลังจะมีหลายรูปแบบ ที่นิยมจะเป็นสีเงา ลายพื้น เนื้อผ้านี้จะนิยมใช้ตามโรงแรมและรีสอร์ท 5 ดาว เพราะเป็นเนื้อผ้าที่ดูสวยงาม มีราคา

ผ้าม่านกันUVเนื้อซาติน: ผ้าม่านกันUVรุ่นนี้จะมีเนื้อผ้านี้จะลื่นมาก และทออย่างละเอียด เป็นชนิดผ้าม่านที่นิยมใช้ตามโรงแรมและรีสอร์ท 5 ดาว เช่นกัน ผ้าม่านที่ทอซาตินจะสวยสองหน้า ด้านหลังจะดูเหมือนด้านหน้า เพราะฉะนั้นจะสามารถใช้ได้สองหน้าเช่นกัน

ผ้าม่านกันUV พิมพ์ลาย: ผ้าม่านกันUVที่มีดีไซน์เป็นพิมพ์ลายจะใช้ระบบ Printing ในการเสริมลวดลายสวยๆบนพื้นผิวผ้า ลวดลายผ้าจะดูมีสีสัน สีจะคมชัด แต่จะเห็นได้ชัดเจนว่าดีไซน์ผ้าไม่ได้ถักทอในเนื้อผ้า ผ้าม่านกันUV แบบพิมพ์ลายจะมีแบบทอด้วยเส้นด้ายสีดำและเส้นด้ายสีขาว ผ้าม่านกันUVชนิดอื่นจะทอด้วยเส้นด้ายสีดำทั้งหมด แต่ผ้าม่านพิมพ์ลายจะมีแบบทอด้วยด้วยเส้นด้ายสีขาวด้วย เพื่อให้สีสันของดีไซน์ดูสว่าง ไม่มืดมน เหมาะกับผ้าม่านที่มีลวดลายแนววินเทจ อย่างเช่น ดีไซน์ช่อดอกกุหลาบ เป็นต้น ผ้าม่านกันUVที่ใช้เส้นด้ายสีขาวจะทำให้ลวดลายดูสว่างตา ดู “Fresh” เวลาใช้ติดในบ้าน ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสดชื่น สดใส สบายตา

*ผ้าม่านกันUVที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีขาวจะสามารถป้องกันแสงแดดได้น้อยกว่าผ้าม่านกันUVที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีดำ

ติดต่อสอบถามชนิดผ้าม่านกันUVต่างๆได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส พาหุรัด แหล่งผ้าทำผ้าม่าน สำหรับงานตกแต่งบ้านทุกชนิด มีผ้าม่านหลายประเภท หลายสไตล์ให้เลือก Continue reading ผ้าม่านกันUV มีแบบไหนบ้าง?

ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก หาซื้อที่ไหน?

ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก 🧡🧡🧡 เมตรละเท่าไหร่ ป้องกันแสงแดดได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้เรามาดูกัน

ผ้าม่านกันยูวีเป็นผ้าม่านรุ่นใหม่ที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีดำที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet Radiation) จากแสงอาทิตย์ ผ้าม่านกันยูวีเป็นชนิดผ้าทำผ้าม่านยอดนิยมในยุคปัจจุบัน และเป็นชนิดผ้าม่านที่ฮิตมากในเมืองไทย เพราะนอกจากป้องกันรังสียูวีแล้ว ผ้าม่านชนิดนี้จะยังสามารถลดความร้อนและแสงแดดในเวลากลางวันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เป็นผ้าม่านระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผ้าม่านของบริษัท แฟบริค พลัส ที่ได้คัดสรรแต่ผ้าม่านที่มีเนื้อหนา ทอละเอียด สีสันสวยงาม ลวดลายคมชัด และผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย

ผ้าม่านกันยูวีคืออะไร?
ผ้าม่านกันยูวี หรือ ผ้าม่านกันแสง จะมีแบบเคลือบด้านหลังและแบบไม่เคลือบ ผ้าม่านที่เป็นแบบเคลือบโฟมหรือซิลิโคนจะสามารถป้องกันแสงแดดได้ถึง 100% แต่อายุการใช้งานจะไม่เท่าผ้าม่านกันแสงแบบไม่เคลือบเพราะวัสดุเคลือบจะเสื่อมและแตกได้

 ผ้าม่านกันแดดแบบไม่เคลือบจะเป็นสอดเส้นด้ายสีดำระหว่างผืนผ้า ซึ่งจะทำให้ผ้าม่านสามารถป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านธรรมดา มีจากประเภทป้องกันแสงแดดได้  80% – 100% ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดจะอยู่ที่ความหนาและสีของผ้าม่านที่เลือก แต่องค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งคือความสามารถในการป้องกันรังสี Ultraviolet ซึ่งเป็นอง์ประกอบที่ทำให้สภาพเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเสื่อมโทรมเร็ว ผ้าม่านกันยูวีจะกรองรังสี Ultraviolet ออก ทำให้ภายในบ้านมีความร่มเย็นและปราศจากรังสีจากแสงอาทิตย์

ผ้าม่านกันแดดแบบพลิ้วไหว อายุยาว: ผ้าม่านกันแสงแบบสอดเส้นด้ายสีดำสามารถป้องกันแสงแดดได้ประมาณ 80-100% ข้อดีของผ้าม่านกันแสงชนิดนี้คือเป็นชนิดผ้าม่านที่มีความพลิ้วไหวเหมือนผ้าม่านธรรมดา มีความสวยงามทั้งสองหน้า และไม่มีการเสื่อมสภาพตลอดอายุการใช้งาน เราเลือกใช้วัตถุเส้นด้ายที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตทันสมัย เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสากล International Standard

ผ้าม่านกันยูวีมีเนื้อผ้าแบบไหนบ้าง?
ผ้าม่านกันยูวีมีหลากหลายเนื้อ หลากหลายชนิด เนื้อผ้ารวม เนื้อมันวาว เนื้อกำมะหยี่ เนื้อซาติน เนื้อกระสอบ เนื้อโพลีเย็สเตอร์ เนื้อยาร์นดายด์ ผ้าม่านกันยูวีจะมีหลากหลายดีไซน์เช่นกัน ลายผ้ารวม ทอลายในตัว ลายริ้ว ลายดอกไม้ พิมพ์ลาย ลายกราฟฟิก ลายเวฟ เป็นต้น ผ้าม่านกันยูวีจะมีความพลิ้วไหวเหมือนผ้าม่านปกติ เพราะเส้นด้ายสีดำที่มีคุณสมบัติป้องกันUVเป็นเส้นด้ายผ้าที่มีความยืดหยุ่นเท่ากับเส้นด้ายผ้าธรรมดาทั่วไป ผ้าม่านกันยูวีจะไม่มีการเคลือบด้วยวัสดุใดๆ เป็นผลิตภันฑ์สิ่งทอ 100%

ผ้าม่านกันยูวี มีราคาเท่าไหร่?
ราคาผ้าม่านกันยูวี: ราคาผ้าม่านกันยูวีจะไปตามความหนาและน้ำหนัก ผ้าม่านกันยูวีแต่ละรุ่นจะป้องกันแสงแดดและความร้อนได้ไม่เท่ากัน อย่างเช่น ผ้าม่านกันยูวีที่มีเนื้อหนาและน้ำหนักมากจะใช้เส้นด้าย High Density Black Yarn จำนวนมากกว่า ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและความร้อนสูง ผ้าม่านกันยูวีที่มีเนื้อบางและเบาจะมีเส้นด้าย High Density Black Yarn จำนวนน้อย ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและความร้อนน้อยกว่าผ้าม่านกันยูวีเนื้อหนา อย่างไรก็ตาม ผ้าม่านกันยูวีจะป้องกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านธรรมดาที่ไม่ได้ถักทอด้วยเส้นด้าย High Density Black Yarn

เราเลือกขายผ้าม่านกันยูวีที่มีระดับพรีเมี่ยม เพราะฉะนั้นเราจะไม่เลือกจำหน่ายผ้าม่านกันยูวีที่มีเนื้อบาง ผ้าม่านกันUVเนื้อถูกที่สุดที่เราจำหน่ายจะมีราคาที่ลดแล้วเหลือ เมตรละ 199 บาท เป็นผ้าม่านกันยูวีที่มีหน้ากว้าง 2.80 เมตร เรามีผ้าม่านกันยูวีหลายราคา ราคาโปรโมชั่นมีจากเมตรละ 199 บาท ไปถึงเมตรละ 399 บาท อย่างที่ได้เรียนเอาไว้ น้ำหนักและความหนาของผ้าจะมีผลต่อราคาอย่างยิ่ง จากรูปภาพ เราจะไม่สามารถรู้สึกถึงความหนาและน้ำหนักผ้าได้ เราจึงแนะนำให้เดินตลาดและสัมผัสเนื้อผ้าทุกครั้งก่อนซื้อผ้าม่าน โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้ผ้าเย็บผ้าม่านจำนวนมาก

ผ้าม่านกันยูวี ใช้หน้ากว้างเท่าไหร่ดีที่สุด?
ยกระดับความสวยงามของผ้าม่านด้วยผ้าม่านไร้รอยต่อ ผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านมีหน้ากว้างหลายขนาด ผ้าที่มีหน้าแคบอย่างเช่น ผ้าหน้ากว้างเพียง 120 ซม. หรือ 150 ซม. จะต้องนำผ้ามาตัดต่อกันเพื่อได้ขนาดหน้าต่างหรือประตูที่ต้องการ การที่ต้องตัดต่อผ้าจะทำให้ผ้าม่านมีรอยต่อ แม้ใช้ช่างผ้าม่านที่มีฝีมือดีที่สุดก็จะไม่สามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ผ้าม่านดูสวยงามคือการเย็บแบบซ่อนรอยต่อไว้ที่ท้องลอนผ้าม่าน ถ้าเย็บผ้าม่านแบบมีลวดลายดีไซน์ ควรต่อลายผ้าม่านให้ลงตัว เพื่อให้ลวดลายผ้าม่านต่อเนื่องตลอดผืน ไม่มีการขาดช่วงหรือขาดตอน

ผ้าม่านหน้ากว้างมากจะสามารถใช้เย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ ผ้าทำผ้าม่านที่มีหน้ากว้างไม่มากจะไม่สามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อได้ เพราะฉะนั้นควรใช้ผ้าม่านที่มีความกว้างพอสมควร อย่างเช่น ผ้าหน้ากว้าง 240 ซม. หรือ 280 ซม. การใช้ผ้าม่านหน้ากว้างขนาดนี้ เราสามารถวางหน้าผ้าตามความสูง และตัดผ้าตามความกว้างของประตูหรือหน้าต่างเท่านั้น การวางผ้าตามนี้ การตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายและสะดวก เพราะจะไม่มีการตัดต่อผ้าใดๆ ลวดลายผ้าจะต่อเนื่องตลอดผืน ไม่ต้องซ่อนรอยต่อให้ยุ่งยาก ไม่ต้องจัดวางลายผ้าให้ต่อกันตามรอยต่อ ผ้าม่านแบบไร้รอยต่อเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นผ้าม่านที่ดูสวยงามมีระดับ เหมาะกับผ้าม่านสีพื้นและผ้าม่านแบบมีลวดลาย ผ้าม่านที่มีสีพื้นจะเหมาะกับการเย็บแบบไร้รอยต่อเพราะผ้าสีพื้นจะเห็นรอยต่อได้ชัดเจนกว่าผ้าม่านมีลาย ผ้าม่านที่มีลายจะเหมาะกับการเย็บแบบไร้รอยต่อเช่นกันเพราะลวดลายจะไม่ขาดช่วง มีความสมดุลลงตัวตลอดผืนผ้า แม้เราอาจเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายดีไซน์ที่ดูเลิศหรูสง่างาม แต่ถ้าลวดลายไม่ต่อเนื่องก็อาจจะทำให้ผ้าม่านดูไม่สวยเท่าที่ควรจะเป็นได้

ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก หาซื้อที่ไหน
ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก มีให้เลือกมากมายในตลาดพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย ตลาดพาหุรัดมีขายผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่านที่ถักทอด้วยเส้นด้ายกันยูวีหลากหลายชนิด และจะมีให้เลือกในหลายเนื้อ หลายสี และหลายดีไซน์เช่นกัน ราคาในตลาดพาหุรัดจะเป็นราคาส่ง ขายต่อเมตร ได้ราคาถูกแน่นอน

ผ้าม่านกันยูวี หน้ากว้าง 280 ซม. คือ หน้ากว้างที่มีความสมดุลลงตัว
เราเลือกจำหน่ายผ้าม่านกันยูวี แบบมีหน้ากว้าง 280 ซม. หรือ 2.80 เมตร เพื่อให้สามารถเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ การใช้จำนวนผ้าจะน้อยกว่าผ้าม่านหน้าปกติอย่างเช่น ผ้าหน้ากว้าง 1.20 เมตร หรือ 1.50 เมตร ประมาณเท่าตัว อย่างเช่นถ้าช่างผ้าม่านจะต้องใช้ผ้าหน้ากว้าง 1.20 เมตร ถึง 50 เมตร ในการตัดเย็บผ้าม่านทั้งหมด การซื้อผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะต้องใช้เพียงแค่ 25 เมตร หรือครึ่งหนึ่งเท่านั้น เพราะผ้ามีหน้ากว้างกว่ามากกว่าสองเท่า ซื้อผ้าหนึ่งเมตรแบบหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะเท่ากับซื้อผ้าสองเมตรแบบหน้ากว้าง 1.40 เมตร และได้ผ้ามากกว่าซื้อผ้าสองเมตรแบบหน้ากว้าง 1.20 เมตร

วิธีการซื้อผ้าม่านที่ดีที่สุด ให้จับผ้าก่อนซื้อ: น้ำหนักและความหนาของผ้าจะมีผลต่อราคาอย่างมาก ดููจากรูปภาพ เราจะไม่สามารถรู้สึกถึงความหนาและน้ำหนักผ้าได้ เราจึงแนะนำให้เดินตลาดและสัมผัสเนื้อผ้าทุกครั้งก่อนซื้อผ้าม่าน โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้ผ้าเย็บผ้าม่านจำนวนมาก

ผ้าม่านกันยูวี หน้ากว้าง 2.80 เมตร มีราคาตามนี้ โปรโมชั่นลด 50% สำหรับผ้าม่านกันUVทุกชนิด! (UPDATE 2020)

ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 399 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 199 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 99 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 499 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 249 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 124 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 599 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 299 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 149 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 659 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 329 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 164 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 719 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 359 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 179 บาท)
ผ้าม่านกันยูวี ราคาเมตรละ 799 บาท ลด 50% เหลือ เมตรละ 399 บาท   (เท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.40 เมตร ราคาเมตรละ 199 บาท)

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านกันยูวีได้ที่ 02 223 4828 ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส อยู่ริมถนนพาหุรัด ตลาดพาหุรัดเป็นแหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย ลูกค้าสามารถดูแผนที่ถนนพาหุรัดและร้านผ้าม่าน ATM Decorได้ตามลิงค์

Continue reading ผ้าม่านกันยูวี ราคาถูก หาซื้อที่ไหน?

ผ้าม่านควรมีลอนแบบไหน? ให้เย็บออกมาดูสวย มีความสมดุล

การเลือกเย็บผ้าม่านแบบมีลอน🧡🧡🧡คือเพื่อให้ผ้าม่านดูสวยหรู มีความพลิ้วไหว และมีรูปทรงที่นุ่มนวลอ่อนช้อย การติดผ้าม่านที่มีลอนสวยๆ จะทำให้บ้านดูภูมิฐาน มีสง่าราศี และเป็นการแสดงฐานตัวตนอย่างหนึ่งว่ามีสไตล์หรือมีรสนิยมในการตกแต่งบ้านที่ดี มีเสน่ห์ที่สะท้อนถึงความสง่างามและหรูหราทรงคุณค่า”Luxury Lifestyle” และความสำเร็จของผู้ที่อยู่อาศัย

รูปแบบผ้าม่านที่เย็บแบบมีลอน: ลอนผ้าม่านจะคำนวณตามความกว้าง และไม่เกี่ยวกับส่วนสูงของผ้าม่าน โดยทั่วไป รูปแบบผ้าม่านที่มีลอนจะมี ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่านจีบ และ ผ้าม่านหลุยส์ ความแตกต่างหลักๆ จะอยู่ที่หัวผ้าม่านเท่านั้น ส่วนรูปทรงของผ้าม่านจะไม่ต่างกันมากนัก ผ้าม่านพับและผ้าม่านสอดรางจะไม่มีลอน ผ้าม่านพับจะมีลักษณะแบนเพื่อให้การดึงขึ้นง่ายและสะดวก ส่วนผ้าม่านสอดรางจะไม่มีลอนเพราะการแขวนผ้าม่านในลักษณะนี้จะทำให้ไม่สามารถทำลอนได้

ลอนผ้าม่านที่ดูสวย ควรเผื่อเท่าไหร่?: การคำนวณลอนผ้าม่านจะสามารถคูณเท่าไหร่ก็ได้ มาตรฐานจะอยู่ที่สองเท่าถึงสามเท่า ถ้าน้อยกว่าสองเท่า จะทำให้ผ้าม่านไม่มีลอนหรือมีลอนน้อย ถ้ามากกว่าสามเท่า จะทำให้ผ้าม่านมีลอนนูนและติดกันมากเกินไป ทำให้ผ้าม่านดูเกะกะรกหูรกตา ผ้าม่านที่ดูสวยงามและลงตัวที่สุดคือ 2.5 เราจะต้องคำนวณผ้าที่ต้องใช้โดยการนำความกว้างของหน้าต่างมาคูณกับตัวเลข 2.5 การวัดความกว้างของหน้าต่างจะต้องเผื่อด้านซ้ายและด้านขวาทุกครั้ง ตามมาตรฐานในการวัดหน้าต่าง ให้เผื่อข้างละ 10 ซม แต่ถ้าหน้าต่างอยู่หัวมุมห้อง ให้เผื่อถึงสุดขอบผนัง เราจะต้องเผื่อความกว้างของผ้าม่านเพื่อไม่ให้แสงแดดสามารถผ่านทางช่องระหว่างหน้าต่างและด้านข้างของผ้าม่าน

สูตรคำนวณที่สามารถจัดลอนตามลวดลายได้: การเลือกใช้สูตรคูณ 2.5 เท่า เราจะสามารถจัดลวดลายผ้าตามลอนผ้าม่านได้ ทำให้ผ้าม่านมีความสวยงามอย่างลงตัวที่สุด เพราะลวดลายผ้าจะสอดคล้องกันในทุกลอน ลอนผ้าม่านจะแบ่งเป็นท้องลอนและสันลอน ผ้าม่านบางดีไซน์จะมีลายใหญ่และกว้าง ทำให้ต้องตัดเย็บแบบมีลอนสลับกันทุกๆสองลอน แต่สำหรับผ้าม่านลายทั่วไป ช่างเย็บผ้าม่านจะสามารถจัดให้ลวดลายลงตัวกับลอนผ้าม่านทุกลอน

การคำนวณลอนผ้าม่าน: ในการคำนวณผ้าสำหรับทำผ้าม่าน เราสามารถใช้สูตรคูณเท่าไหร่ก็ได้ระหว่าง 2-3 ในตัวอย่าง เราจะเลือกใช้สูตรคูณ 2.5 เพื่อให้ผ้าม่านมีความพลิ้วไหวและดูสวยงามลงตัวที่สุด ยกตัวอย่าง ถ้าหน้าต่างมีความกว้าง 1 เมตร สมมุติว่าหน้าต่างอยู่กลางห้องและไม่ติดขอบหรือเฟอร์นิเจอร์ใดๆ เราจะต้องเผื่อความกว้าง 20 ซม. ก่อน เพราะต้องเผื่อข้างซ้าย 10 ซม. และข้างขวา 10 ซม. เพราะฉะนั้นความกว้างที่เราจะใช้ในการคำนวณคือ 1.2 เมตร ตามสูตรลอน นำความกว้าง 1.2 เมตร ไปคูณกับ 2.5 เพื่อให้ได้ความยาวของผ้าที่จะต้องตัด 

ความยาวของผ้าที่จะต้องตัด: 1.2 เมตร x 2.5 = 3 เมตร

จำนวน 3 เมตร คือความยาวของผ้าที่จะต้องใช้สำหรับเย็บผ้าม่านที่มีความกว้าง 1.2 เมตร อย่างที่เรียนข้างต้น การคำนวณลอนผ้าม่านจะไม่เกี่ยวกับส่วนสูง เพราะฉะนั้น ไม่ว่าผ้าม่านจะมีความสูงเท่าไหร่ ถ้าต้องการเย็บผ้าม่านที่มีความกว้าง 1.2 เมตร เราจะต้องตัดผ้าให้มีความยาว 3 เมตร ทุกครั้ง เพื่อให้ได้ลอนขนาด 2.5 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ให้ผ้าม่านมีความสวยงามและพลิ้วที่สุด

จำนวนผ้าที่จะต้องใช้ทำผ้าม่าน: ในการคำนวณผ้าที่จะต้องใช้ทำผ้าม่าน ความยาว 3 เมตร คือส่วนกว้างของผ้าม่านเท่านั้น ความสูงยังไม่ได้คำนวณ ในตัวอย่าง ถ้าหน้าต่างมีความกว้าง 1.2 เมตร และความสูง 1.5 เมตร เราจะต้องใช้ส่วนสูงในการคำนวณความยาวของผ้าแต่ละชิ้นที่จะต้องมาต่อกัน ถ้าเลือกใช้ผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร สำหรับทำผ้าม่าน เราจะไม่ต้องต่อผ้า การคำนวณจะง่าย เพราะสามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงของผ้าม่านได้ทันที ซื้อผ้าเพียง 3 เมตร ก็สามารถนำมาเย็บผ้าม่านแบบมีลอนได้แบบไม่ต้องตัดต่อผ้า การเย็บจะง่ายและสะดวก เพราะเหตุผลนี้ ผ้าม่านหน้ากว้างพิเศษจึงเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในตลาด ผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านในตลาดเมืองไทยจะใช้แบบหน้ากว้าง 1.5 เมตร (60 นิ้ว) เพราะฉะนั้นในตัวอย่าง เราจะคำนวณด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.5 เมตร 

ขั้นตอนการคำนวณผ้าสำหรับทำผ้าม่าน

คำนวณความยาวของผ้าที่ต้องมาต่อกัน: อย่างที่เราได้คำนวณกัน ความยาวของผ้าที่จะต้องใช้สำหรับเย็บผ้าม่านกว้าง 1.2 เมตร คือ 3 เมตร 

คำนวณจำนวนชิ้นผ้าที่จะต้องนำมาต่อกัน: ถ้าเลือกใช้ผ้าหน้ากว้าง 1.5 เมตร สำหรับทำผ้าม่าน เราจะต้องใช้ผ้าสองสิ้น เพื่อมาต่อกันให้ได้ 3 เมตร

จำนวนผ้าที่จะต้องซื้อ: พอคำนวณจำนวนชิ้นของผ้าที่ต้องใช้แล้ว เราจะต้องคำนวณความยาวของแต่ละชิ้น ความยาวของผ้าชิ้นหนึ่งก็คือความสูงของผ้าม่านที่ต้องการนั่นเอง ถ้าหน้าต่างมีความสูง 1.5 เมตร ผ้าม่านควรทิ้งลงมาใต้หน้าต่าง 20-30 ซม. และควรเผื่อสำหรับติดรางผ้าม่านเหนือหน้าต่างอีก 10 ซม. เพราะฉะนั้นจะต้องเผื่อความสูง 40 ซม. นอกจากนี้ เราจะต้องเผื่อเย็บริมด้านบนและด้านล่างอีกด้านละ 15 ซม. เพราะฉะนั้นจะต้องบวกเพิ่มอีก 30 ซม. เท่ากับว่าชิ้นหนึ่งจะต้องใช้ผ้า 1.5 + 0.4 + 0.3 = 2.2 เมตร ทั้งหมดต้องใช้ผ้าสองชิ้น เท่ากับว่าผ้าที่จะต้องซื้อคือ 2.2 เมตร x 2 = 4.4 เมตร ถ้าจะเย็บสายรัดม่านด้วย ให้เผื่ออีก 30 ซม. เท่ากับว่าต้องซื้อผ้าทั้งหมด 4.7 เมตร 

จำนวนผ้าที่ใช้สำหรับทำผ้าม่าน: จากการคำนวณข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า การคำนวณผ้าม่านแบบให้มีลอนสวยๆ งามๆ จะต้องใช้ผ้าถึง 4.7 เมตร ในสูตรนี้ เราใช้ผ้าหน้ากว้าง 1.5 เมตร ถ้าเลือกใช้ผ้าหน้ากว้างพิเศษ อย่างเช่น ผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร เราจะใช้ผ้าทั้งหมด 3 เมตร

ลอนผ้าม่านสำหรับม่านตาไก่: ในการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ผ้าม่านตาไก่จะเป็นรูปแบบผ้าม่านที่นิยมใช้มากที่สุด และการจัดลายผ้าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ผ้าม่านเย็บออกมาแล้วดูสวยงาม มีความสมดุล ดีไซน์บางลายจะมีระเบียบ มีแบบแผน อย่างเช่น ลายหลุยส์ ลายดอกไม้ ลายต้นไม้ ลายริ้ว สำหรับลวดลายเหล่านี้ การจัดวางลอนให้ลงล็อคและสอดคล้องกับลายจะทำให้ผ้าม่านดูดี มีสง่าราศี การตัดเย็บผ้าม่านตาไก่ด้วยผ้าลายหลุยส์จะเน้นการจัดลอนเป็นพิเศษ เพราะลายหลุยส์จะต้องลงล็อกกับคลื่นลอน (คลื่นลอนจะประกอบด้วยสันลอนและท้องลอน) เพื่อให้ลายผ้าม่านดูสวยงาม มีความสมดุล ดูมีระเบียบ

ร้านขายผ้า ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าสำหรับตกแต่งบ้านหลายประเภท รวม ผ้าม่าน ผ้าหุ้มเบาะ ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์หวาย ผ้าปูโต๊ะ ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุมเตียง เป็นต้น ในส่วนของผ้าม่าน จะมีตัวเลือกทั้งแบบผ้าม่านกันแสง UV และแบบผ้าม่านธรรมดา ผ้าเย็บผ้าม่านจะมีให้เลือกแบบหน้ากว้างพิเศษ 2.80 เมตร (110 นิ้ว) สำหรับตัดเย็บผ้าม่านแบบไร้รอยต่อ และแบบหน้ากว้าง 1.5 เมตร (60 นิ้ว) ซึ่งเป็นหน้ากว้างมาตรฐานในประเทศไทย ผ้าทุกชนิดจำหน่ายในราคาส่ง หน้าร้านขายผ้าอยู่ใจกลางตลาดพาหุรัด แหล่งต้นทุนและตลาดผ้าประเทศไทย

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส มีจำหน่ายผ้าม่านหลากหลายชนิด ขายราคาส่ง

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้าผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะแต่ละชนิดได้ที่ 02 223 4828 Continue reading ผ้าม่านควรมีลอนแบบไหน? ให้เย็บออกมาดูสวย มีความสมดุล

ผ้าม่านสีอะไร ทำให้ห้องเย็น?

ร้านผ้าม่าน ATM Decor 🧡🧡🧡 แนะนำผ้าม่านแบบถักทอด้วยเส้นด้ายกัน UV ⚡ รุ่น หนานุ่มฟู ⚡ เพราะการใช้เนื้อผ้าที่หนาฟูจะทำให้มีพื้นที่ผิวสะท้อนแสงและ UV ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ⚡ นอกจากนี้ ผ้าม่านกันUVที่มีเนื้อหนาฟูจะช่วยซึมซับความร้อนได้ดีกว่าผ้าม่านที่ไม่ฟู การเลือกใช้ผ้าม่านเนื้อหนานุ่มฟูจะมีประโยชน์และเห็นผลได้ชัดชัด แต่ต้นทุนในการผลิตจะสูงกว่า เพราะเหตุนี้จึงทำให้ผ้าม่านกัน UV มีหลายราคาและหลายคุณภาพ อยู่ที่ระดับความต้องการของเรา Continue reading ผ้าม่านสีอะไร ทำให้ห้องเย็น?

ผ้าแคนวาส ลายดอกไม้ แน่นหนาพิเศษ หน้ากว้าง 60″ ราคาโรงงาน เมตรละ 99 เท่านั้น!

ผ้าแคนวาสลายดอกไม้ 🧡🧡🧡 มีหลายสีหลายลายให้เลือก เนื้อเกรด A ใช้เย็บกระเป๋า ผ้าม่าน ผ้าหุ้มเบาะ ผ้าเฟอร์นิเจอร์หวาย เป็นต้น ผ้าแคนวาส ลายดอกไม้ เนื้อแน่นหนาพิเศษ หน้ากว้าง ราคาโรงงาน เพียงเมตรละ 99 บาท เท่านั้น!

Continue reading ผ้าแคนวาส ลายดอกไม้ แน่นหนาพิเศษ หน้ากว้าง 60″ ราคาโรงงาน เมตรละ 99 เท่านั้น!

ผ้าม่านสีเทา หลากหลายโทน หลากหลายคอนเซ็ปต์

ผ้าม่านสีเทา 🧡🧡🧡 เป็นสียอดนิยมในการตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์น ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์แห่งความเรียบหรู
ผ้าม่านสีเทาและอินทีเรีย ดีไซน์ยุคใหม่ 🧡🧡🧡 ผ้าม่านสีเทาเป็นสียอดนิยมในคอนเซ็ปต์การตกแต่งแนวโมเดิร์น ผ้าม่านสีเทาเป็นสีผ้าม่านที่ดูสวยงามมีระดับ เป็นสีปลอดภัย ดูมีภูมิฐาน ผ้าม่านสีเทาสามารถใช้ควบคู่กับอินทีเรียดีไซน์หลายสไตล์ และสามารถแมทช์กับสีผนังและวอลล์เปเปอร์ในหลายโทนหลายเฉด ไม่ว่าจะเป็น วอลล์ห้องสีขาว วอลล์ห้องสีออฟไวท์ วอลล์ห้องสีครีม วอลล์ห้องสีเขียวอ่อน วอลล์สีม่วงพาสเทล วอลล์ห้องสีโอรสอ่อน วอลล์ห้องสีเทาอ่อน วอลล์ห้องสีควันบุหรี่ วอลล์ห้องสีฟ้าอ่อน วอลล์สีน้ำตาล เป็นต้น เราสามารถเติมเต็มความสวยงามใน อินทีเรีย ดีไซน์ ด้วยการใช้ปลอกหมอนอิงหรือเก้าอี้โซฟาสีเทา ให้กลมกลืนกับผ้าม่าน หรือใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาว/สีครีมเพื่อตัดกับสีเทา ช่วยดึงดูดความสนใจไปที่ผ้าม่าน และทำให้ห้องดูสว่างตาด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านโทนสีเทามีแบบไหนบ้าง? ผ้าม่านสีเทามีหลากหลายเฉดหลากหลายโทน อย่างเช่น ผ้าม่านสีเทาเงิน ผ้าม่านสีควันบุหรี่ ผ้าม่านสีเทาอมฟ้า ผ้าม่านสีเทาอ่อน ผ้าม่านสีเทาชาร์โคล ผ้าม่านสีเทา “Ash” ผ้าม่านสีเทาตะกั่ว ผ้าม่านสีเทาหม่น ผ้าม่านสีเทาเข้ม เป็นต้น

ผ้าม่านสีเทา ดูทันสมัย “Modern Interior” 🧡🧡🧡 การเลือกติดผ้าม่านสีเทาในห้องเป็นทางเลือกที่เซฟ เพราะเป็นสีผ้าม่านที่เข้ากับการตกแต่งภายในได้หลายแนว เหมาะใช้กับสไตล์คลาสสิกและสไตล์โมเดิร์น ผ้าม่านสีเทาเป็นสียอดนิยมในประเทศไทยอย่างยิ่งเพราะเป็นสีมงคล ดูสวยงามทันสมัย มีเสน่ห์แห่งความ “Elegance” และเป็นสีผ้าม่านที่ทำให้บรรยากาศบ้านดูปลอดโปร่ง อบอุ่น และดูน่าอยู่ยิ่งขึ้นอีกด้วย  Continue reading ผ้าม่านสีเทา หลากหลายโทน หลากหลายคอนเซ็ปต์

ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านแนววินเทจ เลือกผ้าม่านแบบไหนดี?

ผ้าม่านสวยๆ มีมากมายหลากหลายแนวให้เลือก 🧡🧡🧡 ผ้าม่านมีหลากหลายชนิด หลากหลายราคา แต่ละชนิดจะมีความสวยงามและความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ผ้าม่านแต่ละประเภทมีความสวยงามที่ต่างกัน: ผ้าม่านเนื้อเงาจะทำให้ห้องดูสว่าง เพราะจะสะท้อนแสงให้กระจายไปทั่วห้อง ทำให้หน้าตาบ้านดูเปล่งปลั่ง มีความสดใส ผ้าม่านเนื้อด้านจะดูสวยงามในแนวเรียบหรู ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์แนว “Chic” ผ้าม่านลายปักจะดูสวยงามในสไตล์หรูหราอลังการ ออกแนวไฮโซ ดูมีราคา ผ้าม่านแนววินเทจจะออกสไตล์หวานแหวว ทำให้หน้าตาบ้านดูมีสีสัน มีความสดชื่นในธีมธรรมชาติ ลายดอกไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยในการพักผ่อน และทำให้รู้สึกดี 

ผ้าม่านแต่ละชนิดจะมีเนื้อและพื้นผิวผ้าที่ต่างกัน: ผ้าม่านเนื้อซาตินจะมีความเงา พื้นผิวลื่น ไม่จับฝุ่น ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์ (ผ้าใยสังเคราะห์) จะมีแบบทั้งพื้นผิวเงาและพื้นผิวด้าน มีทั้งแบบจับฝุ่นและไม่จับฝุ่น ปกติแล้วผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์จะไม่จับฝุ่น แต่โดยที่ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์ก็จะมีหลายประเภทเช่นกัน โดยที่บางประเภทจะถักทอแบบมีขนนิดๆบนผิวผ้า ทอคล้ายๆกับผ้ากำมะหยี่ ทำให้ผ้าเนื้อนี้จับฝุ่นง่ายกว่าผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์ที่ถักทอแบบพื้นผิวมันวาว ผ้าม่านเนื้อคานวาสจะมีพื้นผิวสาก ไม่ลื่น (เนื้อแคนวาสจะมีความหยาบกว่าผ้าฝ้ายทั่วไป) และจับฝุ่นง่ายกว่าผ้าม่านเนื้อใยสังเคราะห์ แต่ก็เป็นชนิดผ้าที่นิยมใช้ในการทำผ้าม่านเพราะการพิมพ์สีบนผ้าม่านเนื้อคานวาสจะดูสวยงาม มีสีสดและลวดลายคมชัด นอกจากใช้ทำผ้าม่านแล้ว ผ้าเนื้อคานวาสยังสามารถนำไปตกแต่งประดับสิ่งของอื่นๆในบ้านได้ อย่างเช่น เก้าอี้ โซฟา เฟอร์นิเจอร์หวาย ผ้าคลุมโต๊ะ ปลอกหมอนอิง เป็นต้น 

ผ้าม่านในแต่ละห้องไม่ต้องเหมือนกัน: หลายคนอาจสงสัยว่าการเลือกติดผ้าม่านในบ้านควรใช้แค่สีเดียวลายเดียวทั้งหลังหรือสามารถเลือกได้หลายๆสี หลายๆดีไซน์ ความจริงคือเราสามารถเลือกติดผ้าม่านในสีที่แตกต่างกันได้สำหรับแต่ละห้อง ตามหลักการตกแต่งอินทีเรียดีไซน์ ถ้าเราสามารถมองเห็นหลายๆห้องในบ้านได้พร้อมกัน ควรเลือกสีและลายผ้าม่านเดียวกัน แต่ถ้าห้องในแต่ละโซนของบ้านมีกำแพงปิดกั้นที่ทำให้ไม่เห็นผ้าม่านในห้องพร้อมกัน เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่มีต่างสีต่างลายได้ บางคนอยากติดผ้าม่านแบบแบ่งตามชั้นของบ้าน ชั้นล่างใช้ผ้าม่านสีหนึ่ง ส่วนชั้นบนใช้ผ้าม่านอีกสีหนึ่ง บางคนเลือกติดผ้าม่านสีเดียวกันและดีไซน์เดียวกันสำหรับบ้านชั้นล่าง แต่ชั้นบนติดหลายๆสีสำหรับแต่ละห้อง การแบ่งสีและลายผ้าม่านมีหลากหลายวิธี เราไม่จำเป็นต้องเลือกดีไซน์และสีผ้าม่านให้เหมือนกันทั้งหลัง

ผ้าม่านในแต่ละสีให้ความรู้สึกที่ต่างกัน: การเลือกวรรณะสีของผ้าม่านในแต่ละห้องก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านในแต่ละโทนจะให้ความรู้สึกและสร้างบรรยากาศภายในห้องที่ไม่เหมือนกัน ผ้าม่านสีอุ่นๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเอิร์ธโทน ผ้าม่านสีน้ำตาล ผ้าม่านสีโอรส ผ้าม่านสีพิ้งโกล จะทำให้บรรยากาศห้องดูอบอุ่น “Cozy” ดูเซฟ ผ้าม่านสีเย็นๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีเขียวใบไม้ ผ้าม่านสีเขียวทะเล ผ้าม่านสีฟ้า ผ้าม่านสีน้ำเงิน ผ้าม่านสีบานเย็น จะทำให้ห้องมีความรู้สึกผ่อนคลาย “Relax” ดูเย็นสบายตา ช่วยในการพักผ่อน ผ้าม่านสีร้อนๆ อย่างเช่น ผ้าม่านสีแดง ผ้าม่านสีส้ม ผ้าม่านสีม่วงแดง ผ้าม่านสีเหลือง จะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉง สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สามารถช่วยให้เรามีแรงมีพละกำลังมากยิ่งขึ้น อ่านเกี่ยวกับอิทธิพลของสีผ้าม่านต่างๆได้ตามลิงค์

การแต่งห้องแบบให้ดูสวยงามเข้าคอนเซ็ปต์: ผ้าม่านที่ใช้ในการเดคคอเรทห้องให้ดูมีความสวยงามลงตัวควรเลือกใช้วรรณะสีที่เข้าคอนเซ็ปต์ของอินทีเรียดีไซน์ อ่านเกี่ยวกับการเลือกสีผ้าม่านที่สร้างความสมดุลในโทนสีของห้องได้ตามลิงค์ การเลือกผ้าม่านมีหลากหลายชนิด เราสามารถเลือกติดผ้าม่านกันUVสีพื้น ผ้าม่านกันUVแนววินเทจ ผ้าม่านแบบทอลายในตัว (ผ้าม่านเนื้อแจ็คการ์ด) ผ้าม่านซาติน ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านเนื้อแคนวาส ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านมีเทกเจอร์ เป็นต้น การเลือกติดผ้าม่านที่มีสีสันและสไตล์ที่เข้าคอนเซ็ปต์จะทำให้บ้านดูมีความสวยงาม ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์ที่ลงตัว Continue reading ผ้าม่านเนื้อเงา ผ้าม่านลายปัก ผ้าม่านสีพื้น ผ้าม่านแนววินเทจ เลือกผ้าม่านแบบไหนดี?

เลือกผ้าม่านแบบไหนดี เพื่อให้บ้านดูสวยงาม

เลือกผ้าม่านให้ลงตัวกับห้อง: การเลือกผ้าม่านต้องดูที่ทั้งประโยชน์การใช้สอยและความสวยงาม ถึงจะให้ห้องดูสวยมีเสน่ห์ลงตัว

วิธีการเลือกผ้าม่านต้องมองที่จุดประสงค์และคอนเซ็ปต์ของห้อง เพราะต้องให้ผ้าม่านสอดคล้องกับสไตล์ Interior Design ของห้อง อยากให้บรรยากาศห้องออกมาเป็นอย่างไร ต้องใช้ผ้าม่านที่เข้ากับคอนเซ็ปต์นั้น

เลือกผ้าม่านกับการแต่งบ้านด้วยสไตล์วินเทจ (Vintage Decor): ในกรณีที่แต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบสไตล์วินเทจ (ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และผนังบ้านสีขาวหรือลายไม้) ควรเลือกผ้าลายดอกไม้ที่จะให้บ้านดูมีขีวิตชีวา มีสีสันสวยงาม การเลือกแต่งบ้านด้วยผ้าลายวินเทจควรเน้นให้ผ้าเข้าเซตถึงจะให้หน้าตาห้องสวยหรู Elegant ดูมีระดับ อย่างเช่น การเลือกใช้ผ้าหมอนอิงหรือผ้าเก้าอี้ที่มีลวดลายเดียวกันกับผ้าม่าน การเลือกใช้ผ้าลายดอกไม้สามารถ Mix & Match กับผ้าสีพื้นได้ เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ห้องดูไม่ลายตา ดูมีความสมดุลและสวยงามแบบลงตัว การแต่งห้องด้วยสไตล์วินเทจควรมีช่อดอกไม้มาประดับห้องด้วยเพื่อให้เข้าคอนเซ็ปต์  

ร้านขายผ้า แฟบริค พลัส พาหุรัด มีผ้าลายดอกไม้ที่เป็นแนววินเทจมากมายให้เลือกในราคาถูก เนื้อผ้าหนาแน่น อายุการใช้งานยาวนาน มีทั้งแบบเนื้อคอตตอนแคนวาสและแบบเนื้อผสม ผ้าแนววินเทจที่ทำผ้าม่านก็มีแบบชนิดกันแสงกันยูวี (Blackout Curtains) และแบบกันแสงปกติ การแต่งบ้านด้วยสไตล์วินเทจเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศบ้านเรา เป็นการแต่งบ้านที่ไม่มีวันตกยุค ตราบใดที่มนุษย์เรายังรักธรรมชาติและชอบอยู่กับสิ่งธรรมชาติ ผ้าม่านและผ้าหุ้มเบาะลายดอกไม้สามารถสร้าง Character ของห้องให้ดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์และทำให้บรรยากาศห้องดูอบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้น

เลือกผ้าม่านกับการแต่งบ้านด้วยสไตล์โมเดิร์นทันสมัย (Modern Decor): การแต่งบ้านด้วยสไตล์โมเดิร์นจะเน้นความสวยงามในแบบเรียบหรู ไม่เน้นความหรูอลังการ แต่เน้นให้สีผ้าม่านที่ “Safe” และสอดคล้องกับสีผนังและเฟอร์นิเจอร์ห้อง ผ้าม่านที่เลือกใช้อาจเป็นสีพื้นหรือมีลายในตัวนิดๆ ไม่เน้นลวดลายหรือใช้ผ้าม่านที่มีสีฉูดฉาดเกินไปและขัดสีหรือแย่งความเด่นของสิ่งของอื่นๆในบ้าน การแต่งห้องจะออกแนวสไตล์เรียบง่าย Simple Design เน้นวัตถุประสงค์การใช้งาน ซื้อแต่เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย ถ้าใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีเข้ม ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีอ่อน เพื่อให้ Mix & Match อย่างลงตัว ไม่เข้มเกินไปทำให้เพราะจะทำให้ห้องดูมีพื้นที่แคบเล็ก การใช้ผ้าม่านสีอ่อนๆจะทำให้พื้นที่ห้องดูปลอดโปร่งและกว้างขวาง ถ้าติดผ้าม่านจากเพดานถึงพื้นจะทำให้ห้องดูมีความสูงใหญ่ เป็นต้น

หลักการในการเลือกรูปแบบผ้าม่านจะเน้นให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของบ้าน อย่างเช่นผ้าม่านตาไก่จะเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านที่เป็นสไตล์โมเดิร์น ผ้าม่านจีบจะเหมาะกับห้องที่แต่งด้วยสไตล์คลาสสิกเป็นต้น ผ้าม่านตาไก่และผ้าม่านจีบจะสามารถใช้ได้กับบ้านทุกรูปทุกสไตล์ เพราะเป็นสองรูปแบบของผ้าม่านที่ทั้งสวยงามและเรียบหรู สามารถใช้ได้กับห้อง Informal Setting อย่างเช่นห้องนั่งเล่น ห้องนอน เป็นต้น และ Formal Setting อย่างเช่น ห้องรับแขก ห้องออฟฟิศที่ทำงาน ห้องประชุม เป็นต้น ไม่เหมือนผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่าน DIY หรือผ้าม่านลูกไม้ที่ควรใช้กับ Informal Setting เท่านั้น

การติดผ้าม่านสมัยนี้จะนิยมใช้ผ้าม่านรุ่นกันยูวีหรือผ้าม่าน Blackout ซึ่งจะกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านรุ่นธรรมดาปกติทั่วไป ผ้าม่าน Blackout จะมีการทอด้วยเส้นด้ายสีดำประกบอยู่ข้างในผ้า (ประกบเป็นผ้าสามชั้น) เพื่อกันแสงแดดและความร้อน ผ้าม่าน Blackout จะทำให้ประหยัดแอร์เพราะป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้าน เก็บอากาศเย็นๆและรักษาอุณหภูมิในบ้านเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ้าม่าน Blackout สมัยนี้มีหลากหลายรูปแบบ มีแบบเน้นลวดลายสไตล์วินเทจ ลายดอกไม้ แบบสไตล์โมเดิร์น แบบทอลายในตัว แม้กระทั้งผ้าม่านลายปักก็มีแบบรุ่นกันยูวี

การเลือกใช้ผ้าม่านสองชั้นอย่างเช่นผ้าม่านโปร่งร่วมกับผ้าม่านทึบจะทำให้บรรยากาศห้องดู Soft มีความนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งขึ้น และสามารถเพิ่มมิติและความละเอียดอ่อนให้ห้องดูมีเสน่ห์ Charm เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งกับการแต่งทุกสไตล์ ผ้าม่านโปร่งจะมีแบบทั้งมีลายในตัวพื้นๆและแบบผ้าโปร่งลูกไม้ ผ้าม่านโปร่งลายพื้นๆจะเหมาะใช้ได้กับการแต่งห้องทุกคอนเซ็ปต์ทุกสไตล์ แต่ถ้าแต่งบ้านด้วยแนววินเทจ ควรเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งลูกไม้เพราะจะสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ขึ้นไปอีกระดับ การเลือกผ้าม่านที่สอดคล้องกันและมีสีที่สบายตาสามารถทำให้เรามีความสุขเวลาอยู่บ้านยิ่งขึ้น

ร้านขายผ้า แฟบริค พลัส (ATM Decor) มีจำหน่ายสินค้าผ้าม่านชั้นนำหลากหลายชนิดให้เลือกสรร มีแบบทั้งผ้าม่านดีไซน์ทันสมัยและแบบลวดลายแนววินเทจ มีแบบผ้าม่านลายปักและผ้าม่านทอลายในตัว มีบริการตัดเย็บหลากหลายสไตล์อย่างเช่น ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า เป็นต้น ตัดเย็บโดยทีมงามมืออาชีพ และมีบริการติดตั้งในทุกแห่งในกรุงเทพฯแบบครบวงจร ในร้านนอกจากจำหน่ายผ้าม่านแล้วยังมีสิ่งทอแต่งบ้านให้เลือกหลากหลายสไตล์เช่นกัน มีทั้งผ้าหุ้มเบาะ ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุมเตียง ผ้าบุโซฟา ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ต่างๆนานาชนิด เรามีผ้าที่ตอบสนองทุกความต้องการของคุณและสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์แต่งบ้านทุกรูปแบบ Continue reading เลือกผ้าม่านแบบไหนดี เพื่อให้บ้านดูสวยงาม

ผ้าม่านหน้าต่าง สวย หรู ดูมีระดับ: การติดผ้าม่านหน้าต่างในวิธีที่ถูกต้อง

ผ้าม่านหน้าต่าง เป็นสิ่งประดับห้องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะนอกจากช่วยป้องกันแสงแดดที่ลอดเข้ามาในบ้านแล้ว ยังสามารถช่วยยกระดับความสวยงามและเติมเต็มเสน่ห์ของบรรยากาศห้องได้ดีอีกด้วย
 
การใช้ผ้าม่านหน้าต่างจะสามารถเติมเต็มความสวยงามของหน้าตาห้อง ให้บรรยากาศห้องดูอบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้น การวัดพื้นที่สำหรับการติดผ้าม่านเป็นสิ่งสำคัญและควรเผื่อพื้นที่สำหรับผ้าม่านควรทำในถูกวิธี

ผ้าม่านหน้าต่างมีทางเลือกมากมาย: ก่อนที่เราจะติดตั้งผ้าม่านหน้าต่าง เราควรวางแผนอินทีเรียดีไซน์ให้เรียบร้อย อย่างเช่น เราควรที่จะรู้ว่าจะวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเช่น โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งตกแต่งอื่นๆในตำแหน่งไหนของห้อง เพราะการรู้ล่วงหน้าว่าเฟอร์นิเจอร์จะอยู่ช่วงไหนของห้องจะทำให้เราวัดพื้นที่สำหรับการปิดผ้าม่านหน้าต่างได้ถูกต้อง 

การวัดพื้นที่สำหรับติดผ้าม่านหน้าต่าง: หลังจากรู้แล้วว่าจะวางเฟอร์นิเจอร์บนส่วนไหนของห้อง เราจะสามารถเริ่มวัดพื้นที่หน้าต่างได้ ตามมารตฐานสากลและในประเทศ การวัดพื้นที่หน้าต่างควรที่จะเผื่อพื้นที่สำหรับปิดผ้าม่านเลยวงกบซ้ายและวงกบขวาข้างละ 10 ซม. เหตุผลที่ต้องวัดพื้นที่เกินขนาดหน้าต่างคือเพื่อไม่ให้แสงแดดสามารถลอดเข้ามาทางด้านข้างได้ วัตถุประสงค์แรกของผ้าม่านคือการป้องการแสงแดด ถ้าเราติดผ้าม่านแบบพอดีหน้าต่างเกินไป แสงแดดจะสามารถลอดเข้ามาได้ เพราะจะลอดทางช่องระหว่างผ้าม่านและหน้าต่าง ซึ่งจะทำให้ห้องสว่างจ้าตรงช่วงที่โดนแสง การติดผ้าม่านเลยวงกบข้างละ 10 ซม. จะทำให้แสงแดดไม่สามารถลอดเข้ามาทางข้างผ้าม่านได้ ห้องจะมืดตามที่ควรจะเป็น มีบรรยากาศเย็นสบาย

ผ้าทำผ้าม่านหน้าต่างสามารถนำมาเย็บผ้าแต่งเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้: ถ้าเราอยากแต่งห้องเองให้ผ้าม่านหน้าต่างสอดคล้องเข้าคอนเซ็ปต์เฟอร์นิเจอร์ในห้อง เราสามารถเลือกใช้ผ้าทำผ้าม่านมาแต่งเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้ แต่เราควรจะเลือกใช้ผ้าที่มีเนื้อหนานุ่ม เพราะผ้าที่จะใช้เย็บเบาะโซฟาหรือเก้าอี้ควรที่จะมีความทนทาน มีการทอด้วยเส้นจำนวนมาก มีเนื้อแน่น การแต่งห้องให้ดูสวยเข้าคอนเซ็ปต์ควรเลือกตัดเย็บผ้าม่านหน้าต่างให้เข้าชุด นั่นก็คือการจัดเซตผ้าม่านหน้าต่างและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ให้มีสีและลายเดียวกัน การตัดเย็บผ้าม่านหน้าต่างให้เข้าเซตเฟอร์นิเจอร์จะยกระดับความหรูสวยงามให้ห้องดูสวยหรูแบบไฮคลาสทีเดียว

 การแต่งบ้านที่ดูสวยมีเสน่ห์ควรเน้นใช้ผ้าม่านหน้าต่างเข้าเซตเฟอร์นิเจอร์ในห้อง เราสามารถนำผ้าทำผ้าม่านชนิดเดียวกันไปประดับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆในห้องได้ถ้าเราเลือกผ้าที่มีการทอที่นุ่ม มีเนื้อหนาแน่น  มีความทนทานสูง การตัดเย็บเข้าเซตสามารถยกระดับหน้าตาบ้านให้ดูสวยหรูแบบไฮคลาส

การเลือกโทนสีผ้าม่านหน้าต่าง: ในการประดับหน้าต่าง เราควรพิจารณาความสมดุลของสีสันในห้อง เพราะสีของผ้าม่านควรที่จะบาลานซ์ก้บสีผนังและสีเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ตามหลักการออกแบบภายใน Interior Design เราควรใช้สูตร 60-30-10 ในการใช้สีสันแต่งห้อง เพราะสูตรฟอร์มูล่านี้จะทำให้ห้องดูมีความสวยงามที่ลงตัวที่สุด มีความสมดุลและทำให้บรรยากาศบ้านดูสบายตา การใช้หลักสูตรนี้จะทำให้ห้องดูสดชื่นมีชีวิตชีวา เพราะจะเน้นการใช้สีหลัก สีรอง และสีไฮไลท์ การเลือกสีสันในการแต่งห้อง เราต้องมองที่หลายองค์ประกอบ อย่างเช่น ต้องการแต่งห้องตามคอนเซ็ปต์อะไร? ต้องการสร้างบรรยากาศอย่างไร?ต้องการสร้างความรู้สึกเวลาเดินเข้ามาในห้องอย่างไร? เป็นต้น Continue reading ผ้าม่านหน้าต่าง สวย หรู ดูมีระดับ: การติดผ้าม่านหน้าต่างในวิธีที่ถูกต้อง

ผ้าม่านสีทอง สดใส สว่างตา

ผ้าม่านสีทอง 🧡🧡🧡 เป็นอีกสีหนึ่งที่นิยมใช้ในการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เพราะเป็นสีผ้าม่านที่ดูสว่างตา มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูภูมิฐาน มีเสน่ห์

ผ้าม่านสีทองและ Interior Design ทันสมัย 🧡🧡🧡 ผ้าม่านสีทองเป็นสียอดนิยมในคอนเซ็ปต์การตกแต่งแนวโมเดิร์น ผ้าม่านสีทองเป็นสีผ้าม่านที่ดูสวยงามมีระดับ เป็นสีแรงเสน่ห์ ดูมีภูมิฐาน “Elegant” ผ้าม่านสีทองสามารถใช้ควบคู่กับอินทีเรียดีไซน์หลายแนว และสามารถใช้แมทช์กับผนังและวอลล์เปเปอร์ในหลายโทน อย่างเช่น ผนังห้องสีครีม ผนังห้องสีขาว ผนังห้องสีออฟไวท์ ผนังห้องสีทองอ่อน ผนังสีเหลืองอ่อน ผนังห้องสีโอรสอ่อน ผนังห้องสีเบจอ่อน ผนังห้องสีเอิร์ธโทน ผนังห้องสีน้ำตาลอ่อน เป็นต้น เราสามารถเติมเต็มความสวยงามใน อินทีเรีย ดีไซน์ ด้วยการใช้ผ้าปูโต๊ะหรือผ้าบุโซฟาสีทอง ให้มีสีสันกลมกลืนกับผ้าม่าน

ตกแต่งห้องให้เข้ากับผ้าม่านสีทอง: เราสามารถเลือกให้เฟอร์นิเจอร์มีสีสันตัดกับสีผ้าม่าน โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์สีไม้หรือปลอกหมอนสีแดงเพื่อตัดกับผ้าม่านสีทอง เพื่อสร้างความน่าสนใจมากขึ้น ให้ห้องดูมีสีสัน มีชีวิตชีวา มีความน่าสนใจ และเป็นการทำให้ห้องดูสว่างสบายตายิ่งขึ้น

ผ้าม่านโทนสีทองมีแบบไหนบ้าง? ผ้าม่านโทนสีทองมีหลากหลายเฉด อย่างเช่น ผ้าม่านสีทองอ่อน ผ้าม่านสีทองเข้ม ผ้าม่านสีทองเหลือง ผ้าม่านสีทองแดง ผ้าม่านสีทองอมเขียว เป็นต้น Continue reading ผ้าม่านสีทอง สดใส สว่างตา

ผ้าทำม่านที่เหมาะสุดๆ กับการตัดเย็บผ้าม่าน

ผ้าทำม่านที่เหมาะสุดๆ กับการตัดเย็บผ้าม่าน (ไม่เรียงตามลำดับ)
ผ้าทำม่านมีลักษณะแบบไหนบ้าง? ลักษณะผ้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับตัดเย็บผ้าม่าน? ลักษณะของผ้าโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับการทอเส้นด้าย ผ้าที่มีชนิดเดียวกันอาจใช้ขนาดเส้นด้ายที่แตกต่างกัน เวลาโรงงานผ้าม่านปั่นเส้นด้าย ร้านผ้าม่านสามารถสั่งกำหนดได้ว่าจะใช้เส้นด้ายเบอร์เล็กหรือเส้นด้ายเบอร์ใหญ่ ถ้าทางร้านผ้าม่านอยากได้ผ้าม่านที่มีความละเอียดอ่อนมาก ก็จะสั่งให้โรงงานทอผ้าด้วยเส้นด้ายเบอร์เล็ก เส้นด้ายขนาดเล็กสามารถทอได้อย่างละเอียดอ่อนและแน่นกว่าเส้นด้ายขนาดใหญ่ แต่กระบวนการ (Processing) ในการปั่นเส้นด้ายเล็กจะต้องมากกว่าและยากกว่าเส้นด้ายขนาดใหญ่ด้วย ในการปั่นทอผ้าด้วยเส้นด้ายขนาดเล็ก ร้านผ้าม่านจะได้ผ้าที่มีความละเอียดอ่อนแต่ไม่ค่อยหนา เหมาะทำกับผ้าม่านที่เน้น Soft Touch มากกว่าประสิทธิภาพในการกันแสง ถ้าร้านผ้าม่านอยากได้ผ้าที่มีเนื้อหนาและกันแสงได้ดี โดยที่ไม่ต้องละเอียดอ่อนมากนัก ก็สามารถสั่งโรงงานให้ทอผ้าด้วยเส้นด้ายเบอร์ใหญ่ได้

ร้านผ้าม่านมักจะเลือกสั่งโรงงานผ้าให้ผลิตผ้าทำม่านด้วยเส้นด้ายเบอร์ใหญ่แต่ร้านขายเสื้อผ้ามักจะเลือกสั่งโรงงานให้ผลิตผ้าที่ใช้เส้นด้ายเบอร์เล็ก เพราะความต้องการของตลาดผ้าแต่ละตลาดไม่เหมือนกัน ตลาดผ้าม่านต้องการผ้าที่มีเนื้อหนา ไม่เน้นความละเอียดอ่อน แต่ตลาดเสื้อผ้าจะเน้นความละเอียดอ่อนของผ้า สวมแล้วไม่คัน ต้องเป็นผ้าที่ระบายอากาศดี ใส่แล้วไม่ร้อน เป็นต้น

ผ้าม่านที่ดีนอกจากตัดเย็บให้เข้ารูปหน้าต่างประตูบ้านแล้ว ยังควรเป็นมิตรกับผู้ใช้และสอดคล้องกับ Interior Design ของห้องอีกด้วย การเลือกผ้าทำผ้าม่านควรเลือกใช้ผ้าที่ทนทานต่อแสงแดด สีไม่ซีดจางลงง่าย ดูสวยใหม่ในระยะยาว และดูแลรักษาง่ายและสะดวก

การเลือกผ้าทำม่านที่ดีควรมองที่ความสวยงาม ความเป็นมิตรกับผู้ใช้ (User-Friendly) และความสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์อินทีเรียดีไซน์ ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนต้องการผ้าม่านที่ทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน บางคนต้องการผ้าม่านที่ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย ส่วนบางคนต้องการผ้าม่านที่มีเนื้อเงาประกายให้ห้องดูสวยหรู เป็นต้น การเลือกผ้าทำม่านต้องสอดคล้องกับความต้องการของเราจากผ้าม่าน วันนี้เรามาดูกันว่าผ้าทำม่านแต่ละชนิดมีแบบไหนบ้างและคุณสมบัติของผ้าแต่ละอย่างที่โดดเด่น

ผ้าทำผ้าม่านควรรักษารูปทรงสวย ไม่ยับง่าย ไม่ลุ่ยหรือง่ายต่อการขีดข่วน และมีเนื้อหนาแน่นสำหรับการป้องกันแสงแดด การใช้ผ้าม่านกันยูวีในตัวจะสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ การทอเส้นด้ายกันรังสีในเนื้อผ้าจะยกระดับของความทนทานและประสิทธิภาพของผ้าม่านในการป้องกันแสงแดดและความร้อนจากดวงอาทิตย์ ส่วนใหญ่ผ้าที่มีการทอเส้นด้ายกันยูวีจะใช้กับผ้าใยสังเคราะห์ Polyester

1) ผ้าชนิดใยสังเคราะห์โพลีเย็สเตอร์ (Polyester): ผ้าใยสังเคราะห์ เป็นผ้าที่เหมาะใช้สำหรับทำผ้าม่านเพราะเป็นผ้าที่ไม่จับฝุ่น ไม่ยับง่าย และมีน้ำหนักทิ้งตัวดี ผ้าใยสังเคราะไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อย ใช้ได้กับผ้าม่านลายพิมพ์และทอลายในตัว มีคุณสมบัติการรักษารูปทรงดี ไม่ยืดหรือหดง่ายๆ ไม่ลุ่ย ไม่ขุย ทนทาน ยากต่อการชำรุดจากรอยขีดข่วน สีไม่ซีดง่าย ซักเครื่องได้ ทำความสะอาดสะดวก พื้นผิวผ้าดูใหม่ในระยะเวลานาน เหมาะสำหรับทำผ้าม่านและการใช้ตกแต่งภายในอย่างยิ่ง

ผ้าโพลีเย็สเตอร์จะเหมาะกับการทำผ้าม่านเป็นอย่างมากเพราะเรื่องของความทนทาน การต่อต้านแสงแดดดีเยี่ยม สีไม่จางลงหลังจากซัก เนื้อผ้าไม่หดหลังโดนน้ำ และยังเป็นชนิดผ้าที่รักษารูปทรงสวยงามในระยะยาวอีกด้วย ผ้าโพลีเย็สเตอร์สมัยนี้จะประยุกต์ใช้ทอกับเส้นด้ายกันยูวี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด ความร้อน และรังสี Ultraviolet

2) ผ้าชนิดซาติน (Satin): ผ้าม่านซาติน เป็นชนิดผ้าที่มีความเงาข้างหนึ่งแต่ด้านอีกข้างหนึ่ง ข้างที่เงาจะสะท้อนแสงแล้วดูสวยโดดเด่นคล้ายๆกับผ้าไหม เป็นผ้าที่ไม่จับฝุ่นบ่อยแต่เย็บยากเพราะผิวผ้าลื่นมากและสามารถลุ่ยได้ง่าย

ผ้าซาตินจะมีความเงาและลื่น ทำให้ไม่เกาะฝุ่นและรักษาทำความสะอาดง่าย เนื้อผ้าจะนุ่มต่อสัมผัส เราสามารถนำผ้าซาตินมาประยุกต์ใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าและยังเป็นที่นิยมใช้กันในการตกแต่งภายใน ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าที่มีความยืดหยุ่นดี รักษาทรงรูปสวย ซักง่ายแห้งเร็ว แต่อาจเหมาะกับเสื้อผ้ามากกว่าผ้าม่าน ซึ่งต้องการความทนทานและประสิทธิภาพสูงในการป้องกันแสงแดด

3) ผ้าชนิดแจ๊คการ์ด (Jacquard):เป็นชนิดผ้าทอลายในตัว เป็นผ้าที่เหมาะมากสำหรับทำผ้าม่าน เพราะลายในตัวดูสวยชัด และเวลาซัก สีจะไม่ตก ลายผ้าทอลึกลงไปในผ้า ทำให้ลายผ้าทนทาน สีไม่จางลงง่ายๆ ดูสวยคงเดิมในระยะยาว ผ้าลายแจ็คการ์ดจะเป็นผ้าทอลายในตัว ไม่มีการใช้ระบบพิมพ์ลายหรือ “Printing” เพราะฉะนั้นสีของดีไซน์ผ้าจะไม่ซีดหรือจางลงเหมือนผ้าพิมพ์ลาย

4) ผ้าชนิดฝ้าย (Cotton): ผ้าฝ้ายเหมาะสำหรับตัดเย็บผ้าม่านเพราะมีความหนา ทิ้งตัวดีมีน้ำหนัก สีและลายพิมพ์บนพื้นผิวผ้าคมชัด สวยเด่น และสามารถนำมาซักทำความสะอาดง่าย ข้อเสียของผ้าฝ้ายคือซักผ้าม่านแล้วจะหด ผ้าจับฝุ่นง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อย

ผ้าฝ้ายเป็นผ้าอีกชนิดหนึ่งที่มาจากธรรมชาติและนิยมใช้ในการทำผ้าม่านเพราะมีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมในการถ่ายเทอากาศในห้อง ข้อเสียของผ้าม่านฝ้ายอยู่ที่การเลอะสกปรกง่าย ทำให้ต้องซักบ่อย ยับง่าย ทำให้ต้องรีดบ่อย แต่อายุการใช้งานถือว่าดีเยี่ยมเพราะเป็นชนิดผ้าที่ทนทานต่อแสงแดด ผ้าฝ้ายใช้งานได้นานแต่สีจะซีดไวกว่าผ้าชนิดใยสังเคราะห์

5) ผ้าชนิดกำมะหยี่ (Velvet): เนื้อผ้ากำมาหยี่เหมาะสมกับการตัดเย็บทำผ้าม่านเพราะเป็นชนิดผ้าที่มีเนื้อหนาแน่นและหนัก ผ้าเนื้อนี้เพิ่มเสน่ให้กับหน้าตาของห้องได้อย่างดีเพราะเป็นเนื้อผ้าที่เงาเป็นประกาย คนต่างชาติชอบพูดว่าผ้าเนื้อกำมะหยี่ หรือ ผ้าชนิด Velvet เป็นผ้าที่เหมาะกับทำผ้าม่านธีมพระราชา (Royalty) ผ้ารุ่นนี้จะมีเนื้อที่ออกเงา ดูเด่นสวย ผ้ากำมะหยี่ช่วยบังแสงแดดไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ดี โดยเฉพาะผ้ากำมะหยี่สีเข้มจะกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าสีอ่อน แต่ผ้าม่านสีอ่อนจะทำให้พื้นที่ห้องดูปลอดโปร่ง โล่งสบายตากว่า ข้อเสียของผ้ากำมะหยี่คือต้องปัดฝุ่นบ่อยเพราะมีผิวเนื้อผ้าที่จับฝุ่นง่ายกว่าผ้าทำม่านชนิดอื่น

ผ้ากำมะหยี่เป็นที่นิยมใช้ในการตัดเย็บผ้าม่านเพราะดูมีงดงามมีเสน่ห์ ทำให้ห้องมีภาพลักษณ์หรูหรา ดูสวยอย่างมีระดับ ผ้ากำมะหยี่มีข้อดีในเรื่องของความนุ่มสบายต่อสัมผัส แต่การรักษาทำความสะอาดจะไม่ง่ายเหมือนผ้าโพลีเย็สเตอร์หรือผ้าซาติน เพราะจะจับฝุ่นค่อนข้างง่าย และชำรุดเสื่อมได้ง่ายเวลาโดนความชื้นมากๆ

6) ผ้าไหม (Silk): ผ้าไหมจะมีความสวยสง่างามของเส้นใยธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือว่าเป็นชนิดผ้าไทยที่มีเสน่ห์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ผ้าไหมทำจากเส้นใยที่มาจากธรรมชาติ (คายออกจากหนอนไหม) มีคุณสมบัติที่นุ่มสบายต่อสัมผัส มีเนื้อที่เหนียวแน่นทำให้ยืดหยุ่นดี ข้อเสียของการใช้ผ้าไหมทำผ้าม่านอยู่ที่อายุการใช้งานเมื่อเทียบกันกับผ้าใยสังเคราะห์ เส้นใยไหมจะเสื่อมคุณภาพได้เวลาโดนความร้อนสูงจากแสงแดด และยังสามารถชำรุดได้เพราะมีเส้นใยที่แมลงชอบกัดกิน ทำให้ผ้าชนิดนี้ดูแลยากกว่าผ้าชนิดอื่นๆ เราสามารถนำผ้าไหมไปประยุกต์ใช้กับเครื่องนุ่งห่มและการตกแต่งภายใน (Interior Design) จุดเด่นของผ้าไหมอยู่ที่เป็นชนิดผ้าเดียวที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันงดงามของประเทศบ้านเรา และให้ชาวโลกได้เห็นถึงผลงานสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

ผ้าไหมเป็นชนิดผ้าที่มีความงดงามของเส้นไหมที่เป็นเอกลักษณ์ไทย ผ้าชนิดนี้เป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าเป็นเนื้อผ้าที่สวยหรูดูมีเสน่ห์ ได้รับ Global Recognition ในเรื่องของคุณภาพและความสร้างสรรค์ในศิลปวัตถุที่ถ่ายทอดความเป็นไทย

7) ผ้าลินิน (Linen): ผ้าลินินเป็นชนิดผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติเช่นเดียวกับผ้าฝ้ายและผ้าไหม แต่จะแตกต่างกันตรงที่วัตถุดิบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มาจากพืชแฟลกซ์ (Flax) จุดเด่นของผ้าลินินจะคล้ายกับผ้าฝ้ายซึ่งจะอยู่ที่ความทนทาน (เพราะมีเส้นใยที่เหนียวแน่น) มีคุณสมบัติที่ดูดความชื้นจากอากาศ และช่วยในการถ่ายเทอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ผ้าลินินสามารถนำไปตัดเย็บเสื้อผ้าได้ดี เพราะใส่แล้วไม่ร้อนแถมยังนุ่มสบายต่อสัมผัสอีกด้วย ผ้าม่านลินินก็จะมีข้อดีเดียวกับผ้าฝ้ายเช่นกัน นั่นก็คือเป็นผ้าม่านที่ระบายอากาศในห้องได้ดี ทำให้ห้องไม่รู้สึกร้อนอบอ้าว แต่ข้อเสียจะอยู่ที่มีคุณสมบัติที่ยับง่าย ทำให้เวลาใช้เป็นระยะเวลานานแล้วจะต้องถอดมารีดใหม่เพื่อรักษารูปทรงเดิม

ผ้าลินินเป็นชนิดผ้าที่มีความทนทานสูง เป็นผลิตภันฑ์ธรรมชาติที่มาจากพืชแฟลกซ์ ผ้าลินินจะมีคุณสมบัติคล้ายกันกับผ้าฝ้าย นั่นก็คือมีประสิทธิภาพสูงในการระบายอากาศและนุ่มต่อสัมผัส  อาจเหมาะกับการใช้ตัดเย็บเสื้อผ้ามากกว่าผ้าม่าน

ผ้าทำม่านแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ผ้าบางประเภทจะเหมาะกับการตัดเย็บผ้าม่านที่ทำความสะอาดง่ายและสะดวก แต่บางชนิดจะดูแลรักษายากกว่าแต่เหมาะกันการตกแต่งบ้านแบบสวยหรูอลังการ ที่สำคัญคือเราต้องเลือกผ้าทำม่านที่สอดคล้องกับความต้องการของเราและจุดประสงค์ที่ต้องการได้จากผ้าม่าน ถ้าเราอยากได้ผ้าม่านที่ทนทาน ไม่จับฝุ่น และดูแลรักษาง่าย การเลือกผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์จะเหมาะที่สุด ถ้าเราอยากได้ผ้าม่านที่สะท้อนถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทย การเลือกใช้ผ้าไหมมาตัดผ้าม่านอาจเหมาะสมกว่า เป็นต้น 

ร้านผ้าม่าน Fabric Plus (ถนนพาหุรัด) ขายปลีกและส่ง ผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าม่านหลากหลายประเภท คุณภาพมาตรฐานสากล ราคาประหยัด เรานำเข้าเอง มีโชว์รูมให้ลูกค้าได้ชมผ้าแบบจุใจ ในร้านมีผ้าสำหรับทำผ้าม่านเป็นม้วนๆ มีแบบอย่างผ้าม่านให้ชมมากมาย เรามีบริการตัดเย็บและติดตั้งครบวงจรในทุกแห่งในกรุงเทพฯ Continue reading ผ้าทำม่านที่เหมาะสุดๆ กับการตัดเย็บผ้าม่าน

เคล็ดลับการติดผ้าม่านให้ดูสวย เข้ารูปหน้าต่าง เติมเต็มเสน่ห์ในทุกมุมมอง

เคล็ดลับการติดผ้าม่านให้ดูสวย อยู่ที่การวางผ้าม่านให้เผื่อเลยหน้าต่าง และควรใช้ผ้าให้มากกว่าพื้นที่ที่ต้องติด เพื่อให้ผ้าม่านดูสวยพลิ้วไหว มีเสนห์

การติดผ้าม่านแบบให้ดูสวย ทำอย่างไร?

ภาพนี้เป็นแผนภาพ Diagram ที่อธิบายถึงวิธีการติดผ้าม่านที่ถูกต้องและให้ห้องดูสวยงาม

เคล็ดลับการติดผ้าม่านให้ดูสวย: การติดผ้าม่านสวยๆจะอยู่ที่การวางผ้าม่าน เราควรวางผ้าม่านให้สอดคล้องกับรูปแบบผนังและเพดาน และติดผ้าม่านให้เผื่อวงกบไปมากพอที่จะให้ผ้าม่านพ้นวงกบเวลาเปิดผ้าม่าน อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือควรติดผ้าม่านให้สูงลงมาใต้บานหน้าต่างเพื่อให้ผ้าม่านดูยาวสวย มีเสนห์ ดูมีระดับ

การติดตั้งผ้าม่าน (สิ่งที่ควรทำ)

ควรติดผ้าม่านให้สูงอย่างน้อยปิดพื้นที่ครึ่งหนึ่ง (1/2) ของส่วนพื้นที่ระหว่างวงกบหน้าต่างด้านบนและเพดาน

ถ้าเลือกติดผ้าม่านให้ยาวถึงเพดานเพื่อให้ห้องนอนดูสูง ควรติดผ้าม่านประมาณ 2-3 นิ้วใต้ไม้บัวในกรณีที่มีไม้บัวฝ้าเพดาน ในกรณีที่ไม่มีไม้บัวฝ้าเพดาน ควรติดผ้าม่านประมาณ 2-3 นิ้วใต้เพดาน
การติดผ้าม่านให้ดีควรติดให้ม่านลอยเหนือพื้นประมาณครึ่งนิ้ว

การติดผ้าม่านสไตล์โรมานติก ควรตัดผ้าม่านให้ยาวกว่าความสูงจากรางถึงพื้นอย่างน้อย 6-8 นิ้ว เพื่อให้ผ้าม่านกองบนพื้นแบบสวยงาม (เป็นสไตล์ต่างชาติ ในไทยจะไม่นิยมติดผ้าม่านให้กองบนพื้น)

ควรเลือกติดผ้าม่านที่มีสีสอดคล้องกับสีเฟอร์นิเจอร์ในห้อง

ควรเลือกรูปแบบผ้าม่านที่เข้าคอนเซ็ปต์ห้อง ผ้าม่านที่นิยมใช้โดยทั่วไปจะมี ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ และผ้าม่านคอกระเช้า (ผ้าม่านกระเช้า)

การติดตั้งผ้าม่าน (สิ่งที่ไม่ควรทำ)

ไม่ควรติดผ้าม่านให้สั้นลอยเกินไปหรือตัดผ้าม่านให้ยาวเพียงเพื่อปิดหน้าต่าง เพราะจะทำให้ดูเหมือนคุณกลัวน้ำท่วมแล้วกลัวว่าผ้าม่านจะโดนน้ำ (เป็นมุขเขา)

ไม่ควรตัดรางผ้าม่านให้แคบเกินไปหรือตัดรางแค่เพื่อให้ปิดเฉพาะบานหน้าต่างเท่านั้น เพราะจะทำให้เวลาเปิดผ้าม่านจะไม่สามารถเห็นหน้าต่างแบบเต็มบาน และทำให้บ้านดูไม่สว่างเวลาเปิดผ้าม่าน

ไม่ควรติดผ้าม่านก่อนงาน Built-In อื่นๆยังไม่เสร็จ

การติดตั้งรางผ้าม่าน (สิ่งที่ควรทำ)

ควรตัดรางผ้าม่านให้ยาวเลยหน้าต่างทั้งสองด้าน ถ้าให้ดีควรติดรางให้ยาวพอสำหรับเวลาตอนเปิดผ้าม่านแล้วจะไม่มีส่วนใดของผ้าม่านยังปิดหน้าต่างอยู่

ถ้าไม่มีพื้นที่ติดรางผ้าม่านเหนือวงกบหน้าต่างด้านบน ควรเลือกติดมู่ลี่แทน เพราะมู่ลี่จะไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เท่าผ้าม่าน (การติดผ้าม่านมีความจำเป็นที่จะต้องติดรางม่านเหนือวงกบบนอย่างน้อย 1-2 นิ้ว)

การใช้จำนวนผ้าทำผ้าม่าน (สิ่งที่ควรทำ)

ควรทำผ้าม่านให้มีความย่นสวย มีลอนนูน พอที่จะทำให้ผ้าม่านยังคงดูอ่อนช้อยพลิ้วไหวเวลาผ้าม่านปิดอยู่ ผ้าม่านที่มีลอนสวย มีระเบียบ จะทำให้ภาพลักษณ์ห้องดูสวยงามเลิศหรู

ควรทำผ้าม่านโดยการเผื่อผ้าให้ยาวกว่าหน้าต่าง 2 ถึง 2.5 เท่า เพื่อให้ผ้าม่านมีลอนนูนพลิ้วสวยหรู

การใช้จำนวนผ้าทำผ้าม่าน (สิ่งที่ไม่ควรทำ)

ไม่ควรเน้นประหยัดผ้าอย่างเดียว การประหยัดผ้าไม่เป็นไรแต่ถ้าประหยัดมากเกินไปจะทำให้ผ้าม่านดูตึงเพราะไม่มีลอน ทำให้ไม่มีความพลิ้วไหว ความอ่อนช้อย หรือความนุ่มนวล และจะทำให้ผ้าม่านดูหมดความสวยงามทั้งๆที่เลือกผ้าทำม่านที่สวยงามเลิศหรูก็ตาม

ร้านผ้าม่าน แฟบริค พลัส (หน้าถนนพาหุรัด) จำหน่ายส่งและปลีก ผ้าทำม่าน คุณภาพเกรด A มาตรฐานสากล International Trade ราคาย่อมเยา เราเป็นผู้นำสินค้าเข้าเอง มีโชว์รูมผ้าม่านให้ลูกค้าได้ชมผ้าแบบจุใจเป็นม้วนๆ มีตัวอย่างผ้าม่านและแบบผ้าม่านให้ชมหลากหลาย เรามีบริการรับสั่งเย็บผ้าม่านและติดตั้งผ้าม่านแบบครบวงจร 

เราขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาชมตัวอย่างผ้าม่านในร้านเรา เรามีผ้าตัดเย็บผ้าม่านหลากหลายชนิด

ทำไมลูกค้าจึงเลือกผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส

ผ้าม่าน ATM Decor ราคาประหยัด เราขายผ้าม่านให้ลูกค้าในราคาถูกได้เพราะเราเป็นผู้นำเข้าเอง ไม่มีคนกลาง

ร้านผ้าม่าน ATM Decor มีจำนวนผ้าเท่าความต้องการลูกค้า เรามีผ้าทำม่านหลายชนิดและในจำนวนมหาศาล ลูกค้าโรงแรม รีสอร์ท หรือโครงการต่างๆ มักจะใช้ผ้าม่านสีเดียวกันลายเดียวกันในจำนวนหลายร้อยเมตร เราจัดให้ลูกค้าได้เพราะเราเป็นทั้งร้านผ้าม่านขายส่งและปลีก

มีผ้าเย็บม่านของ ATM Decor ให้เลือกหลากหลาย เรามีผ้าทำม่านให้เลือกเต็มร้าน นานาชนิด

ผ้าเย็บม่าน ATM Decor ทันสมัย เรามีผ้าทำม่านลายใหม่ๆ ให้เลือกตลอดเวลา

เราเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำ เราสามารถให้คำแนะนำในการออกแบบผ้าม่านให้บ้านคุณดูสวย ทันสมัย และมีบรรยากาศที่สดชื่นน่าอยู่ยิ่งขึ้น

มีช่างร้านผ้าม่านที่ตัดเย็บผ้าม่านประณีต ทีมช่างตัดเย็บผ้าม่านเราเป็นมืออาชีพ ฝีมือประณีต ตัดเย็บผ้าม่านตามดีไซน์และลายผ้า เราเน้นการจัดลวดลายของผ้าให้เหมาะสมกับความสูงและจำนวนลอนของผ้าม่าน ให้ผ้าม่านตัดเย็บออกมาดูสวย นุ่มนวล และเรียบหรูอย่างมีระดับ

เรามีทีมงานติดตั้งผ้าม่านที่ติดตั้งผ้าม่านแบบสวยสะอาดแบบมืออาชีพ ทีมช่างติดตั้งม่านเป็นผู้โชกโชนในการติดตั้งผ้าม่านและทำงานอย่างละเอียด สะอาด บริการไว เราดูแลงานลูกค้าให้จนจบ

ร้านผ้าม่าน ATM Decor เป็นผู้ชำนาญเรื่องผ้าม่านโดยตรง เราคือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของผ้าม่านโดยเฉพาะ เน้นงานมีคุณภาพ มีบริการงานผ้าม่านครบวงจร ยินดีให้คุณคำปรึกษาเสมอ เราสามารถให้คำแนะนำในทุกเรื่องของผ้าม่าน จากเรื่องของชนิดผ้าทำม่านไปถึงการออกแบบผ้าม่านให้เข้ากับบ้านและสไตล์ที่เป็นคุณ

ผ้าทำผ้าม่านของเรา ดีอย่างไรบ้าง

ลวดลายผ้าทำผ้าม่านสวยงาม ใช้เทคโนโลยีการทอลายลึกเข้าไปในเนื้อผ้า ถักทอด้วยความประณีต

ผ้าทำผ้าม่านคุณภาพสูง ผ้าเนื้อหนา มีน้ำหนัก พริ้ว ลวดลายงดงาม สีคมชัด และมีอายุการใช้งานที่นาน

สีผ้าทำผ้าม่านนุ่มนวล สีของผ้าดูสวยแบบมีความอ่อนโยนนุ่มนวล ลายของผ้าชัดเจน

ผ้าทำผ้าม่านช่วยประหยัดไฟ ผ้ากันความร้อนแสงแดดได้ดี ทำให้คุณได้ประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศ

พื้นผิวผ้าทำผ้าม่านเนียน เนื้อผ้ามีผิวเรียบสม่ำเสมอตลอดเส้น มีความคงทนและแข็งแรง

ผ้าทำผ้าม่านทนทาน ทนแสงแดดได้โดยที่ไม่ทำให้ผ้ายืด ยับ หรือหด สีของเส้นใยไม่จางลงง่ายๆ

ผ้าม่านใช้อย่างสะดวก ผ้าทำม่านหลายชนิดไม่เกาะฝุ่น รักษาทำความสะอาดง่าย

ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 1
ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 2
ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 3
ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 4
ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 5
ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 6
ผ้าทำผ้าม่าน หน้าที่ 7 Continue reading เคล็ดลับการติดผ้าม่านให้ดูสวย เข้ารูปหน้าต่าง เติมเต็มเสน่ห์ในทุกมุมมอง

ผ้าม่านคอกระเช้า สุดเก๋ หวาน น่ารัก

ผ้าม่านคอกระเช้า เหมาะกับคนที่มีรสนิยม “Free Spirit” เป็นตัวของตัวเอง ไม่ตามใคร
ในการเลือกสั่งทำผ้าม่าน ท่านสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าม่านชนิดไหน ใช้ผ้าทำม่านชนิดใดตัดเย็บ สิ่งหนึ่งมองข้ามไม่ได้คือต้องเลือกว่าอยากติดผ้าม่านในรูปแบบไหน แบบของผ้าม่านมีให้เลือกหลากหลาย มีทั้งผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า และยังมีผ้าม่านแบบอื่นๆ อีกมากมาย

ผ้าม่านคอกระเช้า หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าม่านกระเช้า” เป็นแบบผ้าม่านที่ใช้หูแขวนที่รางม่าน สไตล์ผ้าม่านนี้เป็นแบบผ้าม่านที่ “chic, fun” ในสไตล์หวานๆ น่ารัก เหมาะใช้สำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน
ผ้าม่านคอกระเช้า แบบผ้าม่านสุดเก๋: ผ้าม่านคอกระเช้า หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าม่านกระเช้า” เป็นแบบผ้าม่านที่ใช้หูแขวนที่รางม่าน สไตล์ผ้าม่านนี้เป็นแบบผ้าม่านที่ “chic, fun” ในสไตล์หวานๆ น่ารัก เหมาะใช้สำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน ผ้าม่านคอกระเช้าจะมีแบบทั้งเย็บกระดุมและแบบกระดุมหลอก ผ้าม่านคอกระเช้าชนิดเย็บกระดุมจะใช้กระดุมในการถอดใส่ผ้าม่านออกจากราง ส่วนผ้าม่านกระดุมหลอกจะใช้เวลโคร (Velcro) ในการถอดใส่ผ้าม่าน แบบชนิดเวลโครจะสะดวกใช้งานกว่าเพราะดึงถอดออกง่ายและมีอายุการใช้งานยาว เราสามารถเย็บผ้าม่านคอกระเช้าแบบสไตล์พลิ้วโดยการเผื่อคลื่นลอน (Wave) ให้มากเท่าๆกับผ้าม่านจีบ ผ้าม่านคอกระเช้าสไตล์มีลอนนูนจะแบบที่นิยมใช้เวลาสั่งตัดผ้าม่าน แต่ผ้าม่านคอกระเช้าที่ขายแบบสำเร็จรูปจะไม่เน้นมีคลื่นลอนที่ทำให้ม่านดูพลิ้วสวยงาม จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะใช้ผ้าตัดเย็บในจำนวนน้อย

ผ้าม่านคอกระเช้าเหมาะกับบุคคลที่รักชีวิตแบบเรียบง่ายและสนุกๆในสไตล์ชิวๆ เป็นคนรักสไตล์ “Individualism” และเป็นคน “Free Spirit” หรือการเป็นตัวของตัวเอง
ผ้าม่านคอกระเช้า เหมาะกับผู้ที่รักชีวิต “Individualistic”: ผ้าม่านแต่ละแบบมีความสวยและความโดดเด่นที่ไม่เหมือนกัน การตกแต่งห้องด้วยการใช้ผ้าม่านคอกระเช้าเป็นคอนเซ็ปต์ที่เหมาะใช้กับห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่สุด เพราะเป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกแนวเก๋ (Chic & Chill) จึงเป็นแบบผ้าม่านที่ไม่นิยมใช้ในห้องและสถานที่เป็นทางการ (Official Setting)  จุดเด่นของผ้าม่านคอกระเช้าอยู่ที่หูแขวนราง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้รูปทรงผ้าม่านดูหวาน น่ารัก และทำให้โดดเด่นไปกว่าผ้าม่านแบบอื่น เหมาะกับบุคคลที่รักชีวิตแบบเรียบง่ายและสนุกๆในสไตล์ชิวๆ ไม่ต้องการแต่งบ้านให้เหมือนกับคนอื่น เป็นคนรักสไตล์ “Individualism” และเป็นคน “Free Spirit” หรือการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ซ้ำใคร ผ้าม่านคอกระเช้าเริ่มเป็นสไตล์ที่อาจไม่นิยมใช้เท่ากันกับสไตล์ผ้าม่านตาไก่หรือผ้าม่านจีบ เพราะเป็นสไตล์ที่ออกแนวเก๋กว่าและหวานกว่า และอาจทำให้ผ้าม่านรูปแบบนี้ไม่เป็นสไตล์ “Universal” ที่เหมาะใช้ได้บุคคลกับทุกคนหรือบ้านทุกสไตล์ โดยเฉพาะบ้านสมัยใหม่ที่ออกแบบด้วนสไตล์โมเดิร์นและไม่ค่อยนิยมใช้ผ้าม่านคอกระเช้าในการแต่งหน้าต่างและประตูบ้าน แต่มักจะนิยมใช้ผ้าม่านตาไก่มากกว่า 

การตัดผ้าม่านคอกระเช้าต้องใช้จำนวนผ้าเท่าๆกับผ้าม่านตาไก่เพราะควรเผื่อลอนหรือ “คลื่น Wave” การเผื่อลอนผ้าม่านจะทำให้ผ้าม่านดูสวยแะเพิ่มมิติห้องให้ดูมีเสน่ห์
การตัดผ้าม่านคอกระเช้าให้ดูพลิ้วและสวยงาม: เวลาสั่งตัดผ้าม่านคอกระเช้าจากร้านผ้าม่าน ทางร้านจะคำนวณจำนวนผ้าที่ต้องใช้ตัดเย็บม่านตามสูตร (x 2.5) ซึ่งเป็นสูตรการคำนวณผ้าม่านเดียวกันกับสูตรการคำนวณผ้าม่านจีบหรือผ้าม่านตาไก่ เพราะการคูณ 2.5 เป็นการเผื่อสำหรับคลื่นลอนให้ผ้าม่านดูพลิ้วสวยงาม 2.5 เป็นเลขมาตรฐานการคำนวณผ้าม่านคอกระเช้าที่สวยที่สุด จำนวนลอนจะไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป การตัดผ้าม่านคอกระเช้าต้องใช้จำนวนผ้าเท่าๆกับผ้าม่านตาไก่เพราะควรเผื่อลอนหรือ “คลื่น Wave” การเผื่อลอนผ้าม่านจะทำให้ผ้าม่านดูสวยแะเพิ่มมิติห้องให้ดูมีเสน่ห์

ผ้าม่านตากระเช้าสามารถตัดเย็บแบบใช้ผ้าจำนวนน้อยได้เช่นเดียวกับผ้าม่านตาไก่ โดยที่ไม่ต้องเผื่อคลื่นลอนให้นูนมากนัก แต่ด้วยมาตรฐานสากลแล้ว เราควรตัดเย็บผ้าม่านคอกระเช้าแบบให้มีคลื่นมากเพื่อให้ผ้าม่านดูพลิ้วและสวยยิ่งขึ้น การแขวนผ้าม่านคอกระเช้าจะต้องสอดผ้าม่านทางหัวรางม่านหรือถอดใส่กระดุมก็ได้ เวลาซักผ้าม่านไม่จำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ใดๆออก (นอกจากโซ่ถ่วงม่าน) ทำให้การซักผ้าม่านคอกระเช้าสะดวกและง่ายกว่าการซักผ้าม่านแบบอื่นๆ 

รางผ้าม่านคอกระเช้า: ผ้าม่านคอกระเช้ามีทั้งแบบผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง สามารถใช้ได้เฉพาะกับรางโชว์เท่านั้น รางโชว์เป็นรางผ้าม่านที่มีความสวยเด่นเพราะสามารถมองเห็นได้เวลาปิดผ้าม่าน ไม่เหมือนรางเชือกและรางไมโครที่เป็นชนิดรางซ่อนด้านหลังผ้าม่าน รางผ้าม่านโชว์เป็นชนิดรางที่แข็งแรง ทนทานไม่เสื่อมง่าย และมีอายุการใช้งานที่นาน รางชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างมากเพราะเป็นรางม่านที่สวยงาม ผลิตได้ด้วยวัสดุต่างๆ ไม้สัก เหล็กอลูมิเนียม และแม้แต่รางพลาสติกก็สามารถทำได้ สำหรับบ้านที่มีกำแพงรูปโค้ง ท่านสามารถสั่งรางผ้าม่านโชว์ให้โค้งตามองศาและขนาดที่ต้องการได้

รางผ้าม่านโชว์เป็นชนิดรางที่แข็งแรง ทนทานไม่เสื่อมง่าย และมีอายุการใช้งานที่นาน รางชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างมากเพราะเป็นรางม่านที่สวยงาม
รางโชว์: รางโชว์เป็นรางผ้าม่านที่มีหัวประดับปิดที่หัวท้ายของเส้นราง เป็นชนิดรางที่ดูสวยหรูที่สุดและมีในหลายสีและสไตล์ มีสีทอง สีเงิน สีทองแดง สีไม้ สีขาว เป็นต้น หัวประดับของรางก็มีหลายสีและแบบให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถเลือกสีหัวประดับและสีของรางให้ไม่เหมือนกันได้ อย่างเช่นเลือกหัวประดับสีทองแต่รางโชว์สีขาว เป็นต้น วิธีการแขวนผ้าม่านตาไก่กับรางโชว์จะต้องใช้สอดผ้าม่านทางด้านหัวราง โดยการใช้หูของผ้าม่านร้อยเข้าด้านข้างหรือสวมกระดุมก็ได้

ที่ร้านผ้าม่านพาหุรัด แฟบริค พลัส มีบริการตัดเย็บผ้าม่านในหลายสไตล์และรูปแบบ เรามีผ้าตัดผ้าม่านให้ท่านเลือกมากมายและมีผ้าหลากหลายชนิดสำหรับตัดผ้าม่าน ติดต่อสอบถามรายละเอียดชนิดของผ้าทำม่านและบริการตัดเย็บผ้าม่านของเราได้ที่ 02 223 4828 บริษัทขายส่ง/ปลีกผ้าม่านพาหุรัด Fabric Plus จำกัด (ผ้าม่าน ATM Decor) Continue reading ผ้าม่านคอกระเช้า สุดเก๋ หวาน น่ารัก

ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านสวยงามขั้นเทพ เป็นที่รักของชาวไทยทุกคน

ผ้าตาไก่ จัดได้ว่าเป็นผ้าม่านที่เป็นยอดนิยมอย่างมาก นิยมใช้กันทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก และเป็นสไตล์ผ้าม่านที่สร้างบรรยากาศห้องอบอุ่นน่าอยู่อย่างสมบูรณ์แบบ
ในการเลือกสั่งตัดเย็บผ้าม่าน ท่านสามารถเลือกได้ว่าอยากทำผ้าม่านในรูปแบบไหน ใช้ผ้าตัดม่านชนิดใดในการตัดเย็บ รูปแบบผ้าม่านมีหลากหลาย มีทั้งผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า และยังมีผ้าม่านแบบอื่นๆ อีกมากมาย ผ้าม่าน ๔ รูปแบบนี้เป็นที่ยอด’ฮิต’ที่สุด เพราะเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมร่วมสมัยและจัดได้ว่าเป็นสไตล์สวยงามและมีเสน่ห์ลงตัวอย่างมาก

ผ้าม่านตาไก่เป็นสไตล์ยอดนิยมร่วมสมัย: ผ้าม่านตาไก่ จัดได้ว่าเป็นผ้าม่านที่มีรูปทรงสวยงามและเป็นยอดนิยมของคนไทยและคนต่างชาติ รูปแบบผ้าม่านนี้เป็นสไตล์โมเดิร์นที่เหมาะใช้ได้กับห้องและการตกแต่งบ้านทุกสไตล์และทุกคอนเซ็ปต์ ผ้าม่านตาไก่สามารถใช้ได้กับห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ฯลฯ เหมาะใช้ได้กับห้องที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น สไตล์คอนเท็มโพรารี่ สไตล์คันทรี สไตล์วินเทจ สไตล์ Mid-century Modern สไตล์ Traditional สไตล์ Bohemian ฯลฯ

แบบผ้าม่านยอดนิยม: ผ้าม่านตาไก่เป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันมากในการตกแต่งบ้านสมัยโมเดิร์น เพราะเป็นสไตล์ที่สวยเด่นแบบมีเสน่ห์ ดูมีระดับ และเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันทุกประเทศ จุดเด่นของผ้าม่านรูปแบบนี้คือห่วงตาไก่ที่ใส่ไว้ด้านบนของลอน ห่วงตาไก่จะมีหน้าตาที่สวยงามโดดเด่น และดูสอดคล้องกับผืนผ้าม่านเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวัสดุที่มีสีตัดกับสีของผ้าได้อย่างลงตัว ผ้าม่านตาไก่เหมาะทำกับผ้าม่านสั่งตัด (Made-to-Measure Curtains) โดยเฉพาะ เพราะช่างตัดผ้าม่านสามารถตัดเย็บผ้าม่านโดยการใช้จำนวนลอนที่ดูสวยเข้ากับขนาดของหน้าต่างและประตูบ้านพอดี และตัดลายของผ้าให้สอดคล้องกับแนวของห่วงตาไก่ ในการสั่งตัดผ้าม่าน ร้านผ้าม่านจะคำนวณลอนตามสูตรความกว้างของหน้าต่าง (ต้องบวกเผื่อซ้ายและขวาเลยวงกบ) คูณ 2.5 ซึ่งเป็นเลขมาตรฐานการคำนวณผ้าม่านตาไก่ที่สวยที่สุด จำนวนลอนจะไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป

ผ้าม่านตาไก่: ผ้าม่านตาไก่ (Grommet Curtains) เป็นแบบผ้าม่านที่มีห่วงตาไก่ (Eyelet Rings) อยู่ที่หัวผ้าม่านหรือด้านบนของผ้าม่าน การตัดผ้าม่านตาไก่ควรเผื่อลอนหรือ “คลื่น Wave” จะทำให้ผ้าม่านดูสวยแะเพิ่มมิติให้ห้องนอนดูมีเสน่ห์ ผ้าม่านตาไก่สามารถตัดแบบใช้ผ้าน้อยๆได้โดยที่ไม่ต้องเผื่อคลื่นลอนให้นูนมากนัก แต่ด้วยมาตรฐานสากลแล้ว เราควรตัดเย็บผ้าม่านแบบให้มีคลื่นมากเพื่อให้ผ้าม่านพลิ้วและดูสวยยิ่งขึ้น การแขวนผ้าม่านตาไก่จะต้องสอดผ้าม่านทางหัวรางม่าน และเวลาซักผ้าม่านก็ต้องถอดอุปกรณ์ห่วงตาไก่ออกทุกครั้ง

รางผ้าม่านตาไก่: ผ้าม่านตาไก่มีทั้งแบบผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง สามารถใช้ได้เฉพาะกับรางโชว์เท่านั้น รางโชว์เป็นรางผ้าม่านที่มีความสวยเด่นเพราะสามารถมองเห็นได้เวลาปิดผ้าม่าน ไม่เหมือนรางเชือกและรางไมโครที่เป็นชนิดรางซ่อนด้านหลังผ้าม่าน รางผ้าม่านโชว์เป็นชนิดรางที่แข็งแรง ทนทานไม่เสื่อมง่าย และมีอายุการใช้งานที่นาน รางชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างมากเพราะเป็นรางม่านที่สวยงาม ผลิตได้ด้วยวัสดุต่างๆ ไม้สัก เหล็กอลูมิเนียม และแม้แต่รางพลาสติกก็สามารถทำได้ สำหรับบ้านที่มีกำแพงรูปโค้ง ท่านสามารถสั่งรางผ้าม่านโชว์ให้โค้งตามองศาและขนาดที่ต้องการได้

รางโชว์: รางโชว์เป็นรางผ้าม่านที่มีหัวประดับปิดที่หัวท้ายของเส้นราง เป็นชนิดรางที่ดูสวยหรูที่สุดและมีในหลายสีและสไตล์ มีสีทอง สีเงิน สีทองแดง สีไม้ สีขาว เป็นต้น หัวประดับของรางก็มีหลายสีและแบบให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถเลือกสีหัวประดับและสีของรางให้ไม่เหมือนกันได้ อย่างเช่นเลือกหัวประดับสีทองแต่รางโชว์สีขาว เป็นต้น วิธีการแขวนผ้าม่านตาไก่กับรางโชว์จะต้องใช้สอดผ้าม่านทางด้านหัวราง ห่วงตาไก่จะมาพร้อมกับผ้าม่านตาไก่

ที่ร้านผ้าม่านพาหุรัด แฟบริค พลัส มีบริการตัดเย็บผ้าม่านในหลายสไตล์และรูปแบบ เรามีผ้าตัดผ้าม่านให้ท่านเลือกมากมายและมีผ้าหลากหลายชนิดสำหรับตัดผ้าม่าน ติดต่อสอบถามรายละเอียดชนิดของผ้าทำม่านและบริการตัดเย็บผ้าม่านของเราได้ที่ 02 223 4828 บริษัทขายส่ง/ปลีกผ้าม่านพาหุรัด Fabric Plus จำกัด (ผ้าม่าน ATM Decor) Continue reading ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านสวยงามขั้นเทพ เป็นที่รักของชาวไทยทุกคน

ผ้าม่านพับ เหมาะกับการแต่งบ้านด้วยคอนเซ็ปต์เรียบง่าย

ผ้าม่านพับเป็นรูปแบบผ้าม่านที่เหมาะใช้กับการแต่งบ้านในสไตล์เรียบหรู
ในการเลือกสั่งตัดผ้าม่าน ท่านสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าม่านชนิดไหน ใช้ผ้าทำม่านชนิดใดตัดเย็บ สิ่งหนึ่งที่ต้องเลือกคืออยากได้ผ้าม่านแบบไหน แบบผ้าม่านมีหลากหลาย มีทั้งผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า และยังมีผ้าม่านแบบอื่นๆ อีกมากมาย

ผ้าม่านพับ หรือที่เรียกกันว่า Roman Blinds เป็นรูปแบบม่านที่แบนเรียบและใช้ระบบเชือกในการดึงเก็บผ้าม่านให้ทบกันเป็นชั้นๆ ผ้าม่านพับจะทบชั้นขึ้นไปด้านบนของผ้าม่าน ผ้าม่านพับจะเหมาะใช้กับหน้าต่างบานแคบเพราะจะมีความจำกัดที่หน้ากว้างของผ้า โดยที่ช่างตัดม่านไม่สามารถตัดต่อผ้าได้เหมือนแบบผ้าม่านอื่นๆ เพราะไม่สามารถซ่อนรอยต่อของผ้าระหว่างลอนผ้าม่าน
ผ้าม่านพับ หรือที่เรียกกันว่า Roman Blinds เป็นรูปแบบม่านที่แบนเรียบและใช้ระบบเชือกในการดึงเก็บผ้าม่านให้ทบกันเป็นชั้นๆ โดยที่ใช้แกนเหล็กเป็นวัสดุรักษารูปทรงชั้นของม่าน ผ้าม่านพับจะทบชั้นขึ้นไปด้านบนของผ้าม่าน ผ้าม่านพับจะเหมาะใช้กับหน้าต่างบานแคบเพราะเป็นแบบผ้าม่านที่ใช้รางม่านไม่เหมือนแบบอื่นๆ และโดยที่รางม่านพับจะไม่แข็งแรงเท่ากับรางม่านชนิดอื่นอย่างเช่นรางม่านโชว์หรือรางม่านไมโคร ทำให้ต้องจำกัดความกว้างของผ้าม่านให้ไม่กว้างเกิน 1.20 เมตร ถึง 1.30 เมตร ถ้าเราต้องการใช้ผ้าม่านพับสำหรับหน้าต่างบานใหญ่ ต้องตัดผ้าม่านพับหลายๆชุดมาต่อกัน

ผ้าม่านพับเป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกเรียบหรูในสไตล์ “Simple Elegant” และในการที่มีรูปแบบที่เรียบแบน ทำให้หน้าต่างในห้องดูกว้างและปลอดโปร่ง เหมาะใช้กับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะการติดผ้าม่านสไตล์นี้จะทำให้ห้องดูกว้างใหญ่กว่าเดิม ผ้าม่านพับเหมาะใช้กับห้องทุกประเภท อย่างเช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องทานอาหาร เป็นต้น เพราะเป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกแนวเรียบหรู และทำให้บรรยากาศห้องดูสดใสสวยงามแบบเรียบง่าย ในการเลือกแต่งหน้าต่างในห้องด้วยการใช้ผ้าม่านพับ เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านแบบอื่นมาผสมผสานด้วยเช่นกัน โดยที่ใช้ผ้าม่านพับกับหน้าต่างบานเล็กๆในห้อง และใช้ผ้าม่านจีบหรือผ้าม่านตาไก่สำหรับหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้ห้องดูสวยหรูและมีบรรยากาศน่าอยู่ในสไตล์โมเดิร์น

ในการเลือกแต่งหน้าต่างในห้องด้วยการใช้ผ้าม่านพับ เราสามารถเลือกใช้ผ้าม่านแบบอื่นมาผสมผสานด้วยเช่นกัน โดยที่ใช้ผ้าม่านพับกับหน้าต่างบานเล็กๆในห้อง และใช้ผ้าม่านจีบหรือผ้าม่านตาไก่สำหรับหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้ห้องดูสวยหรูและมีบรรยากาศน่าอยู่ในสไตล์โมเดิร์น
การตัดเย็บผ้าม่านพับจะไม่มีการต่อผ้า เพราะช่างเย็บผ้าม่านไม่สามารถซ่อนรอยต่อของผ้าในระหว่างลอนผ้าม่านได้ ซึ่งแตกต่างจากผ้าม่านจีบและผ้าม่านตาไก่ ซึ่งเป็นแบบผ้าม่านที่ซ่อนรอยต่อของการต่อผ้าได้ไม่ยาก เพราะเหตุนี้ การตัดผ้าม่านพับจะจำกัดอยู่ที่หน้ากว้างของผ้าทำม่าน ถ้าเราเลือกใช้ผ้าทำม่านที่มีหน้ากว้าง 1.50 เมตร เราจะสามารถตัดเย็บผ้าม่านกว้างได้ถึง 1.30 เมตร (ต้องเผื่อข้างละ 10 ซม. ข้างซ้ายและข้างขวาของม่าน) ถ้าเราเลือกผ้าม่านที่มีหน้ากว้าง 1.20 เมตร เราจะตัดผ้าม่านพับได้ไม่เกินหนึ่งเมตร แต่ถ้าเราเลือกใช้ผ้าม่านที่มีหน้ากว้างมากๆ อย่างเช่นผ้าม่านกันแสงแบล็คเอาท์ ที่มีหน้ากว้าง 2.80 เมตร  เราสามารถตัดผ้าม่านได้เกิน 1.30 เมตรในผืนเดียวกัน แต่ยังไงก็ตัดผ้าม่านกว้างมากไม่ได้ เพราะรางผ้าม่านพับจไม่แข็งแรงเท่ากับผ้าม่านแบบอื่น ทำให้การดึงเก็บผ้าม่านยากขึ้น และ อาจทำให้รางม่านโค้งแอ่นได้โดยเฉพาะถ้าใช้ผ้าม่านที่มีน้ำหนักมาก 

ผ้าม่านพับเป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกเรียบหรูในสไตล์ “Simple Elegant” และในการที่มีรูปแบบที่เรียบแบน ทำให้หน้าต่างในห้องดูกว้างและปลอดโปร่ง เหมาะใช้กับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะจะทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ขึ้น
การดูแลรักษาความสะอาดผ้าม่านพับเป็นสิ่งที่ง่ายเพราะผ้าม่านพับจะไม่เกาะฝุ่นเหมือนผ้าม่านแบบอื่นๆ เพราะผ้าม่านพับใช้ผ้าปริมาณน้อย และทำให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือปัดฝุ่นปกติก็สามารถรักษาความสะอาดได้อย่างดี แต่ถ้าผ้าม่านสกปรกและถึงเวลาต้องซัก เราต้องถอดแกนเหล็กที่ยึดอยู่ด้านหลังผ้าม่านออกทุกครั้งก่อนซัก และต้องใส่กลับเข้าด้านหลังผ้าม่านเหมือนเดิมหลังจากที่ซักผ้าม่านเสร็จ ถ้ามีโซ่ถ่วงผ้าม่าน เราก็ต้องถอดโซ่ออกทุกครั้งเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กขึ้นสนิมและป้องกันไม่ให้ผ้าม่านชำรุด  

ในเวลาต้องซักผ้าม่านพับ เราต้องถอดแกนเหล็กและโซ่ถ่วงผ้าม่านออกทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กขึ้นสนิมและป้องกันไม่ให้ผ้าม่านชำรุด  

ที่ร้านผ้าม่านพาหุรัด แฟบริค พลัส มีบริการตัดเย็บผ้าม่านในหลายสไตล์และรูปแบบ เรามีผ้าตัดผ้าม่านให้ท่านเลือกมากมายและมีผ้าหลากหลายชนิดสำหรับตัดผ้าม่าน ติดต่อสอบถามรายละเอียดชนิดของผ้าทำม่านและบริการตัดเย็บผ้าม่านของเราได้ที่ 02 223 4828 บริษัทขายส่ง/ปลีกผ้าม่านพาหุรัด Fabric Plus จำกัด (ผ้าม่าน ATM Decor) Continue reading ผ้าม่านพับ เหมาะกับการแต่งบ้านด้วยคอนเซ็ปต์เรียบง่าย

ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านสไตล์อมตะ ที่ไม่มีวันตกยุค

ผ้าม่านจีบ เป็นผ้าม่านสไตล์ที่นิยมใช้ตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นรูปแบบผ้าม่านที่ Classic และไม่มีวันตกยุค
ในการเลือกสั่งตัดผ้าม่าน ท่านสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าม่านชนิดไหน ใช้ผ้าทำม่านชนิดใดตัดเย็บ สิ่งหนึ่งที่ต้องเลือกคืออยากได้ผ้าม่านแบบไหน แบบผ้าม่านมีหลากหลาย มีทั้งผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า และยังมีผ้าม่านแบบอื่นๆ อีกมากมาย

ผ้าม่านชนิดไหนสวยที่สุด?

จริงๆ แล้วคำถามนี้ตอบยากเพราะผ้าม่านแต่ละแบบมีความสวยและความโดดเด่นที่แตกต่างกัน ผ้าม่านจีบเป็นสไตล์คลาสสิคที่เหมาะใช้ได้กับห้องและการตกแต่งบ้านทุกสไตล์และทุกคอนเซ็ปต์ ผ้าม่านจีบเข้าได้ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ฯลฯ เหมาะใช้ได้กับห้องที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น สไตล์คอนเท็มโพรารี่ สไตล์คันทรี สไตล์วินเทจ สไตล์ Mid-century Modern สไตล์ Traditional สไตล์ Bohemian ฯลฯ

แบบผ้าม่านยอดนิยม: ผ้าม่านจีบเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันมายาวนานและไม่มีวันตกยุค เพราะเป็นสไตล์ที่เรียบหรูแบบ Elegant ดูไฮ-คลาส และเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันทุกประเทศ จุดเด่นของผ้าม่านสไตล์นี้คือมีลอนที่สวยงามและโดดเด่น เหมาะกับผ้าม่านสั่งตัด (Made-to-Measure Curtains) โดยเฉพาะ เพราะช่างตัดผ้าม่านสามารถตัดเย็บผ้าม่านโดยการใช้จำนวนลอนที่ดูสวยเข้ากับขนาดของหน้าต่างและประตูบ้านพอดี ในการสั่งตัดผ้าม่าน ร้านผ้าม่านจะคำนวณลอนตามสูตรความกว้างของหน้าต่าง (ต้องบวกเผื่อซ้ายและขวาเลยวงกบ) คูณ 2.5 ซึ่งเป็นเลขมาตรฐานการคำนวณผ้าม่านจีบที่สวยที่สุด จำนวนลอนจะไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป

ผ้าม่านสามจีบ: ผ้าม่านจีบ (Pleated Curtains) เป็นแบบผ้าม่านที่มีจีบเล็กๆ 3 จีบ (Triple Pinch Style) อยู่ที่หัวผ้าม่านหรือด้านบนของผ้าม่าน การจับจีบจำนวน 3 จีบ เป็นจำนวนมาตรฐานร้านผ้าม่านทั่วประเทศและเป็นมาตรฐานสากลที่ดูสวยงามที่สุดและลงตัวที่สุด การแขวนผ้าม่านจีบจะใช้ระบบตะขอแขวน ไม่เหมือนผ้าม่านตาไก่ที่ใช้ห่วงร้อยเข้าทางหัวท้ายราง ซึ่งเวลาซักผ้าม่านก็ต้องถอดอุปกรณ์ตะขอออกทุกครั้ง

รางผ้าม่านจีบ: ผ้าม่านจีบเป็นแบบที่ใช้ได้กับผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง และสามารถใช้ได้กับรางโชว์ รางเชือก และรางไมโคร โดยที่รางโชว์เป็นรางผ้าม่านที่มีความสวยเด่นเพราะสามารถมองเห็นได้เวลาปิดผ้าม่าน ส่วนรางเชือกและรางไมโครเป็นชนิดรางที่จะถูกผ้าม่านปิดและทำให้มองไม่เห็นเวลาไม่ได้เปิดผ้าม่าน รางเชือกเป็นรางผ้าม่านที่ใช้กันอย่างมากในสมัยก่อน แต่เดี๋ยวนี้จะนิยมใช้รางไมโครมากกว่าเพราะเป็นรางที่แข็งแรง ทนทานไม่เสื่อมง่าย และมีอายุการใช้งานที่นาน รางโชว์เป็นชนิดรางที่แข็งแรงทนทานเช่นเดียวกันและเป็นที่นิยมใช้เช่นกันเพราะเป็นชนิดรางม่านที่สวยงาม สามารถทำด้วยวัสดุต่างๆ ไม้สัก เหล็กอลูมิเนียม และแม้แต่รางพลาสติกก็มี สำหรับบ้านที่มีกำแพงเป็นโค้ง ท่านสามารถสั่งรางผ้าม่านโชว์ให้โค้งตามองศาและขนาดที่ต้องการได้ แต่รางไมโครจะดัดแปลงตามรูปกำแพงได้ดีกว่าและในราคาที่ถูกกว่า

รางเชือก: รางเชือกเป็นชนิดรางผ้าม่านที่ใช้ระบบเชือกในการเปิดปิดผ้าม่าน เป็นชนิดรางผ้าม่านที่มีอายุการใช้งานน้อยกว่ารางผ้าม่านชนิดอื่น เพราะใช้วัสดุเชือกที่เสื่อมง่ายและการดึงเปิดปิดผ้าม่านนานๆเข้าแล้วจะฝืดเร็ว ต้องเปลี่ยนบ่อย ทำให้การใช้งานผ้าม่านไม่สะดวก เหมือนรางผ้าม่านชนิดอื่น

รางไมโคร: รางไมโคร (Micro Curtain Rail) เป็นชนิดรางที่สามารถใช้มือเปิดปิดผ้าม่านได้ และการเปิดปิดผ้าม่านจะลื่นไม่สะดุด และไม่ฝืดง่ายๆ เหมือนรางเชือก รางไมโครสามารถใช้ด้ามจูงเปิดปิดผ้าม่านได้ และด้ามจูงก็จะมีหลายแบบให้เลือกเช่นกัน เป็นด้ามจูงไม้สัก ด้ามจูงพลาสติค ด้ามจูงกระจก เป็นต้น รางไมโครเป็นรางที่เหมาะใช้กับประตูหรือหน้าต่างที่มีความสูงและใหญ่ ใช้กับผ้าม่านที่ใช้ผ้าตัดจำนวนมากและมีน้ำหนัก เพราะเป็นชนิดรางผ้าม่านที่แข็งแรม ทน และใช้ได้นาน

รางโชว์: รางโชว์เป็นรางผ้าม่านที่มีหัวประดับปิดที่หัวท้ายของเส้นราง เป็นชนิดรางที่ดูสวยหรูที่สุดและมีในหลายสีและสไตล์ มีสีทอง สีเงิน สีทองแดง สีไม้ สีขาว เป็นต้น หัวประดับของรางก็มีหลายสีและแบบให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถเลือกสีหัวประดับและสีของรางให้ไม่เหมือนกันได้ อย่างเช่นเลือกหัวประดับสีทองแต่รางโชว์สีขาว เป็นต้น วิธีการแขวนผ้าม่านจีบกับรางโชว์จะต้องใช้ระบบตะขอเช่นกัน โดยที่ต้องใส่ตะขอในรูห่วง ส่วนใหญ่เวลาซื้อรางโชว์จากร้านผ้าม่านทั่วไป อุปกรณ์ห่วงต่างๆ จะมาพร้อมกับรางผ้าม่านอยู่แล้ว

ที่ร้านผ้าม่านพาหุรัด แฟบริค พลัส มีบริการตัดเย็บผ้าม่านในหลายสไตล์และรูปแบบ เรามีผ้าตัดผ้าม่านให้ท่านเลือกมากมายและมีผ้าหลากหลายชนิดสำหรับตัดผ้าม่าน ติดต่อสอบถามรายละเอียดชนิดของผ้าทำม่านและบริการตัดเย็บผ้าม่านของเราได้ที่ 02 223 4828 บริษัทขายส่ง/ปลีกผ้าม่านพาหุรัด Fabric Plus จำกัด (ผ้าม่าน ATM Decor) Continue reading ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านสไตล์อมตะ ที่ไม่มีวันตกยุค

รูปแบบผ้าม่านยอดนิยมในประเทศบ้านเรา

รูปแบบผ้าม่านยอดนิยมในประเทศบ้านเรา มีแบบไหนบ้าง?

คำตอบสั้นๆ: ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ ผ้าม่านคอกระเช้า 

คำตอบยาว…

ผ้าม่านจีบ
ผ้าม่านจีบ (Pleated Curtains) เป็นรูปแบบผ้าม่านที่มีจีบเล็กๆ 3 จีบ (Triple-Pinch Style) อยู่ที่หัวผ้าม่านหรือด้านบนของผ้าม่าน การจับจีบจำนวน 3 จีบ เป็นจำนวนมาตรฐานของร้านผ้าม่านทั่วประเทศและเป็นมาตรฐานสากล (International Standard) ที่ดูสวยงามที่สุดและลงตัวที่สุด ผ้าม่านจีบเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นสไตล์ที่คลาสสิคและไม่มีวันตกยุค เพราะเป็นรูปแบบที่เรียบหรูในคอนเซ็ปต์ Elegant ดูไฮ-คลาส และเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันทุกประเทศ จุดเด่นของผ้าม่านสไตล์นี้คือการรีดจีบและมีลอนที่สวยงามโดดเด่น เหมาะกับผ้าม่านสั่งตัด (Bespoke Curtains) โดยเฉพาะ เพราะช่างตัดผ้าม่านสามารถตัดเย็บผ้าม่านโดยการใช้จำนวนลอนที่สอดคล้องกับขนาดของหน้าต่างและประตูบ้านพอดี ในการสั่งตัดผ้าม่าน ร้านผ้าม่านจะคำนวณลอนตามสูตรความกว้างของหน้าต่าง (ต้องบวกเผื่อซ้ายและขวาของวงกบ) คูณ 2.5 ซึ่งเป็นเลขมาตรฐานการคำนวณผ้าม่านจีบที่สวยลงตัวที่สุด จะทำให้จำนวนลอนไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป การแขวนผ้าม่านจีบจะใช้ระบบตะขอ ซึ่งแตกต่างจากผ้าม่านตาไก่ที่ใช้ห่วงร้อยเข้าทางหัวท้ายของราง ถึงเวลาต้องซักผ้าม่าน เราต้องถอดอุปกรณ์ตะขอออกทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าม่านชำรุด ถ้ามีโซ่ถ่วงก็ต้องถอดโซ่ออกเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กขึ้นสนิม

ผ้าม่านตาไก่
ผ้าม่านตาไก่ จัดได้ว่าเป็นผ้าม่านที่มีรูปทรงสวยงามและเป็นยอดนิยมของคนไทยและคนต่างชาติ รูปแบบผ้าม่านนี้เป็นสไตล์โมเดิร์นที่เหมาะใช้ได้กับห้องและการตกแต่งบ้านทุกสไตล์และทุกคอนเซ็ปต์ ผ้าม่านตาไก่เป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันมากในการตกแต่งบ้านสมัยโมเดิร์น เพราะเป็นสไตล์ที่สวยเด่นแบบมีเสน่ห์ ดูมีระดับ และเป็นแบบผ้าม่านที่นิยมใช้กันทุกๆประเทศ จุดเด่นของผ้าม่านรูปแบบนี้คือห่วงตาไก่ที่ใส่ไว้ด้านบนของลอน ห่วงตาไก่จะมีหน้าตาที่สวยงามโดดเด่น และดูสอดคล้องกับผืนผ้าม่านเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวัสดุที่มีสีตัดกับสีของผ้าได้อย่างลงตัว ผ้าม่านตาไก่ (Grommet Curtains) เป็นแบบผ้าม่านที่มีห่วงตาไก่ (Eyelet Rings) อยู่ที่หัวผ้าม่านหรือด้านบนของผ้าม่าน การตัดผ้าม่านตาไก่ควรเผื่อลอนหรือ “คลื่น Wave” จะทำให้ผ้าม่านดูสวยแะเพิ่มมิติให้ห้องนอนดูมีเสน่ห์ ผ้าม่านตาไก่สามารถตัดแบบใช้ผ้าน้อยๆได้โดยที่ไม่ต้องเผื่อคลื่นลอนให้นูนมากนัก แต่ด้วยมาตรฐานสากลแล้ว เราควรตัดเย็บผ้าม่านแบบให้มีคลื่นมากเพื่อให้ผ้าม่านพลิ้วและดูสวยยิ่งขึ้น การแขวนผ้าม่านตาไก่จะต้องสอดผ้าม่านทางหัวรางม่าน และเวลาซักผ้าม่านก็ต้องถอดอุปกรณ์ห่วงตาไก่ออกทุกครั้ง

ผ้าม่านคอกระเช้า
ผ้าม่านคอกระเช้า หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าม่านกระเช้า” เป็นแบบผ้าม่านที่ใช้หูแขวนที่รางม่าน สไตล์ผ้าม่านนี้เป็นแบบผ้าม่านที่ “chic, fun” ในสไตล์หวานๆ น่ารัก เหมาะใช้สำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน ผ้าม่านคอกระเช้าจะมีแบบทั้งเย็บกระดุมและแบบกระดุมหลอก ผ้าม่านคอกระเช้าชนิดเย็บกระดุมจะใช้กระดุมในการถอดใส่ผ้าม่านออกจากราง ส่วนผ้าม่านกระดุมหลอกจะใช้เวลโคร (Velcro) ในการถอดใส่ผ้าม่าน ในการที่ผ้าม่านคอกระเช้าเป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกแนวเก๋ (Chic & Chill) จึงทำให้เป็นแบบผ้าม่านที่ไม่นิยมใช้ในห้องและสถานที่เป็นทางการ (Official Setting)  จุดเด่นของผ้าม่านคอกระเช้าอยู่ที่หูแขวนราง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้รูปทรงผ้าม่านดูหวาน น่ารัก และทำให้โดดเด่นไปกว่าผ้าม่านแบบอื่น

ผ้าม่านพับ
ผ้าม่านพับ หรือที่เรียกกันว่า Roman Blinds เป็นรูปแบบม่านที่แบนเรียบและใช้ระบบเชือกในการดึงเก็บผ้าม่านให้ทบกันเป็นชั้นๆ โดยที่ใช้แกนเหล็กเป็นวัสดุรักษารูปทรงชั้นของม่าน ผ้าม่านพับจะทบชั้นขึ้นไปด้านบนของผ้าม่าน เหมาะใช้กับหน้าต่างบานแคบเพราะเป็นแบบผ้าม่านที่ใช้รางม่านไม่เหมือนแบบอื่นๆ เป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกเรียบหรูในสไตล์ “Simple Elegant”

และในการที่มีรูปแบบที่เรียบแบน ทำให้หน้าต่างในห้องดูกว้างและปลอดโปร่ง เหมาะใช้กับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะการติดผ้าม่านพับจะทำให้ห้องดูกว้างใหญ่ปลอดโปร่งด้วยเช่นกัน ผ้าม่านพับเหมาะใช้กับห้องทุกประเภท อย่างเช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องทานอาหาร เป็นต้น เพราะเป็นสไตล์ผ้าม่านที่ออกแนวเรียบหรู และทำให้บรรยากาศห้องดูสดใสสวยงามแบบเรียบง่าย

สไตล์ผ้าม่าน ๔ แบบนี้เป็นสไตล์ยอดนิยมในประเทศไทยและทั่วโลก จัดว่าเป็นแบบผ้าม่านที่มี Global Appeal มากที่สุด และเป็นสไตล์ที่หลายคนยกให้เป็นแบบที่ใช้ได้กับการตกแต่งบ้านในสมัยใหม่ ผ้าม่านแต่ละแบบมีความสวยและความโดดเด่นที่แตกต่างกัน อยู่ที่รสนิยมของแต่ละบุคคลและจุดประสงค์การใช้งาน 

ที่ร้านผ้าม่านพาหุรัด แฟบริค พลัส มีบริการตัดเย็บผ้าม่านในหลายสไตล์และรูปแบบ เรามีผ้าตัดผ้าม่านให้ท่านเลือกมากมายและมีผ้าหลากหลายชนิดสำหรับตัดผ้าม่าน ติดต่อสอบถามรายละเอียดชนิดของผ้าทำม่านและบริการตัดเย็บผ้าม่านของเราได้ที่ 02 223 4828 บริษัทขายส่ง/ปลีกผ้าม่านพาหุรัด Fabric Plus จำกัด (ผ้าม่าน ATM Decor)

Continue reading รูปแบบผ้าม่านยอดนิยมในประเทศบ้านเรา

ร้านผ้าม่านพาหุรัด มีแบบไหนบ้าง ขายผ้าม่านอย่างไร?

ร้านผ้าม่านพาหุรัด มีแบบไหนบ้าง?

ตลาดพาหุรัดเป็นตลาดขายผ้าใหญ่ในประเทศไทย มีสินค้าผ้าให้เลือกมากมายหลากหลาย ลูกค้าสามารถหาผ้าตัดเย็บทุกชนิดได้ที่ตลาดพาหุรัดในราคาถูกและประหยัด ตลาดผ้าพาหุรัดมีทั้งร้านขายสินค้าผ้าสำเร็จรูปและสินค้าผ้าเมตร ในตลาดผ้าม่านพาหุรัดก็เป็นเช่นเดียวกัน มีขายทั้งผ้าม่านสำเร็จรูปและผ้าม่านเมตร ผ้าม่านในตลาดพาหุรัดมีหลายแบบและหลายเกรด เนื้อผ้าสีเดียวกันลายเดียวกันแต่มีความหนาบางไม่เท่ากัน ราคาแตกต่างกัน ลูกค้าบางท่านต้องการซื้อผ้าม่านเพราะสีและลายผ้าม่านสวย จึงอาจไม่สนใจว่าผ้าม่านจะหนาหรือบาง ลูกค้าบางท่านอาจต้องการสีผ้าม่านที่ไม่นิยมใช้ในตลาด จึงอยากซื้อผ้าทำม่านชนิดไหนก็ได้ ขอให้เป็นสีเดียวกันกับความต้องการ

เวลาซื้อผ้าม่าน ประการแรกที่ลูกค้าต้องเลือกคืออยากซื้อผ้าม่านสำเร็จรูปหรืออยากสั่งตัดผ้าม่านตามขนาดหน้าต่างประตูบ้าน ข้อดีและข้อเสียระหว่างสองทางเลือกนี้แตกต่างกัน ข้อดีของการซื้อผ้าม่านสำเร็จรูปคือได้สินค้าเลย ไม่จำเป็นต้องรอ ถ้าอยากรีบรับผ้าม่านไปติดที่บ้าน ก็สามารถมาเดินตลาดพาหุรัดและได้สินค้าในวันเดียวกัน ถ้าที่บ้านหน้าต่างหรือประตูมีขนาดมาตรฐานทั่วไป ก็นำผ้าม่านไปติดที่บ้านได้เลย สำหรับท่านที่มีบ้านหรือคอนโดที่มีหน้าต่างขนาดพิเศษ การสั่งตัดผ้าม่านเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ในการเลือกตัดเย็บผ้าม่านตามขนาด เราสามารถเลือกผ้าทำม่านหลายสีและหลายชนิด มีออปชั่นผ้าทำม่านให้เลือกมหาศาลเพราะผ้ายังไม่ได้ไปตัดเย็บเป็นผ้าม่านสำเร็จรูป ข้อดีอันดับหนึ่งของการสั่งตัดผ้าม่านคือได้ทางเลือกชนิดผ้าทำม่านมากมาย ลูกค้าสามารถเลือกผ้าทำม่านชนิดหรูๆ และมีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานได้ และเวลาตัดเย็บผ้าม่านเสร็จ ก็จะได้ผ้าม่านที่สวยและมีขนาดเหมาะพอดีกับหน้าต่างประตูบ้านแน่นอน ซึ่งองค์ประกอบนี้สำคัญต่อหน้าตาบ้านอย่างมาก เพราะผ้าม่านที่สวยหรูอาจดูไม่สวยได้ถ้าใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปสำหรับหน้าต่างประตูบ้าน ข้อเสียของการสั่งตัดเย็บผ้าม่านคือต้องรอระยะเวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะได้ผ้าม่านมาติดที่บ้าน 
ในตลาดผ้าม่านพาหุรัด มีร้านขายผ้าม่านสวยๆ มากมาย เพราะเป็นแหล่งผ้าม่านโดยตรง และจะมีร้านขายผ้าม่านในหลายรูปแบบ บางร้านอาจขายผ้าม่านเมตรอย่างเดียวและไม่มีบริการตัดเย็บผ้าม่าน บางร้านผ้าม่านอาจขายผ้าม่านสำเร็นรูปอย่างเดียวและไม่มีจำหน่ายผ้าม่านเป็นเมตรๆ บางร้านอาจขายผ้าม่านทั้งแบบผ้าม่านเมตรและแบบผ้าม่านสำเร็จรูป บางร้านอาจขายผ้าม่านเป็นเมตรๆ และมีบริการตัดเย็บให้ลูกค้าด้วย บางร้านอาจขายส่งผ้าม่านเป็นยกม้วน ร้านผ้าม่านบางแห่งอาจขายผ้าม่านแบบสั่งตัดเย็บอย่างเดียว ไม่มีสำเร็จรูปหรือผ้าม่านเมตร และร้านผ้าม่านบางเจ้าอาจมีผ้าม่านขายทั้งแบบสั่งตัดเย็บและแบบผ้าม่านสำเร็จรูป แต่ไม่มีผ้าม่านวางขายเป็นเมตรๆ เป็นต้น ร้านผ้าม่านแต่ละที่ก็ต้องเน้นตลาดผ้าม่านของตัวเอง ตลาดผ้าม่านเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีลูกค้าสั่งซื้อผ้าม่านมากมายที่มีความต้องการแตกต่างกัน ลูกค้าบางท่านต้องการได้ราคาถูกอย่างเดียว เน้นผ้าม่านราคาถูก ลูกค้าบางท่านเน้นสวยหรู คุณภาพสูงมาก ส่วนลูกค้ากลุ่มใหญ่เน้นที่ผ้าม่านคุณภาพดีมาตรฐาน และได้ในราคาประหยัด ร้านขายผ้าม่านในพาหุรัดก็มีทุกรูปทุกแบบ เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างเต็มที่ 100% ตอบโจทย์ลูกค้าผ้าม่านแบบครบวงจร ลูกค้าผ้าม่านอาจต้องการซื้อผ้าม่านเป็นเมตรๆ ไปอย่างเดียวเพราะสามารถตัดเย็บเองได้ ลูกค้าบางท่านอาจมีช่างประจำอยู่แล้วที่ตัดเย็บผ้าให้ ลูกค้าบางท่านอาจต้องผ้าม่านสำเร็จรูปไปติดที่บ้านเลย ลูกค้าบางท่านอาจต้องการมีทางเลือกชนิดผ้าทำม่านมากและอยากได้บริการสั่งตัดเย็บผ้าม่านด้วย ลูกค้าบางท่านอาจต้องการสั่งเย็บผ้าม่านพร้อมบริการติดตั้งผ้าม่านด้วย ลูกค้าต่างจังหวัดก็มาซื้อผ้าม่านในตลาดพาหุรัดมากมาย และอาจไม่ต้องการบริการติดตั้งผ้าม่านแต่อยากได้ผ้าม่านสั่งตัดอย่างเดียว ร้านผ้าม่านที่ขายผ้าม่านสั่งตัดก็มาซื้อผ้าม่านในตลาดพาหุรัดมากมาย ร้านเหล่านี้จะซื้อผ้าม่านแบบยกม้วนในราคาขายส่ง เพื่อนำไปขายต่อนอกตลาด เป็นต้น ตลาดผ้าม่านพาหุรัดมีทุกรูปทุกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกข้อในความต้องการของลูกค้า เพราะความต้องการของลูกค้าต้องเป็นอันดับหนึ่งเสมอ 

ร้านผ้าม่านพาหุรัด ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส ขายปลีกและส่งผ้าตัดเย็บผ้าม่าน คุณภาพมาตรฐานสากล ราคาประหยัด นำเข้าเอง มีโชว์รูมให้ลูกค้าได้ชมผ้าแบบจุใจ ในร้านมีผ้าทำผ้าม่านเป็นม้วนๆ มีแบบอย่างผ้าม่านให้ชมมากมาย เรามีบริการตัดเย็บและติดตั้งแบบครบวงจร  Continue reading ร้านผ้าม่านพาหุรัด มีแบบไหนบ้าง ขายผ้าม่านอย่างไร?

ตัดเย็บผ้าม่านแบบ DIY (Do It Yourself) มีข้อดีอย่างไรบ้าง

การตัดเย็บผ้าม่านแบบ DIY หรือ “Do It Yourself” (แบบผ้าม่านทำเอง) มีข้อดีอย่างไรบ้าง

โลกแห่งผ้าม่าน Customize: ในปัจจุบัน เรามีทางเลือกในการออกแบบตกแต่งบ้านมากมาย จากสมัยก่อนที่ใช้หน้าต่างประตูแบบสำเร็จรูปของโครงการได้เปลี่ยนมาเป็นการออกแบบบ้านด้วยระบบ “ดัดแปลงปรับแต่ง” (Customization) เพื่อทำให้หน้าต่างประตูบ้านพอดีกับความต้องการของเรา

สั่งตัดม่านเหมาะที่สุดกับบ้าน Customize:การออกแบบบ้านในระบบนี้ทำให้ขนาดและจำนวนหน้าต่างและประตูของบ้านมีความแตกต่างจากบ้านหลังอื่นๆ บ้านที่แต่งแบบ Customized มักจะมีหน้าต่างและประตูในขนาดและจำนวนที่พิเศษกว่ามาตรฐานหน้าต่างประตูบ้านทั่วไป ดังนั้นการสั่งตัดผ้าม่านเป็นการเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านกลุ่มนี้  เพราะการเลือกสั่งตัดผ้าม่านจะทำให้ผ้าม่านดูสวยและเหมาะกับความสูงและความกว้างหน้าต่างพอดี ไม่แคบหรือกว้างเกินไป ไม่กองพื้นหรือลอยเหนือพื้นมากไป เป็นต้น ผ้าม่านลายสวยๆ รูปแบบดีๆ ก็อาจทำให้ห้องดูไม่สวยสบายตาได้ถ้ายาวเกินไปหรือสั้นเกินไป

สั่งตัดผ้าม่าน มีทางเลือกเต็ม 100%: อีกผลประโยชน์ที่ได้รับของการเลือกตัดเย็บผ้าม่านตามขนาดคือการที่เราจะมีออปชั่นมากมายในการเลือกชนิดของผ้า สีและลายของผ้า และแบบของผ้าม่านที่ต้องการ การที่มีชนิดผ้าให้เลือกหลากหลายทำให้เราหาผ้าม่านที่ถูกใจง่ายขึ้น เพราะยิ่งมีผ้าให้เลือกเยอะ ยิ่งทำให้มีโอกาศเจอผ้าที่ถูกใจมากยิ่งขึ้น 

ผลประโยชน์ของผ้าม่าน DIY: ในการเลือกสั่งตัดผ้าม่าน นอกจากการซื้อผ้าแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าตัดเย็บม่านอีก ดังนั้นบางท่านอาจเลือกที่จะตัดเย็บผ้าม่านแบบ DIY (ตัดเย็บออกแบบผ้าม่านเอง) เพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ การเลือกทำผ้าม่านแบบเย็บเองทำให้เราสามารถเก็บจำนวนออปชั่นในการเลือกชนิดผ้าเท่าเดิม และยังได้ผ้าม่านที่มีขนาดพอดีกับหน้าต่างประตูบ้านอีกด้วย เพราะเราสามารถตัดผ้าม่านตามขนาดที่ต้องการได้

ตกแต่ง DIY ยอดนิยม: นอกจากได้ประหยัดทั้งเงินแล้ว เรายังได้เลือกทำผ้าม่านสไตล์เก๋ไม่เหมือนใครอีก เพราะส่วนใหญ่ร้านผ้าม่านต่างๆก็จะมีแบบผ้าม่านที่ให้เลือกตัด เป็น ม่านจีบ ม่านคอกระเช้า ม่านตาไก่ ม่านพับ ม่านหลุยส์ เป็นต้น แต่การตัดเย็บผ้าม่านแบบเย็บเอง เราสามารถตัดเย็บผ้าม่านในสไตล์ที่ทางร้านผ้าม่านทั่วไปไม่ได้รับทำ สมัยนี้การออกแบบและประดิษฐ์สิ่งของเองเป็นสิ่งอินเทร็นด์มากๆ นอกจากผ้าม่าน DIY แล้วยังมีสิ่งของ “DIY” อีกหลายชนิดอย่างเช่น กระเป๋า DIY เสื้อผ้า DIY ผ้าปูโต๊ะ DIY เฟอร์นิเจอร์ DIY เป็นต้น

เหมาะกับผู้ที่รักความสร้างสรรค์: การที่เลือกประดิษฐ์สิ่งของในแบบ DIY เป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ชอบความสร้างสรรค์ อยากได้อะไรที่แตกต่างออกไปจากคนอื่น เพื่อให้สิ่งที่เป็นของเราเป็นเอกลักษณ์ (Unique) ดูเก๋ สวย น่ารัก การออกแบบผ้าม่าน DIY ก็เช่นเดียวกัน เราอยากเลือกที่จะตัดผ้าม่านสไตล์ไหนรูปแบบใดก็ได้ อย่างเช่น ตัดผ้าเก๋ๆมาต่อเติมริมผ้าม่าน ต่อชายผ้าม่านด้วยลูกบอลล์กลมเล็กๆ เสริมริบบอนด้านบนผ้าม่าน เสริมผ้าม่านหลุยส์อีกชั้น เสริมหลอดไฟไปกับผ้าม่าน เป็นต้น

Theme ผ้าม่านต่างๆ: เราอาจเลือกออกแบบผ้าม่านที่จะทำให้ห้องของเราดูเด่น มีเสน่ เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นเราในทุกมุมมอง หรืออาจออกแบบผ้าม่านให้เปลี่ยนบรรยากาศของห้องให้สดชื่นสดใสยิ่งขึ้น เราสามารถตัดเย็บผ้าม่านโปร่งในธีมโรแมนติกหวานๆ ให้สะท้อนถึงความรักที่ซ้อนอยู่ในตัวเรา การตัดเย็บผ้าม่าน สามารถทำในแบบไหนก็ได้ อยากตัดม่านในธีมวิเศษเลิศหรู ธีมวินเทจ ธีมลายดอกไม้ธรรมชาติ เป็นต้น การออกแบบผ้าม่าน DIY อยู่ที่ความสร้างสรรค์ของเรา ไม่มีจำกัด

ชนิดของผ้าที่ใช้ตัดผ้าม่าน: การที่เราเลือกซื้อผ้าไปตัดเย็บผ้าม่านเองจะทำให้เราได้รับผลประโยชน์ของการมีทางเลือกมากมายในตัวเนื้อผ้า (Fabric Texture) ผ้าตัดเย็บม่านมีหลายชนิดและแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ผ้าฝ้ายจะมีเนื้อหนาที่สามารถใช้ทำผ้าม่านได้ดีแต่จะยับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่นๆ เวลาซักผ้าม่าน เนื้อผ้าฝ้ายจะหดมากกว่า ดังนั้นเราควรซื้อผ้าแบบต้องเผื่อนิดหนึ่ง จุดเด่นของผ้าชนิดนี้คือเป็นผ้าที่ไม่เก็บความร้อน แต่ในการที่เป็นชนิดผ้าที่จับฝุ่นง่าย ทำให้เราต้องซักผ้าม่านบ่อย ถ้าเราอยากตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าชนิดที่ไม่จับฝุ่น ควรที่จะเลือกผ้าเนื้อใยสังเคราะห์ (Polyester) ผ้าซาติน หรือ ผ้าแจ็คการ์ด ผ้าชนิดเหล่านี้จะไม่เการะฝุ่น ไม่ยับง่าย ทำให้การทำความสะอาดผ้าม่านง่ายขึ้น

Velvet ราชาของผ้าม่าน: เนื้อผ้ากำมาหยี่ (Velvet) เป็นชนิดผ้าที่เหมาะสำหรับการตัดเย็บม่านในสไตล์ไฮคลาส ใช้ได้กับทุกสถานที่ ทั้งสถานที่ทางการและที่บ้าน ผ้าชนิดนี้มีผิวเนื้อที่หนาแน่น มีน้ำหนักทิ้งตัวดี และสามารถนำไปแต่งห้องเพื่อเพิ่มเสน่ของหน้าตาห้องได้เพราะเป็นเนื้อผ้าที่มีความเงา ประกายแสง ดูสวยหรูแบบคนต่างชาติยังยอมรับว่าผ้าม่านชนิดนี้เป็นผ้าที่เหมาะสมกับทำผ้าม่านให้พระราชาอย่างแท้จริง ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าที่มีเนื้อออกเงาๆ ถ้าแต่งห้องในสไตล์ Royal Theme แล้วจะดูเด่นสวยเลยทีเดียว ความหนาของผ้าม่าน Velvet ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ทิ้งตัวดีอย่างเดียวแต่ยังมีประสิทธิภาพสูงในการกันแสงแดดที่เข้ามาในบ้านอีกด้วย

การเลือกสีโทนผ้าม่าน: โดยทั่วไป ผ้าม่านสีเข้มจะกันแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านสีอ่อน แต่ผ้าม่านสีอ่อนจะทำให้พื้นที่ห้องดูปลอดโปร่ง โล่งสบายตา ถ้าห้องในบ้านโดนแดดแรง สีจะจางลงในระยะยาว ดังนั้นควรเลือกโทนผ้าม่านที่มีสีเข้มเอาไว้

สร้าง Effect ให้ห้องดูสูง: เราสามารถสร้าง Effect ให้ห้องดูสูงยิ่งขึ้นได้ด้วยผ้าม่าน ในการวัดพื้นที่สำหรับติดตั้งผ้าม่าน ถ้าอยากให้ห้องเราดูสูงยิ่งขึ้น ให้เผื่อพื้นที่เหนือวงกบหน้าต่างมากเพื่อจะได้ติดผ้าม่านยาวๆ สูงๆ ได้ การมีผ้าม่านที่สูงยาวทำให้เราต้องมองขึ้นเวลาดูผ้าม่าน และเป็นเคล็ดลับ Designer แต่งผ้าม่านที่ทำให้ห้องดูสูงยิ่งขึ้น ตามมาตรฐาน Designer ทั่วไป การติดผ้าม่านเหนือวงกบ 10 ซม อาจพอเพียงต่อการกันแสงไม่ให้รอดเข้ามาทางด้านบน แต่ถ้าเราต้องการมากกว่าแค่กันแสง และอยากให้ห้องดูสูงยิ่งขึ้น การติดผ้าม่านสูงๆ เหนือวงกบจะสร้าง Effect ที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดี

ผ้าม่านโปร่ง DIY: เราสามารถออกแบบผ้าม่านโปร่งได้เช่นกัน ทำม่านโปร่งลายปัก ม่านโปร่งลายฉลุ หรือม่านโปร่งลายแฟนซีต่างๆ ผ้าโปร่งสามารถนำมาดัดแปลงได้เหมือนผ้าม่านทึบ อย่างเช่นต่อชาย เย็บม่านหลุยส์สองชั้น ปักลาย ฉลุผ้า เป็นต้น ความจริงแล้วเราสามารถทำให้ผ้าโปร่งเด่นยิ่งกว่าผ้าม่านเสียอีก ให้ห้องดูสวยงามเลิศหรูเลยทีเดียว

เอกลักษณ์ ผ้าม่าน DIY: การเลือกตัดเย็บผ้าม่านแบบเย็บเองมีผลประโยชน์มากมาย เราได้ตัวเลือกผ้าหลายชนิดหลายสไตล์ เรายังสามารถดัดแปลงออกแบบผ้าม่านให้เข้ากับธีมที่เราต้องการได้อีก อย่างเช่นการออกแบบผ้าม่านเพื่อเสริมบรรยากาศในบ้านให้ดูสวยหรูและมีเสน่ยิ่งขึ้น ในการเลือกตัดเย็บผ้าม่านแบบ DIY เราจะมีผ้าม่านงามๆ ที่โดดเด่นแบบไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

ร้านผ้าม่านพาหุรัด ATM Decor อยู่ติดถนนพาหุรัด อยู่ใกล้ๆ ดิโอลด์สยาม พลาซ่า ร้านเราจำหน่ายผ้าทำม่านสำหรับตัดเย็บ DIY หลายชนิด หลากหลายสีและลาย และรับตัดผ้าม่านตามรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ

ติดต่อสอบถามราคาและชนิดผ้าทำม่านต่างๆ ได้ที่ 02 223 4828 บริษัทขายผ้าม่านพาหุรัด แฟบริค พลัส Continue reading ตัดเย็บผ้าม่านแบบ DIY (Do It Yourself) มีข้อดีอย่างไรบ้าง

การซื้อผ้าม่านมาตกแต่งบ้านควรทำตอนไหน?

การซื้อผ้าม่านมาตกแต่งบ้านควรทำตอนไหน?

ในการซื้อบ้านใหม่ เราควรคำนึงถึงลำดับการจัดตกแต่งบ้านเพื่อให้งานสะอาด ละเอียด และราบรื่นที่สุด ก่อนที่จะติดตั้งผ้าม่านในบ้าน เราต้องทำงานตกแต่งบ้านอะไรให้เสร็จสิ้นก่อนบ้าง?

ต้องติดผ้าม่านหลังงานต่อเติมบ้าน: ในเวลาหลายครั้ง ตอนซื้อบ้านใหม่ได้แล้ว เรายังอยากที่จะได้งานต่อเติมบ้านอีกเพื่อที่จะปรับแต่งคอนเซ็ปต์บ้านให้เข้ากับสไตล์ที่เป็นตัวเรา งานต่อเติมมีหลายชนิดและเป็นงานที่ส่วนใหญ่ต้องใช้ปูนและวัสดุก่อสร้างต่างๆ แน่นอนว่าเวลาทำงานมักจะก่อฝุ่นละอองให้กระจายไปทั่วบ้าน ถ้าเราซื้อผ้าม่านมาติดตั้งไว้ในบ้านก่อน ก็อาจจะทำให้ผ้าม่านสกปรกได้และไม่ดูใหม่เหมือนเดิม ดังนั้นงานต่อเติมบ้านต่างๆ ต้องทำให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะเริ่มติดผ้าม่าน

ต้องติดผ้าม่านหลังงาน Built-In: นอกจากงานต่อเติมบ้านแล้ว งานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินต่างๆ ก็ควรจะทำให้เสร็จก่อนติดตั้งผ้าม่าน เพราะงานชนิดนี้ก็ทำให้เกิดฝุ่นละอองให้กระจายไปทั่วบ้านได้เหมือนกัน งานบิวท์อิน งานแอร์ งานติดตั้งเหล็กดัด งานเหล่านี้ต้องเจาะผนัง เจาะกำแพงปูน สร้างฝุ่นผง ละอองซีเมนต์มากมาย งานไม้ต่างๆก็สร้างฝุ่นมากเช่นกัน อย่างเช่นงานเหล็กดัด ช่างเหล็กต้องการพื้นที่ว่างทำงาน ถ้ามีผ้าม่านอยู่แล้ว ช่างเหล็กก็มักจะถอดผ้าม่านออกมาก่อนและอาจทำให้ผ้าม่านเลอะได้ การที่เราติดตั้งรางม่านและได้แขวนผ้าม่านลงบนรางแล้ว เราไม่ควรที่จะถอดม่านออกมาอีกจนกว่าถึงเวลาต้องซักผ้าม่านหรือซื้อผ้าม่านใหม่ การถอดผ้าม่านเข้าๆออกๆจะทำให้ผ้าสกปรกได้ง่าย ดังนั้นงานตกแต่งใดๆที่ต้องทำให้เราต้องถอดผ้าม่านออกมานั้นควรจะทำให้เสร็จสิ้นก่อน

ต้องติดผ้าม่านหลังงาน Wallpaper: งานวอลเปเปอร์ติดผนังเป็นอีกอย่างที่ควรจะทำก่อนสั่งตัดผ้าม่าน แต่ต้องทำหลังงานบิวท์อินต่างๆ เสร็จสิ้นลงแล้ว งานวอลเปเปอร์เป็นงานละเอียดที่ต้องใช้พื้นที่ในการทำงานมากเพื่อผลงานที่เนียนและสวยที่สุด เราควรที่จะปล่อยพื้นที่บ้านและกำแพงให้ว่างเปล่าเพื่อให้ช่างทำงานง่ายขี้น ดังนั้นการซื้อเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งบ้านก็ควรที่จะทำหลังงานวอลเปเปอร์เสร็จสิ้นแล้ว แต่เวลาวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆในบ้านก็ควรทำโดยระมัดระวังไม่ให้วอลเปเปอร์ถลอก

ดังนั้นเราต้องติดต้้งผ้าม่านตอนไหน?

ผ้าม่านคือ Finishing Touch ของการแต่งบ้าน: คำตอบก็คือการติดตั้งผ้าม่านต้องทำในลำดับสุดท้ายเลย หลังงานก่อสร้างเพิ่มเติม งานบิวท์อิน งานเฟอร์นิเจอร์ งานเหล็กดัด งานวอลเปเปอร์ ฯลฯ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เพื่อให้ช่างผ้าม่านสามารถทำงานติดตั้งได้อย่างละเอียดและสะอาด และเป็นการป้องกันไม่ให้ผ้าม่านสกปรก เลอะ หรือโดนฝุ่นผงต่างๆ เปื้อนในช่วงตกแต่งบ้าน ผ้าเป็นสิ่งของที่เปื้อนง่ายกว่าสิ่งของอื่นๆ และถ้าอยากให้ผ้าม่านยังดูสวยใหม่เวลาขึ้นบ้าน ก็ควรติดผ้าม่านหลังงานเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งบ้านต่างๆ จบลงหมดแล้ว  ผ้าม่านคือการเติมเต็มของการแต่งบ้าน ให้หน้าตาบ้านดูกระจ่างใสและอ่อนโยน สร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้านเป็นที่น่าอยู่ 

อิทธิพลของผ้าม่าน: ผ้าม่านที่สะอาดจะทำให้เพิ่มบรรยากาศในบ้านให้ดูสดชื่นสบายตายิ่งขึ้น ผ้าม่านสวยๆ สามารถนำความสุขสบายให้ผู้อาศัยอยู่ได้ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และสภาพจิตใจของเราด้วย Continue reading การซื้อผ้าม่านมาตกแต่งบ้านควรทำตอนไหน?

วิธีคำนวณผ้าม่านระหว่างเมตรและหลา

วิธีคำนวณผ้าม่านระหว่างเมตรและหลา
เวลาเดินร้านผ้าม่านซื้อผ้าม่านไปตัดเย็บเอง ทางร้านขายผ้าม่านจะตัดผ้าให้เราตามจำนวณเมตรที่เราสั่ง ร้านผ้าม่านบางแห่งอาจจะขายผ้าตัดเย็บม่านเป็นหน่วยหลา บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างหน่วยความยาวตามระบบเมตรและหน่วยความยาวตามระบบหลา

ผ้าเมตร: ความยาวผ้าหนึ่งเมตรเท่ากับ 100 เซนติเมตร  (1 เมตร = 100 เซนติเมตร)
ผ้าหลา: ความยาวผ้าหนึ่งเมตรเท่ากับ 91.44  เซนติเมตร (1 เมตร = 91.44 เซนติเมตร)
ผ้าหลาเป็นผ้าเมตร: ดังนั้นถ้าคิดง่ายๆ ผ้าหนึ่งหลาก็เท่ากับ ผ้า 0.9144 เมตร (1 เมตร = 0.9144 เมตร)

มือถือ (เครื่องคิดเลขของคนสมัยใหม่): ถ้าเรารู้จำนวนผ้าที่ต้องการเป็นเมตร เราสามารถเปลี่ยนเป็นจำนวนเมตรเป็นหน่วยหลาได้ง่ายๆ สมัยนี้คนเราไปไหนมาไหนก็พกมือถือ เราสามารถนำมือถือมาใช้เป็นเครื่องคิดเลขได้ ทำให้คำนวณผ้าง่าย

การคำนวณผ้าจากหลาเป็นเมตร:

1 หลา = 0.9144 เมตร (91.44 เซนติเมตร)

ส่วนใหญ่ร้านผ้าม่านจะขอให้เราซื้อผ้าในจำนวนขั้นต่ำ 1 เมตร แต่ความแตกต่างระหว่าง 1 เมตร ก้บ 1 หลา นั้นน้อยมาก (ไม่ถึง 10 เซนติเมตร)

2 หลา = (0.9144 เมตร x 2) = 1.83 เมตร
3 หลา = (0.9144 เมตร x 3) = 2.74 เมตร
4 หลา = (0.9144 เมตร x 4) = 3.66 เมตร  เป็นต้น

ความแตกต่างระหว่างจำนวนเมตรและหลาจะยิ่งมากเวลาต้องใช้ผ้าจำนวนมาก ถ้าซื้อผ้าม่าน 100 หลา ให้คำนวณจำนวนหลาเป็นเมตรก็จะเหลือแค่ 91.44 เมตร (ความแตกต่างเกือบ 10 หลา)

บางทีเราอาจได้คำนวณผ้าม่านมาเป็นเมตร แต่ทางร้านผ้าม่านขายผ้าเป็นหลา เราก็สามารถเปลี่ยนจำนวนผ้าจากเมตรเป็นหลาได้ไม่ยาก

1 เมตร = 1.1 หลา
2 เมตร = (1.1 หลา x 2) = 2.2 หลา
3 เมตร = (1.1 หลา x 3) = 3.3 หลา
4 เมตร = (1.1 หลา x 4) = 4.4 หลา เป็นต้น

การคำนวณตารางเมตรเป็นตารางหลาก็ง่าย

1 ตารางเมตร = 1 เมตร x 1 เมตร
= 1.1 หลา x 1.1 หลา = 1.21 ตารางหลา (1 เมตร = 1.1 หลา)

2 ตารางเมตร = 2 เมตร x 1 เมตร
= 2.2 หลา x 1.1 หลา = 2.42 ตารางหลา (1 เมตร = 1.1 หลา)

3 ตารางเมตร = 3 เมตร x 1 เมตร
= 3.3 หลา x 1.1 หลา = 3.63 ตารางหลา (1 เมตร = 1.1 หลา)

4 ตารางเมตร = 4 เมตร x 1 เมตร
= 4.4 หลา x 1.1 หลา = 4.84 ตารางหลา (1 เมตร = 1.1 หลา)  เป็นต้น

เราสามารถนำตัวเลข 1.21 ตารางหลาไปคูณจำนวนตารางเมตรได้เลยเพื่อความเร็ว

1 ตารางเมตร = 1.21 ตารางหลา
2 ตารางเมตร = 1.21 ตารางหลา x 2 = 2.42 ตารางหลา
3 ตารางเมตร = 1.21 ตารางหลา x 3 = 3.63 ตารางหลา
4 ตารางเมตร = 1.21 ตารางหลา x 4 = 4.84 ตารางหลา เป็นต้น

การจะคำนวณผ้าม่านจากตารางหลาเป็นตารางเมตรก็ไม่ยาก

1 ตารางหลา = 1 หลา x 1 หลา
= 0.9144 เมตร  x 0.9144 เมตร = 0.836 ตารางเมตร (1 หลา = 0.9144 เมตร)

2 ตารางหลา = 2 หลา x 1 หลา
= 1.83 เมตร  x 0.9144 เมตร = 1.67 ตารางเมตร (1 หลา = 0.9144 เมตร)

3 ตารางหลา = 3 หลา x 1 หลา
= 2.74 เมตร  x 0.9144 เมตร = 2.51 ตารางเมตร (1 หลา = 0.9144 เมตร)

4 ตารางหลา = 4 หลา x 1 หลา
= 3.66 เมตร  x 0.9144 เมตร = 3.34 ตารางเมตร (1 หลา = 0.9144 เมตร) เป็นต้น

เราสามารถนำตัวเลข 0.836 ตารางเมตรไปคูณจำนวนตารางหลาได้เลยเพื่อความรวดเร็ว

1 ตารางหลา = 0.836 ตารางเมตร
2 ตารางหลา = 0.836 ตารางเมตร x 2 = 1.67 ตารางหลา
3 ตารางหลา = 0.836 ตารางเมตร x 3 = 2.51 ตารางหลา
4 ตารางหลา = 0.836 ตารางเมตร x 4 = 3.34 ตารางหลา เป็นต้น

จากสูตรข้างต้น เราสามารถเปลี่ยนจำนวนผ้าม่านจากเมตรเป็นหลาได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับเปลี่ยนจำนวนหลาเป็นเมตร ถ้าเราไม่ได้พกมือถือก็ไม่เป็นไร เพราะร้านผ้าม่านจะมีเครื่องคิดเลขให้คำนวณผ้าอยู่แล้ว ที่สำคัญคือต้องซื้อในจำนวนที่ถูกต้อง เวลาซื้อผ้าม่านในจำนวนน้อยอาจไม่มีความแตกต่างมากนัก แต่เวลาซื้อผ้าม่านในจำนวนมาก จำนวนหน่วยหลากับเมตรก็จะต่างกันมากอย่างที่เราได้เห็นกัน

ร้านผ้าม่าน ATM Decor จำหน่ายส่งและปลีกผ้าสำหรับตัดผ้าม่าน มีลายใหม่ๆ สวยๆ ให้เลือกมากมาย ขายผ้าราคาต่อหน่วยเมตร คุณภาพเกรด A ราคาโรงงาน หน้าร้านผ้าม่านเราอยู่ติดถนนพาหุรัด เป็นโชว์รูมให้ลูกค้าได้ชมสินค้าผ้าและเห็นผ้าทำม่านเป็นม้วนๆ มีแบบอย่างผ้าม่านให้ชมมากมาย เราเป็นผู้นำเข้าเอง ขายส่งและปลีกทั่วประเทศ

เรามีบริการตัดเย็บติดตั้งผ้าม่านให้ครบวงจร ราคาถูก คุณภาพดี

ติดต่อสอบถามราคาได้ที่ 02-223 4828 บริษัทขายผ้าม่าน แฟบริค พลัส

Continue reading วิธีคำนวณผ้าม่านระหว่างเมตรและหลา

ผ้าม่านโปร่ง เคล็ดลับที่เพิ่มความซอฟท์ให้กับหน้าตาบ้าน

ผ้าม่านโปร่ง🧡🧡🧡ทำให้บ้านดูมีบรรยากาศนุ่มนวลอ่อนโยน สร้างความรู้สึกอบอุ่น ทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

เคล็ดลับในการเพิ่มความนุ่มนวล Graceful & Delicate ให้กับบรรยากาศบ้านก็คือการติดผ้าม่านโปร่งนั่นเอง การติดตั้งผ้าม่านโปร่งสามารถช่วยให้บ้านดูนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งขึ้น และช่วยสร้างความรู้สึกดีๆเวลาอยู่บ้าน

ผ้าม่านโปร่ง ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว: ผ้าม่านโปร่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลก และในประเทศบ้านเราก็นิยมใช้ผ้าม่านโปร่งเช่นเดียวกัน โดยทั่วไปแล้ว การติดผ้าม่านโปร่งคือเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวเวลาเปิดผ้าม่านทึบ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องเปิดผ้าม่านเวลาอยู่บ้าน การเปิดผ้าม่านมีหลายเหตุผล บางทีเราอยากเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน หรือบางทีอาจต้องการชมวิวทิวทัศน์สวยๆข้างนอกบ้าน การได้ชมวิวสวยๆเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพรวมทั้งเป็นการผ่อนคลายชนิดหนึ่ง การติดผ้าม่านโปร่งจะทำให้เราสามารถชมวิวสวยๆนอกบ้านได้โดยที่ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสามารถแอบมองเข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ การเปิดผ้าม่านให้แสงธรรมชาติเข้ามาจะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูปลอดโปร่งมากขึ้น และยังสามารถช่วยผ่อนคลายความอึดอัดเวลาอยู่ในบ้านด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การมีแสงอาทิตย์เข้ามาบ้างจะทำให้บ้านมีบรรยากาศสว่างสดใส ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

ผ้าม่านโปร่งสามารถช่วยปรับแสงในห้อง ทำให้บ้านดูสว่างสดใสได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองไฟ เพราะเราสามารถรักษาความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่เปิดผ้าม่านทึบให้แสงผ่านเข้ามาในบ้าน ผ้าม่านสีขาวออฟไวท์เป็นสียอดนิยมสำหรับม่านโปร่ง ไม่ว่าจะตัดในรูปแบบไหนก็ดูเหมาะสม สีออฟไวท์เป็นสีที่มีความสมดุลระหว่างความนุ่มและความสว่างสดใสมากที่สุด

ผ้าม่านโปร่ง สามารถใช้ได้กับบ้านทุกสไตล์: ไม่ว่าจะออกแบบบ้านในสไตล์ไหนและคอนเซ็ปต์ใด เราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งมาประดับหน้าต่างและประตูบ้านให้สร้างบรรยากาศอบอุ่นและทำให้บ้านดูน่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ ผ้าม่านโปร่งสีพื้นจะเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดร์นและสไตล์มินิมอลลิสต์ การเลือกติดผ้าโปร่งสีขาวออฟไวท์จะทำให้หน้าตาบ้านดูนุ่มนวล อ่อนโยน และสวยงามแบบ “Graceful” มากขึ้น ผ้าม่านโปร่งสีพื้นจะเหมาะกับสไตล์ Interior Design เรียบหรู ส่วนผ้าโปร่งลายปัก ลายฉลุ และลายลูกไม้ต่างๆจะเหมาะกับบ้านที่ตกแต่งแนววินเทจและสไตล์คันทรี ผ้าโปร่งลายลูกไม้จะสร้างบรรยากาศอ่อนหวาน ดูสวยแบบน่ารัก มีเสน่ห์ “Chic” และยังสามารถช่วยทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย

ผ้าม่านโปร่งสามารถเติมความ Soft ของบรรยากาศภายในบ้าน ทำให้ดูอบอุ่นและน่าอยู่ยิ่งขึ้น สียอดนิยมคือสีขาวออฟไวท์

ผ้าม่านโปร่งเหมาะกับห้องไหนในบ้าน? เราสามารถเลือกติดผ้าม่านโปร่งในทุกห้องในบ้านที่มีผ้าม่านทึบ แต่บางคนจะติดเฉพาะบางห้องเท่านั้นเพื่อประหยัดงบประมาณ การติดผ้าม่านโปร่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพราะจะมีรางผ้าม่านเพิ่ม จำนวนผ้าเพิ่ม และงานตัดเย็บก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ถ้าจะให้เน้นเฉพาะห้องที่จำเป็น ผ้าม่านโปร่งไม่จำเป็นต้องติดในห้องไหนทั้งนั้น แต่ถ้าอยากมีผ้าโปร่งบ้าง เราแนะนำให้ติดผ้าม่านโปร่งในห้องนอนและห้องรับแขก ผ้าม่านโปร่งควรจะติดในห้องนอนเพราะเวลาต้องการเปิดผ้าม่านทึบเพื่อมองออกนอกบ้านหรือชมวิว เราสามารถมองผ่านทะลุผ้าโปร่งได้ แต่คนภายนอกจะมองผ่านเข้ามาเห็นเราไม่ได้ (เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น) ถ้าเวลากลางคืนจะสลับกัน ในเวลากลางคืน เราจะเปิดไฟในห้อง ทำให้คนภายนอกที่อยู่ในความมืดจะมองเข้ามาผ่านผ้าโปร่งได้ แต่เราจะมองผ่านผ้าโปร่งออกไปข้างนอกไม่ได้ ส่วนผ้าม่านโปร่งควรติดไว้ในห้องรับแขกเพราะเป็นโซนต้อนรับของบ้าน ซึ่งควรจะมีบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย ผ้าม่านโปร่งจะช่วยสร้างความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ผ้าม่านโปร่งจะช่วยทำให้บ้านดูดี มีภูมิฐาน

แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านโปร่งจะช่วยสร้างบรรยากาศปลอดโปร่ง และสามารถช่วยในการคลายความรู้สึกอึดอัดได้อย่างดี ผ้าม่านโปร่งสีขาวออฟไวท์จะเหมาะเป็นพิเศษสำหรับทำให้บรรยากาศบ้านดูปลอดโปร่ง การใช้ผ้าม่านโปร่งสีเข้มๆจะไม่สามารถช่วยได้ดีเท่าผ้าสีอ่อนๆในเรื่องนี้ เราสามารถเห็นความแตกแต่งอย่างชัดเจนระหว่างการใช้ผ้าม่านสีขาวออฟไวท์และการใช้ผ้าม่านโปร่งสีเข้มจากรูปภาพเหล่านี้

ผ้าม่านโปร่งสามารถจัดแบ่งพื้นที่ในบ้านได้: ถ้าบ้านมีขนาดเล็ก การใช้ฉากกั้นห้องหรือกำแพงบิวท์อินระหว่างห้องจะทำให้บ้านยิ่งดูเล็กลง การติดผ้าม่านโปร่งระหว่างห้องจะทำให้แสงภายในห้องสว่างมากขึ้น แสงไฟจะไม่โดนกีดกั้นและจึงจะมีพื้นที่เดินทางมากกว่าห้องที่ปิดทึบ การที่มีแสงไฟสะท้อนมากขึ้นจะช่วยลวงตาให้ห้องดูมีความกว้างใหญ่กว่าความเป็นจริง นอกจากนี้ ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูซอฟท์ มีความนุ่มนวล และช่วยให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ง่ายกว่าฉากกั้นห้องหรือกำแพงบิวท์อิน

ผ้าม่านโปร่งช่วยลดความจ้าของแสงแดด: เราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งกรองแสงแดดบางส่วนออก ทำให้บ้านดูสว่างสดใส ในขณะเดียวกัน แสงในบ้านจะไม่จ้าเกินไป การเลือกติดผ้าม่านโปร่งจะช่วยปรับความสมดุลของแสงภายในบ้าน

ผ้าม่านโปร่ง ตอบโจทย์ในเรื่องของฟังก์ชั่น: ถ้าเวลาเปิดผ้าม่านแล้วแสงแดดจ้าเกินไป การติดผ้าม่านโปร่งจะช่วยลดความจ้าของแสงแดดได้ ถ้าเวลาปิดผ้าม่านแล้วบ้านดูทึมหรือมืดเกินไป การติดผ้าม่านโปร่งจะทำให้เราสามารถเปิดผ้าม่านได้โดยยังคงรักษาความเป็นส่วนตัว การติดผ้าม่านโปร่งจะทำให้ไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน เพราะเราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งเป็นชั้นกรองแสงแดดที่เข้ามาในบ้าน ให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ

ผ้าม่านโปร่งมีหลากหลายรูปแบบ การติดผ้าม่านโปร่งจะช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูซอฟท์ลง ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

ผ้าม่านโปร่งช่วยทำให้สร้างความสมดุลของแสงไฟในห้อง: อย่างที่เรียนข้างต้น การเปิดผ้าม่านทึบเพื่อให้แสงอาทิตย์เข้ามาบ้างจะทำให้บ้านดูสว่างและปลอดโปร่งมากขึ้น ถ้าไม่มีผ้าม่านโปร่ง การเปิดผ้าม่านจะไม่สามารถกรองแสงแดดได้เลย และจะทำให้บ้านสว่างจ้าเกินไปในตอนกลางวัน เวลาแสงแดดเข้ามาในบ้านในปริมาณมากจะมีผลต่อการทำกิจกรรมต่างๆภายในบ้าน อย่างเช่นเวลาอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ถ้ามีแสงแดดจ้าเข้ามามากจะทำให้ห้องในบ้านร้อนและแสงแดด (Sun Glare) ก็สามารถเข้าตาได้ ซึ่งทำให้การทำกิจกรรมเหล่านี้ไม่เสถียรเท่าที่ควร ถ้าติดผ้าม่านโปร่ง เราจะสามารถกรองแสงแดดตามที่ต้องการได้ ให้แสงไฟในห้องมีความสมดุล ไม่จ้าเกินไปและไม่มืดเกินไป

ผ้าม่านโปร่งกั้นห้อง ช่วยให้บ้านดูปลอดโปร่ง สร้างบรรยากาศภายในนุ่มนวล เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่เล็ก การติดตั้งผ้าม่านโปร่งสามารถช่วยได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความเป็นส่วนตัว การกั้นห้อง การปรับระดับแสงสว่างภายในบ้าน ผ้าม่านโปร่งจะช่วยผ้าม่านทึบในการกรองแสงแดด และยังช่วยทำให้บ้านมีบรรยากาศอบอุ่นมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผ้าม่านโปร่ง นานาชนิด: ผ้าโปร่งสำหรับทำผ้าม่านมีหลากหลายชนิด มีผ้าโปร่งลินินสีพื้น ผ้าโปร่งใยสังเคราะห์ ผ้าโปร่งทอลายในตัว ผ้าโปร่งลายปัก ผ้าโปร่งลายฉลุ ผ้าโปร่งลูกไม้ ผ้าโปร่งลายแฟนซีต่างๆ เป็นต้น เราสามารถเลือกตัดเย็บผ้าม่านโปร่งเป็นรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านโปร่งตาไก่ ผ้าม่านโปร่งจีบ ผ้าม่านโปร่งพับ ผ้าม่านโปร่งหลุยส์ ผ้าม่านโปร่งคอกระเช้า เป็นต้น

ผ้าม่านโปร่งแสง มีหลากหลายรูปแบบ สีขาวออฟไวท์เป็นยอดนิยม เพราะสามารถใช้เข้ากับผ้าม่านทึบทุกสี

ผ้าม่านโปร่ง รูปแบบและสไตล์อิสระ: ผ้าม่านโปร่งไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกันกับผ้าม่านทึบก็ได้ อย่างเช่น เราสามารถใช้ผ้าม่านโปร่งในรูปแบบม่านจีบในชุดเดียวกันกับผ้าม่านทึบที่เย็บตาไก่หรือหลุยส์ การเลือกรูปแบบผ้าม่านทึบจะไม่กำหนดรูปแบบของผ้าม่านโปร่ง แต่จะมีข้อยกเว้นเวลาเลือกติดผ้าม่านโปร่งตาไก่ การติดผ้าม่านทึบตาไก่พร้อมกับผ้าม่านโปร่งตาไก่จะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านลำบาก เพราะห่วงตาไก่ของผ้าม่านโปร่งและผ้าม่านทึบจะเสียดสีกัน ปัญหานี้จะเกิดขึ้นบ่อยกับผ้าม่านตาไก่ที่มีลอนลึก การเสียดสีของห่วงตาไก่จะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านฝืดและไม่ลื่นเท่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นเราควรจะติดผ้าม่านโปร่งจีบแทน เพื่อให้การเปิดปิดผ้าม่านง่ายและสะดวก

ในกรณีติดผ้าม่านทึบเป็นม่านตาไก่ การติดผ้าม่านโปร่งเป็นม่านตาไก่เช่นกันจะทำให้การเปิดปิดผ้าม่านฝืด เพราะตัวห่วงตาไก่จะเสียดสีกัน เพราะฉะนั้นเราควรเลือกติดผ้าม่านโปร่งเป็นม่านจีบหรือม่านคอกระเช้าแทน ถ้าอยากติดผ้าม่านโปร่งเป็นม่านตาไก่ก็สามารถทำได้ แต่ลอนผ้าม่านจะต้องไม่ลึก ต้องตัดเย็บผ้าม่านเป็นสไตล์แบนๆ เพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้นระหว่างผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง

ผ้าม่านโปร่งในคอนเซ็ปต์ Minimalist: ผ้าโปร่งมีทั้งแบบสีพื้นและแบบมีลวดลาย ส่วนมากจะนิยมใช้เป็นสีขาวล้วนหรือสีขาวออฟ-ไวท์ (Off-white) ผ้าม่านโปร่งแบบมีลวดลายอาจมีลายในตัวเล็กน้อย อย่างเช่นลายทาง ลายเน็ต ลายสก๊อต เป็นต้น ผ้าโปร่งสีพื้นมักจะใช้กับบ้านที่ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์โมเดิร์นและมินิมอลลิสต์ ผ้าโปร่งในคอนเซ็ปต์มินิมอลลิสต์จะมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันจากสายตาผู้อื่นไม่ให้มองเข้ามาและเพื่อกรองแสงแดดเท่านั้น แต่ไม่ได้ใช้เพื่อให้บ้านดูมีความสวยงามหรือหรูหรามากขึ้น แม้ผ้าม่านโปร่งสีพื้นในคอนเซ็ปต์ของมินิมอลลิสต์อาจไม่ได้ใช้เพื่อความสวยงาม แต่การเพิ่มมิติให้กับหน้าต่างและประตูบ้านจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของบ้านดูไฮคลาสมากขึ้น ผ้าม่านโปร่งตามคอนเซ็ปต์มินิมอลลิสต์จะทำให้บ้านดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นและมีบรรยากาศผ่อนคลาย

ผ้าม่านโปร่งสามารถทำให้บรรยากาศบ้านดูอบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้นโดยการเพื่มความซอฟท์ “Softness” ให้ภาพลักษณ์ของห้อง ผ้าม่านโปร่งจะเพิ่มมิติในห้อง ช่วยให้บ้านดูมีความนุ่มนวลอ่อนโยน และยังสามารถยกระดับความสวยหรูของ Interior Designได้อีกด้วย การเลือกผ้าม่านโปร่งควรเลือกให้สอดคล้องกับสีห้องเพื่อให้ตัดเย็บออกมามีความสมดุลและสามารถ Mix & Match กับสีผนังและเฟอร์นิเจอร์อย่างลงตัว

ผ้าม่านโปร่งลายลูกไม้สำหรับบ้านที่ตกแต่งสไตล์ Vintage: ถ้าอยากตกแต่งห้องให้ดูมีสีสันร่าเริง การทำผ้าม่านสองชั้นด้วยการเสริมผ้าโปร่งจะช่วยได้อย่างมาก โดยเฉพาะเวลาเลือกผ้าโปร่งลายปัก ผ้าโปร่งลายฉลุ หรือผ้าโปร่งลายลูกไม้ ผ้าม่านโปร่งเหล่านี้จะใช้กับบ้านที่ตกแต่งสไตล์วินเทจ (Vintage Interior) และสไตล์คันทรี (Country Interior) ผ้าโปร่งลายปักและผ้าโปร่งลายฉลุมักจะใช้ตกแต่งหน้าต่างประตูบ้านให้ดูมีความหรูหรายิ่งขึ้น และให้บ้านดูสวยงาม มีความโดดเด่น

ผ้าม่านโปร่งลายปักและลายฉลุจะเหมาะกับบ้านที่ตกแต่งแบบหรูหรา ผ้าม่านโปร่งลายปักและลายฉลุจะมีราคาสูงกว่าผ้าม่านโปร่งธรรมดาเกือบสองเท่า ส่วนใหญ่ บ้านที่ตกแต่งแบบสไตล์หรูหราอลังการจะนิยมใช้ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านตาไก่ และผ้าม่านหลุยส์ 

ผ้าโปร่งลายลูกไม้ เสน่ห์โรแมนติก: ผ้าโปร่งลูกไม้สวยๆสามารถทำให้บ้านดูสดชื่นมีบรรยากาศอบอุ่น และเหมาะกับผู้ที่ชอบลายดอกไม้หรือเป็นคนรักธรรมชาติ การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านโปร่งลูกไม้จะทำให้บรรยากาศบ้านมีชีวิตชีวาและน่ารักในสไตล์โรแมนติก

ดอกไม้กับความรักเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน คนเราส่วนใหญ่มักจะชอบมอบดอกไม้ให้กับคนที่เรารัก เพราะดอกไม้กับความรักเป็นสิ่งที่ควบคู่กันตามธรรมชาติ การตัดเย็บผ้าม่านโปร่งลายลูกไม้สวยๆจะทำให้หน้าตาบ้านดูน่ารัก หวานแหวว และ มีความนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งขึ้น

ผ้าม่านโปร่ง ผลประโยชน์มากมาย: การติดตั้งผ้าม่านโปร่งในบ้านสามารถสร้างผลประโยชน์มากมาย ผ้าม่านโปร่งเป็นการเพิ่มมิติในการตกแต่งบ้านและทำให้บรรยากาศบ้านดูสวยงามและอ่อนโยนยิ่งขึ้น ผ้าโปร่งสามารถรักษาความเป็นส่วนตัวเวลาอยู่บ้าน สามารถช่วยในการปรับสมดุลแสงในบ้านให้ดูสว่างสดใสและไม่จ้าหรือมืดเกินไป และยังทำได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองค่าไฟอีกด้วย

ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ มีผ้าโปร่งสำหรับตัดผ้าม่านให้เลือกมากมายหลายชนิด จำหน่ายในราคาถูก เป็นราคาส่งจากแหล่งโดยตรง เรามีจำหน่ายผ้าโปร่งที่เข้าได้กับการตกแต่งบ้านทุกรูปแบบและทุกสไตล์ ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผ้าม่านโปร่งแต่ละชนิดได้ที่ 02 223 4828 บริษัทผ้าม่าน แฟบริค พลัส Continue reading ผ้าม่านโปร่ง เคล็ดลับที่เพิ่มความซอฟท์ให้กับหน้าตาบ้าน

ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร (110 นิ้ว)

เราต้องใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงหรือส่วนกว้างของผ้าม่าน? การตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร (110 นิ้ว) จะคำนวณผ้าไม่เหมือนการใช้ผ้าทำม่าน หน้ากว้าง 1.50 เมตร
ผ้าม่าน 2.80 เมตร ยอดฮิต: ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร เป็นที่นิยมอย่างสูงและเป็นผ้าตัดเย็บม่านที่อินเท็รนด์สุดๆ ในเมืองไทย เหตุผลที่ผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตรเป็นยอดฮิตอาจเป็นเพราะการใช้ผ้าทำม่านชนิดนี้ทำให้การตัดเย็บสะดวก ง่าย และได้ประหยัดเวลาในการตัดเย็บ ข้อดีเบอร์หนึ่งของการเลือกใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร คือผ้าม่านตัดเย็บสำเร็จจะไม่มีรอยต่อ การตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตรจะต่างจากการตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร เป็นอย่างมาก บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างการใช้ผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร กับผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ในการคำนวณและตัดผ้าม่าน

ใช้หน้ากว้างผ้าเป็นความสูงผ้าม่านสำเร็จ: ในการตัดเย็บผ้าม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร เราต้องนำหน้ากว้างของผ้ามาทำเป็นความสูงของผ้าม่าน ลวดลายของผ้ามักจะกำหนดให้เราต้องตัดเย็บแบบนี้ อย่างเช่นผ้าทำม่านที่มีเชิงลายสวยๆ เช่นลายปัก ลายฉลุ ลายลูกไม้ ลายแฟนซีดีไซน์ต่างๆ เราจะต้องตัดเย็บผ้าม่านตามความกว้างให้ชายผ้าอยู่ด้านล่าง

ส่วนใหญ่จะมีแค่เฉพาะในกรณีที่เลือกผ้าลายพื้นๆ หรือลายเรียบๆ เท่านั้นที่ไม่จำเป็นต้องตัดเย็บในลักษณะนี้ ในกรณีนี้ เราสามารถใช้หน้ากว้างของผ้ามาตัดตามยาวได้และต่อผ้าเอาเหมือนกับการตัดผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ไม่ว่าจะตัดเย็บผ้าม่านในรูปแบบใด การใช้ผ้าทำม่านที่มีหน้ากว้าง 2.80  เมตรจะใช้ผ้าในจำนวนที่น้อยกว่าผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นผ้าที่มีหน้ากว้างแล้วในเมืองไทย 

การดูผ้าทำม่านว่าแพงหรือถูกไม่ได้อยู่ที่หน้ากว้างของผ้า แต่จะอยู่ที่เกรดและชนิดของผ้า ในการเปรียบเทียบราคาผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร กับแบบหน้ากว้างมาตรฐานนั้น เราต้องนำราคาผ้ามาหารสอง (โดยประมาณการ) เพื่อเปรียบเทียบได้อย่างถูกต้อง

อย่างเช่นผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร ที่มี ราคาเมตรละ 200 บาท จะเฉลี่ยแล้วถูกกว่าผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ที่มีราคาเมตรละ 120 บาท เป็นต้น

วิธีเปรียบเทียบราคาให้เปลี่ยนหน่วยจากหน้ากว้าง 2.80 เมตร ให้เป็นหน้ากว้าง 1.50 เมตร ก่อน
ให้เราคำนวณดังนี้
(ราคาผ้าต่อเมตร ÷ 2.80 ) x  1.50

ในตัวอย่าง เราต้องเปลี่ยนราคาผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร (200 บาทต่อเมตร) ให้เทียบเป็นผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร
( 200 บาทต่อเมตร ÷ 2.80 ) x  1.50 = 107 บาทต่อเมตร

จากการคำนวณ เราจะเห็นได้ว่าผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร ที่มีราคา 200 บาทต่อเมตร จะมีราคาเทียบเท่ากับผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ที่มีราคา 107 บาทต่อเมตร

การที่ผ้ามีหน้ากว้างที่ยาวมาก เราสามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงของหน้าต่างได้ซึ่งจะทำให้การตัดเย็บผ้าม่านง่ายและสะดวก เพราะไม่จำเป็นต้องตัดผ้าเป็นชิ้นๆ เพื่อมาเย็บต่อกันตามยาว ส่วนใหญ่แล้วผ้าหน้ากว้างจะยาวพอสำหรับหน้าต่างประตูบ้านทั่วไปที่มีความสูงไม่ถึง 2.60 เมตร ปกติเราต้องเผื่อขนาดเหนือขอบวงกบไปอีก 10 ซม (ด้านล่างเผื่อได้ถึงพื้น จำนวนผ้าใช้เท่าเดิม) และต้องเผื่อเย็บริมอีก 10 ซม (รวมด้านบนและด้านล่าง) ดังนั้นผ้าชนิดนี้มีหน้ากว้างพอที่จะใช้เป็นความสูงผ้าม่านได้เลย เราจะต้องซื้อจำนวนผ้าตามความกว้างของหน้าต่าง หน้าต่างยิ่งกว้าง จำนวนผ้าที่ต้องใช้ยิ่งมาก แตกต่างกับความสูงหน้าต่างซึ่งจะใช้จำนวนผ้าเท่าเดิมไม่ว่าเราจะตัดเย็บผ้าม่านถึงพื้นหรือเลยใต้วงกบนิดเดียว

การคำนวณผ้าม่านในการตัดเย็บด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร จะแตกต่างจากการคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร อย่างเช่น ถ้ามีหน้าต่างสูง 1.80 เมตร จากวงกบบนถึงวงกบล่าง และกว้าง 2.0 เมตร จากวงกบซ้ายถึงวงกบขวา เราจะต้องคำนวณจำนวนผ้าที่ต้องซื้อตามความกว้างของหน้าต่าง

วิธีคำนวณผ้าม่านที่ต้องใช้ (เป็นการคำนวณที่ให้ผ้าม่านมีลอนสวย ดูเนียน เรียบหรูอย่างมีระดับ) เราต้องบวกความกว้างไปอีก 20 ซม (0.2 ม) เพื่อเป็นการตัดเย็บม่านให้เลยวงกบซ้ายและวงกบขวาไป ข้างละ 10 ซม และนำความกว้างนี้มาคูณ 2.5  ตามสูตรนี้
สูตรคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร
(ความกว้างหน้าต่าง + 20 ซม) x 2.5 = จำนวนผ้าม่านที่ต้องใช้

เราจะสังเกตุได้ว่า ในการตัดเย็บผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร ความสูงของหน้าต่างจะไม่ได้อยู่ในสูตรการคำนวณผ้าม่านเลย

ดังนั้นถ้ามีหน้าต่างที่มีความสูง 1.80 เมตรและกว้าง 2.0 เมตร เราต้องคำนวณผ้าม่านดังนี้
(2.0 เมตร + 0.2 เมตร) x 2.5 = 5.5 เมตร

ในกรณีที่เราอยากได้ผ้าม่านให้สูงมาถึงพื้น (ปกติผ้าม่านควรลอยเหนือพื้น 2 ซม เพื่อจะให้ผ้าไม่สกปรกเวลาเปิดปิดผ้าม่าน แต่การคำนวณไม่แตกต่างกันมาก เพราะการวางรางม่านเราสามารถวางเผื่อขึ้นไปเหนือวงกบได้)
สมมุติว่าความสูงเผื่อไปถึงพื้นเป็นความสูง 2.30 เมตร ให้เราคำนวณตามนี้
(2.0 เมตร + 0.2 เมตร) x 2.5 = 5.5 เมตร

จำนวนผ้าที่ต้องใช้เท่าเดิมเหมือนการตัดเย็บด้วยผ้าม่านสูง 1.80 เมตร

ถ้าหน้าต่างมีความกว้างที่แคบกว่าแต่มีความสูงมากกว่า เราจะใช้จำนวนผ้าม่านน้อยลง
ยกตัวอย่าง มีหน้าต่างสูง 2.5 เมตร และกว้าง 1.8 เมตร ให้เราคำนวณตามนี้
(1.8 เมตร + 0.2 เมตร) x 2.5 = 5 เมตร

จำนวนผ้าที่ต้องใช้ลดลงแม้ว่าหน้าต่างมีความสูงมากกว่า

ถ้าบ้านเรามีหน้าต่างประตูขนาดพิเศษและสูงกว่าหน้าต่างประตูบ้านทั่วไป (หน้าต่างประตูสูงกว่า 2.60 เมตร) เราต้องคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร เหมือนกับตัดเย็บด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร ซึ่งก็คือต้องตัดผ้าม่านเป็นชิ้นๆ และต่อกันตามความกว้างหน้าต่าง/ประตู

สมมุติว่าเรามีประตูสูง 3.5 เมตร จากวบกบบนถึงพื้น และกว้าง 2.0 เมตร เราจะไม่สามารถใช้หน้ากว้างของผ้าเป็นส่วนสูงได้ เราต้องตัดผ้าเป็นชิ้นๆ มาต่อกันตามความกว้างของประตู ความกว้างต้องคูณ 2.5 เหมือนเดิม ส่วนความสูงให้บวกแค่ 10 ซม (เพราะวัดถึงพื้นแล้ว) เราต้องใช้สูตรนี้

สูตรคำนวณผ้าม่านด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร
{(ความกว้าง + 20 ซม) x 2.5} ÷ 2.8 = จำนวนชิ้นของผ้าที่ต้องใช้เพื่อมาต่อกัน
(ความสูง + 10 ซม) = ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น
(จำนวนชิ้น x ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น) = จำนวนผ้าที่ต้องใช้

สำหรับประตูที่สูง 3.5 เมตร และกว้าง 2.0 เมตร ให้เราคำนวณดังนี้
{2.0 + 0.2) x 2.5} ÷ 2.8 = 1.96 ≅ 2 ชิ้น (จำนวนชิ้นต้องเป็นเลขจำนวนเต็ม ไม่มีเศษส่วน)
(3.5 + 0.1) = 3.6 ม
(2 x 3.6) = 7.2 เมตร
ในกรณีที่มีประตูในขนาดตามนี้ เราต้องใช้ผ้าทำม่านทั้งหมด 7.2 เมตร

ให้เราเปรียบเทียบจำนวนผ้าที่ต้องใช้ถ้าเลือกใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร สูตรคำนวณมีดังนี้
{(ความกว้าง + 20 ซม) x 2.5} ÷ 1.5 = จำนวนชิ้นของผ้าที่ต้องใช้
(ความสูง + 10 ซม) = ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น
(จำนวนชิ้น x ความยาวของผ้าแต่ละชิ้น) = จำนวนผ้าที่ต้องใช้

ดังนั้น ในกรณีที่มีประตูสูง 3.5 เมตร และกว้าง 2.0 เมตร ให้เราคำนวณตามนี้
{2.0 + 0.2) x 2.5} ÷ 1.5 = 3.67 ≅ 4 ชิ้น
(3.5 + 0.1) = 3.6 ม
(4 x 3.6) = 14.4 เมตร
ถ้าเราเลือกใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร เราต้องใช้ผ้าทั้งหมด 14.4 เมตร

สูตรในการคำนวณผ้าม่านเหล่านี้เป็นสูตรที่ใช้ในการคำนวณผ้าม่านจีบและผ้าม่านตาไก่ ซึ่งเป็นผ้าม่านสองแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในประเทศไทย

การใช้ผ้าม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตรจะทำให้เราต้องใช้ผ้าในจำนวนที่น้อยกว่าการใช้ผ้าม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร และช่วยให้เราได้ประหยัดเวลาในการตัดเย็บ เพราะงานตัดเย็บผ้าม่านจะง่ายขึ้น และผ้าม่านก็จะออกมาสวยมากขึ้นด้วยเพราะจะไม่มีรอยต่อในการตัดเย็บ ความจริงใช้ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 1.50 เมตร ก็ดูสวยได้เพราะช่างตัดเย็บม่านมืออาชีพสามารถตัดเย็บแบบหลบรอยต่อได้ แต่การตัดเย็บผ้าม่าน DIY ด้วยผ้าหน้ากว้าง 1.50 เมตร จะยากกว่าผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร เพราะต้องตัดต่อผ้าทีละผืน แทนที่จะตัดตามยาวทีเดียว

ที่ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ มีจำหน่ายผ้าตัดม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร หลายชนิด เรามีผ้าตัดม่านแบบทั้งหน้ากว้าง 2.80 เมตร และหน้ากว้าง 1.50 เมตร เรามีชนิดและลายผ้าให้เลือกมากมาย เราเป็นร้านขายส่งและขายปลีกผ้าสำหรับทำผ้าม่าน เรามีทีมช่างตัดเย็บผ้าม่านรับตัดเย็บและติดตั้งแบบบริการครบวงจร หรือลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ้าไปอย่างเดียวเพื่อตัดเย็บผ้าม่านก็ได้ เรามีบริการตัดเย็บผ้าม่านหลายแบบ เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านคอกระเช้า ผ้าม่านตาไก่ ผ้าม่านพับ เป็นต้น

  Continue reading ผ้าทำม่านหน้ากว้าง 2.80 เมตร (110 นิ้ว)

การเพิ่มมิติของหน้าต่างด้วยผ้าม่านทำอย่างไร

การเพิ่มมิติของหน้าต่างให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นด้วยการใช้ผ้าม่านต้องทำอย่างไร?
การเพิ่มมิติด้วยผ้าม่าน Dimensional Design: การออกแบบและตกแต่งหน้าต่างด้วยผ้าม่าน (Window Dressing) เป็นศิลปะชนิดหนึ่ง และศิลปะที่ดีควรจะเป็นเอกลักษ์และมีหลายมิติ ดังนั้นการเพิ่มมิติให้กับหน้าต่างบ้านนั้นเป็นการที่ทำให้บ้านดูเรียบหรูยิ่งขึ้น ดีไซน์ที่เพิ่มมิติ (Dimensional Design) ที่ดีควรคำนึงถึงจุดประสงค์และความสวยงามของมิตินั้น อย่างเช่นการเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งเสริมข้างหลังผ้าม่านในห้องนอนเป็นการเพิ่มมิติความลึก (Depth) และเป็นการเพิ่มจำนวนชั้น (Layering) ผ้าม่าน การแต่ง Window Dressing ด้วยผ้าม่านโปร่งจะมอบความละเอียดอ่อน ความนุ่มนวล (Soft Touch) ให้กับบรรยากาศห้อง ถ้าเราเน้นให้ผ้าม่านดูสวยหรู เราอาจเลือกเพิ่มมิติผ้าม่านด้วยการตัดเย็บผ้าม่านหลุยส์ ซึ่งเป็นแบบผ้าม่านที่มีสองชั้นเหมือนผ้าม่านโปร่งแต่เน้นความหรูหรามากกว่าความนุ่มนวล ยิ่งถ้าทำผ้าม่านโปร่งเสริมผ้าม่านหลุยส์และทำเป็นผ้าม่านสามชั้น เราก็จะได้ความหรูหราและความนุ่มนวลพร้อมกัน และทำให้รูปห้องดูสวยหรูอลังการอย่างยิ่ง

เพิ่มจำนวนชั้นผ้าม่าน: เหมือนกับการเพิ่มมิติของผ้าม่านด้วยการเสริมผ้าม่านโปร่งและผ้าม่านหลุยส์ การเพิ่มมิติในห้องนอนสามารถทำได้ด้วยการเพิ่มจำนวนชั้นในการตกแต่งเตียง (Bed Dressing) ซึ่งก็คือการซื้อผ้าคลุมเตียงสวยๆ มาคลุมผ้าปูที่นอนอีกชั้นนั่นเอง การซื้อผ้าคลุมเตียงเป็นการเสริมชั้นตกแต่ง “Dimension” ให้กับเตียง เป็นต้น การเพิ่มมิติและ “ชั้น” ในศิลปะมีมากกว่าแค่การตกแต่งบ้าน การเสริมมิติจะทำให้ผลงานศิลปะชิ้นนั้นดูดีและมีสีสรรค์มากขึ้น อย่างเช่นการแต่งเรื่องเล่าดีๆควรที่จะมีความซับซ้อนเสริมเข้ามาอีกชั้นเพื่อให้เนื้อเรื่องสนุกและน่าติดตาม การแต่งเพลงที่ดีก็ควรที่จะมีทำนองเพลงมากกว่าแค่ทำนองเดียวเพื่อให้เสียงเพลงเพราะและน่าฟัง เป็นต้น

เพิ่มมิติในการตกแต่งตรงกันข้ามกับสไตล์ Minimalist: สไตล์การออกแบบงานศิลปะที่เพิ่มมิตินั้นจะตรงกันข้ามกับสไตล์ Minimalist (แบบเรียบง่าย และใช้สิ่งของแสดงงานน้อยชิ้น) เพราะการตกแต่งแบบเพิ่มมิติจะเน้นความเลิศหรูมากกว่าความเรียบง่าย เน้นสร้างสรรค์ในการออกแต่งห้อง แต่ถ้าเราอยากได้สไตล์ Minimalist คือการตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านที่ใช้ผ้าจำนวนน้อยอย่างเช่นม่านพับหรือการใช้ผ้าม่านแค่ชั้นเดียว ไม่เสริมม่านโปร่งหรือม่านหลุยส์ 

สไตล์ Minimalist คืออะไร?: สไตล์ Minimalist จะเน้นการตกแต่งด้วยจำนวนเฟอร์นิเจอร์ที่น้อยที่สุด การตกแต่งในสไตล์ Minimalist จะใช้จำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้องน้อยและเน้นความปลอดโปร่งและให้มีพื้นที่ทางเดินในบ้านกว้างๆ เป็นสไตล์ที่เน้นการใช้งานของเฟอ์นิเจอร์มากกว่าความสวยงาม ถ้าเราไม่ได้สนใจว่าต้องให้ห้องดูหวานอ่อนโยนหรือสวยหรู แต่ต้องการความเรียบง่ายแทน การเลือกตกแต่งบ้านด้วยสไตล์ Minimalist จะเหมาะกับคอนเซ็ปต์นี้ ถ้าปกติเราไม่ใช้ผ้าม่านโปร่ง ก็ไม่ต้องซื้อผ้าม่านโปร่ง ถ้าเราไม่ค่อยใช้โต๊ะดืมกาแฟ ก็ไม่ต้องซื้อโต๊ะกาแฟ ถ้าปกติไม่ใช้ผ้าคลุมเตียง ก็ไม่ต้องซื้อผ้ามาคลุมเตียง เป็นต้น สไตล์ดีไซน์แบบ Minimalist จะเน้นที่ฟังก์ชั่นอย่างเดียว ไม่เน้นความหรูหราและผู้ที่ชอบสไตล์นี้มักจะคิดว่าสิ่งที่ไม่ได้ใช้ในชิวิตประจำวันคือสิ่งของฟุ่มเฟือย

สไตล์การออกแบบที่ Unique ไม่เหมือนใคร: ถ้าอยากนำสไตล์ศิลปะที่มีความงดงามและเป็นเอกลักษ์ของตัวเองมาตกแต่งบ้าน เราต้องมีความสร้างสรรค์และความมั่นใจใน Artistic Sense ของตัวเอง การออกแบบที่ทำให้ผู้อื่นที่แวะมาบ้านต้องชื่นชมและทึ่งไปกับสไตล์การตกแต่งที่สวยพิเศษ เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์และไหวพริบศิลปะของตนเองทุกคน แต่อยู่ที่ว่าเราได้ฝึกฝนใช้มันมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่ค่อยได้ฝึกเลยก็จะทำให้เราขาดความมั่นใจและไม่กล้าตัดสินใจเองว่าจะออกแบบห้องและบ้านของเราอย่างไร แต่ถ้าทำได้สำเร็จ ก็จะทำให้เรารู้สึกความภาคภูมิใจในตัวเองเพราะเราไม่ได้ลอกเลียนแบบผู้อื่น ในโลกของ Idealism เราควรที่จะตกแต่งบ้านในลักษณะและสไตล์ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวเรา

ไม่ยึดติดกับสไตล์การตกแต่งใด: อย่างหนึ่งที่ต้องระมัดระวังคือการยึดติดก้บสไตล์แบบใดแบบหนึ่งมากเกินไป เพราะบางสไตล์อาจทำให้เราต้องใช้งบประมาณมากกว่าที่เรากำหนดไว้ และทำให้ตกแต่งบ้านตามสไตล์นั้นไม่ไหว เราไม่ควรถูกสไตล์ใดมาบังคับให้ต้องใช้สิ่งที่ไม่ทำให้เราสบายใจ อย่างเช่นถ้าเราเลือกสไตล์การตกแต่งแบบ 1950 Mid-century ซึ่งจะเน้นออกแบบด้วยสิ่งของประดิษฐ์จากนักออกแบบชื่อดัง บางทีสิ่งที่สร้างโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอาจจะแพงกว่างบที่ตั้งไว้ แต่แล้วเราบังคับตัวเองให้ซื้อมันเพื่อยึดติดกับสไตล์ Mid-century ที่เราได้เลือกไว้ ถ้าเราอยากได้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นจากดีไซน์เนอร์ผู้นั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราไม่ได้ชอบบางสิ่งที่เขาออกแบบมา เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งนั้นก็ได้ เรามีสิทธิเลือกสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสไตล์การตกแต่งบ้านที่เราเลือก สมมุติว่าเราได้ตัดสินใจแล้วว่าอยากออกแบบบ้านด้วยสไตล์ Minimalist แต่เราอยากใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมความนุ่มนวลให้รูปหน้าต่างห้อง เราก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านโปร่งมาเสริมอีกชั้นของผ้าม่านได้ ซึ่งอาจไม่ทำตาม Minimalist แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะความสุขเราต้องมาเหนือสไตล์

การยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งไม่ใช้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การตกแต่งบ้านที่ดูสบายตาและน่าอยู่สำหรับเราจะต้องสำคัญกว่า เราควรที่จะเลือกตกแต่งบ้านที่มอบความสุขให้กับตัวเรามากที่สุด

Continue reading การเพิ่มมิติของหน้าต่างด้วยผ้าม่านทำอย่างไร

ผ้าม่านกับกฎสี 60-30-10 ให้ห้องมีความสวยงามลงตัว

ผ้าม่านเป็นสิ่งสำคัญในการแต่งบ้านให้ดูมีเสน่ห์ การเลือกผ้าม่านควรสอดคล้องกับกฎสี 60-30-10 ซึ่งเป็นกฎที่โปรดีไซน์เนอร์ทุกๆคนรู้จัก เพราะเป็นกฎที่ทำให้การแต่งสีห้องลงตัวที่สุด
การใช้กฎสี 60-30-10 คืออะไร?

ความจืดชืดเบื่อหน่ายคือศัตรูอันดับหนึ่งของ Interior Design: ในการแต่งบ้าน เราต้องให้คอนเซปต์การออกแบบและโทนสีที่เลือกสอดคล้องกันอย่างลงตัว เพื่อให้ภาพลักษณ์ของห้องสวย ดูมีเสน่ห์ และทำให้บ้านยิ่งน่าอยู่มากขึ้น นักออกแบบมือโปรทุกคนจะรู้ว่าการแต่งบ้านที่’โปรเฟชั่นแนล’ควรใช้จำนวนสีที่ไม่มากเกินไปจนทำให้บรรยากาศห้องดูรกรุงรังตา ดูไม่เป็นระเบียบ แต่ก็ต้องให้ไม่น้อยเกินไปเพราะจะทำให้ห้องดูจืดชืดไร้คาแร็กเตอร์ ศัตรูใหญ่ที่สุดของการแต่งบ้าน Interior Design ก็คือความจืดชืดเบื่อหน่ายนั่นเอง เพราะเหตุผลนี้ นักดีไซน์เนอร์จึงต้องสร้างกฎง่ายๆสำหรับการแต่งบ้านให้ดูดีมีสีสันลงตัว กฎนี้ทำให้การแต่งบ้านสะดวก เข้าใจง่าย ไม่เกิดความผิดพลาด ถ้าเราเข้าในกฎนี้ก็สามารถออกแบบดีไซน์ห้องของตัวเองได้ ในสไตล์ DIY โดยไม่ต้องพึ่งนักออกแบบมืออาชีพอีกต่อไป

กฎ 60-30-10 เป็นที่ยอมรับทั่วโลก: ทุกคนในวงการ Interior Design มีความเห็นตรงกันว่าการแต่งห้องด้วยสีควรมีความสมดุลอยู่ที่สัดส่วน 60%-30%-10% ซึ่งสมัยนี้ยิ่งเป็นกฎที่ยอดนิยมใช้กันอย่างยิ่ง เพราะกฎนี้สามารถช่วยให้การแต่งบ้านง่ายขึ้นโดยการใช้คอนเซปต์ของปริมาณและจำนวนสีที่ทำให้บ้านดูสวยงามมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง 

กฎแต่งบ้านด้วนสี 60-30-10 คืออะไร?

กฎ 60-30-10 คือการแต่งห้องด้วยการแบ่งอัตราส่วนของสีภายในห้อง (Interior Colors) ด้วยสัดส่วน 60%-30%-10% โดยที่สีหลักจะใช้แต่งห้องมากกว่าครึ่งของห้อง (ร้อยละ 60) สีรองจะใช้ครึ่งเดียวของสีหลัก (ร้อยละ 30) ส่วนอีก 10% ของสีภายในห้องจะใช้สีไฮไลท์หรือสี Accent ในการเสริมรูปแบบห้องให้ดูมีมิติสีสัน ให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

ในการเลือกสีหลักแต่งห้อง เราควรเลือกอย่างไร?

สีหลักของห้อง เป็นสีที่มีอิทธิพลต่อบรรยากาศห้องมากที่สุด เพราะใช้ถึงร้อยละ 60 ของห้อง เพราะฉะนั้นควรเลือกใช้โทนสีอ่อนๆ อย่างเช่นสีขาว สีครีม สีเขียนอ่อน สีฟ้าอ่อน เป็นต้น การแต่งห้องด้วยโทนสีอ่อนจะทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง มีพื้นที่กว้างใหญ่ ยิ่งถ้าแต่งบ้านด้วยกระจกเยอะๆก็จะยิ่งทำให้บ้านดูโล่งปลอดโปร่งยิ่งขึ้น สีหลักของห้องจะใช้กับสีผนัง สีพื้น และสีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่

สีรองเป็นโทนสีที่เพิ่มคาแร็กเตอร์ให้ภาพลักษณ์ของห้อง

สีรองของห้อง เป็นสีที่มีอิธิพลเช่นกันเพราะเป็นสีที่ตัดกับสีหลักโดยตรง จะใช้ในปริมาณครึ่งเดียวของสีหลัก โดยที่สีรองจะใช้กับผ้าม่าน ชุดเครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ เราสามารถเลือกสีรองเป็นสีเข้มหรือสีอ่อนก็ได้ แต่ต้องไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับสีหลัก การใช้สีรองถึงร้อยละ 30 จะเป็นการสร้างคาแร็กเตอร์ให้ห้องดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและบุคลิกของผู้อยู่อาศัย อย่างเช่น การเลือกผ้าม่านสีเข้มๆ ให้ Mix & Match กับสีของผนังห้องหรือพื้นสีอ่อนๆ ให้ห้องไม่ดูจืด Boring มีความโดดเด่น ยิ่งถ้าใช้ผ้าม่านรุ่น Blackout ลายโมเดิร์น อย่างเช่นลาย Graphic หรือมีลายในตัวเล็กๆ ก็สามารถเพิ่มระดับ “Elegance” ให้ห้องดูสวยหรูขึ้นได้ทันที การใช้ผ้าม่านโปร่งควรใช้สีพื้น Off-white เพื่อให้สอดคล้องกับกฎ 60-30-10 เพราะสี Off-white จะไม่ตัดกับสีผนังห้องมากนัก ส่วนสีของลวดลายผ้าเป็นสีอะไรก็ได้ที่ “Contrast” กับสี Off-white อย่างเช่นสีทอง สีเงิน สีแดง สีเขียว สีฟ้า เป็นต้น 

อย่ามองข้ามความสำคัญของสีไฮไลท์ 

สีไฮไลท์ หรือสี Accent จะเป็นสีที่ใช้ในส่วนแค่ร้อยละ 10 แต่เป็นโทนสีที่สำคัญเช่นกันเพราะจะช่วยเพิ่มมิติและความสนใจให้กับบรรยากาศห้อง ให้ห้องดูมีสีสัน ไม่จืดชืด และมีความสมดุล Balance ที่ลงตัว สีไฮไลท์มักจะใช้กัับหมอนอิง เก้าอี้ รูปภาพในห้อง และสิ่งของประดับ Accessories ต่างๆในห้อง

การเลือกใช้กฎ 60-30-10 เป็นกฎที่ใช้กันทั่วโลก เพราะได้ผ่านกระบวนการทดลองตกแต่งบ้านมาอย่างมากมาย ถือได้ว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ไว้ใจได้อย่างมากและเหมาะใช้กับการออกแบบบ้านในทุกแนวทุกสไตล์

ร้านผ้าม่าน ATM Decor บริษัท แฟบริค พลัส จำหน่ายผ้าม่านหลากหลายชนิดทีสอดคล้องกับกฎ 60-30-10 และมีดีไซน์หลากหลายแบบให้เลือก มีทั้งสีพื้น ลายในตัว ลายวินเทจ ลายคลาสสิค ลายโมเดิร์น เป็นต้น ติดต่อสอบถามราคาผ้าม่านทุกชนิดได้ที่ 02 223 4828 Continue reading ผ้าม่านกับกฎสี 60-30-10 ให้ห้องมีความสวยงามลงตัว

ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

บางทีเราอาจมองข้ามอิทธิพลที่ผ้าม่านมีต่อชีวิตประจำวันของเราก็ได้ ความจริงผ้าม่านสามารถสร้างผลประเยชน์ต่างๆ ให้กับเราได้นอกเหนือจากการช่วยป้องกันแสงแดดอาทิตย์

ประการแรก

ป้องกันทั้งแสงและรังสีพระอาทิตย์: นอกเหนือจากมีหน้าที่ในการกันแสงแดดแล้ว ผ้าม่านก็สามารถกันรังสี (Ultraviolet)จากแสงพระอาทิตย์ได้เช่นกัน ในการที่จะได้ผลประโยชน์ของการกันรังสี Ultraviolet (UV) นี้ เราต้องเลือกใช้ผ้าม่านแบบกัน UV ในตัว (เป็นชนิดผ้าม่านที่มีซับในกันรังสีอยู่ในเนื้อผ้า) ผ้าม่านที่มีคุณสมบัติในการกันรังสีจะมีเนื้อแน่นมากกว่าผ้าม่านอื่นๆทั่วไป มีน้ำหนักที่หนักกว่า และมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงดีกว่าผ้าม่านปกติ นอกจากจะกันรังสีแล้ว ผ้าม่านชนิดแบบป้องกันรังสี UV ยังป้องกันความร้อนของแสงแดดได้ดีกว่าผ้าม่านทั่วไป ประเทศบ้านเรามีอากาศร้อน แสงแดดแรง อากาศบ้านเราร้อนแทบทั้งปีทำให้คนต่างชาติล้อกันว่าเป็นประเทศที่มีฤดูร้อนฤดูเดียวทั้งปี ดังนั้นผ้าม่านเป็นสิ่งที่เราใช้ได้ตลอดปี

ประการที่สอง

ลดเสียงดังจากสิ่งแวดล้อมภายนอก: นอกเหนือจากผลประโยชน์ของการปกป้องจากรังสีและแสงแดดแล้ว ผ้าม่านก็ยังสามารถช่วยลดเสียงดังๆ จากนอกบ้านไม่ให้มารบกวนเราได้อีก โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีความหนาพิเศษ เวลาเราต้องการความเงียบสงบและไม่ต้องการเสียงรบกวนจากข้างนอกบ้าน การใช้ผ้าม่านจะช่วยลดเสียงรบกวนภาพนอกได้และช่วยให้เราได้ผ่อนคลายเวลาอยู่บ้าน

เก็บรักษาอุณภูมิในบ้าน: ผ้าม่านสามารถช่วยในการรักษาอุณภูมิในบ้านด้วยการเป็น Insulator ป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามาในบ้านและไม่ให้อากาศข้างในออกไปนอกบ้าน คนไทยชอบใช้ผ้าม่านเพื่อกันแสงแดดและความร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่คนที่อยู่ในประเทศหนาวๆ ก็ซื้อผ้าม่านเช่นกัน เพราะต้องการกั้นไม่ให้อากาศเย็นๆ เข้ามาในบ้าน รักษาอุณิภูมิอุ่นๆ ไว้ในบ้าน คนอยู่ในประเทศหนาวมักจะเปิดเครื่องทำอากาศร้อนในบ้านเพื่อให้บ้านมีความอบอุ่น ผ้าม่านจะช่วยกั้นอากาศอบอุ่นในบ้านไม่ให้หนีออกไปนอกบ้าน ส่วนคนไทยเราเปิดแอร์ไว้ในบ้านก็ไม่อยากให้อากาศเย็นๆ จากในบ้านต้องกระจายออกนอกบ้าน การมีผ้าม่าน โดยเฉพาะผ้าม่านที่มีเนื้อหนาแน่น จะช่วยเก็บอากาศเย็นๆ ไว้ในบ้านในระยะเวลานานมากขึ้น
ผ้าม่านสั่งตัดจะช่วยรักษาอุณภูมิในบ้านง่าย: ขึ้นการใช้ผ้าม่านแบบตัดเย็บตามขนาดของหน้าต่าง (Made-to-Measure Curtains) จะช่วยยิ่งขึ้นในการรักษาอุณภูมิภายในบ้าน เพราะถ้ามีช่องว่างระหว่างผ้าม่านก้บหน้าต่างก็จะทำให้ลดประสิทธิภาพของม่านในการป้องกันไม่ให้ความเย็นหนีออก เวลาตัดเย็บผ้าม่านเราจะต้องเผื่อความกว้างและความสูงให้พอประมาณ โดยมาตรฐานแล้วผ้าม่านควรที่จะมีความกว้างอย่างน้อย 10 ซม. ซ้ายและขวาวงกบหน้าต่างและควรมีความสูงอย่างน้อย 40-50ซม. มากกว่าความสูงหน้าต่าง (เผื่อ 10 ซม. ไว้เหนือหน้าต่าง และเผื่อ 30-40 ซม ไว้ใต้หน้าต่าง) การเผื่อขนาดความสูงและความกว้างผ้าม่านจะช่วยให้ผ้าม่านกันแอร์เย็นได้นาน บ้านหลายหลังมักจะใช้ผ้าม่านที่มีความสูงเกือบถึงพื้น โดยตัดเย็บผ้าม่านแบบนี้ก็จะทำให้ผ้าม่านในบ้านดูสวยหรูมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ห้องในบ้านดูสูงขึ้นอีกด้วย

ประการที่สาม

ช่วยรักษาความส่วนตัวและช่วยประหยัดไฟ: คนเราส่วนใหญ่ก็ต้องการ Privacy หรือความส่วนตัว การมีผ้าม่านใช้จะทำให้เราได้อยู่ในบ้านโดยที่ไม่มีใครจากข้างนอกสามารถมองเห็นเข้ามาได้ เวลาต้องการมองออกหน้าต่าง เราก็เพียงแค่เปิดผ้าม่าน แต่เวลาต้องการดู TV  อ่านหนังสือ หรือพักผ่อน เราก็สามารถปิดผ้าม่านได้โดยที่ไม่ต้องกังวลถึงโลกภายนอก ถ้ามีผ้าม่านโปร่งอีกชั้นหนึ่งก็จะยิ่งทำให้เราไม่จำเป็นต้องเปิดผ้าม่านหมดด้วย เพราะเราสามารถมองทลุผ้าโปร่งออกไปนอกหน้าต่างได้ง่ายกว่าที่คนภายนอกจะสามารถมองทลุเข้ามา ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้เราสามารถดูโลกภายนอกได้อย่างสบายใจ และยังช่วยในการปรับแสงอาทิตย์ที่เข้ามาในบ้านได้อีก เพื่อเป็นการประหยัดไฟตอนกลางวัน ถ้าเราไม่อยากให้ห้องในบ้านดูมืดเกินไป เราก็สามารถเปิดผ้าม่านและใช้ผ้าม่านโปร่งลดแสงแดดในห้อง ในการใช้ผ้าม่านโปร่ง ห้องจะดูมีความสะหว่างอ่อนโยนยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันเราก็จะได้ความส่วนตัวด้วยเช่นกัน

ประการที่สี่

สีสันผ้าม่านมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเราเป็นอย่างมาก: ผลงานการวิจัยจิตวิทยาให้เราได้เห็นกันแล้วว่าสีสันผ้าม่านมีอิทธิพลต่ออารมณ์และสภาพจิดใจของผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นอย่างมาก นอกจากดีไซน์และขนาดของผ้าม่านแล้ว สีโทนของผ้าที่ใช้ในการทำม่านก็มีความสำคัญอย่างมาก การวิจัยได้แสดงให้เราได้เห็นว่าสีสันมีความสำคัญต่อบุคลิกภาพและความคิดของเรา ดังนั้นการเลือกสีของผ้าม่านในการตกแต่งบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและนอกจากควรเลือกในสีที่เข้ากับบ้านของเราแล้ว ยังควรเลือกสีผ้าม่านที่ช่วยให้เรามีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเวลาเราการต้องการผ่อนคลายหรือต้องการความสนุกสนานเปร่าร่าเริง ผู้อยู่อาศัยในบ้านจะได้รับผลประโยชน์จากสีของผ้าม่านที่เราเลือกอย่างเต็มที่

Continue reading ผ้าม่านที่ดีช่วยทำให้เราได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นเวลาอยู่บ้าน

สีสันผ้าม่าน มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย

สีผ้าม่านมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยในบ้าน
ผลงานการวิจัยทางจิตวิทยาต่างๆ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสีสันต่างๆ มีความสำคัญต่อความรู้สึกและความคิดของเรา ดังนั้นเราควรเลือกสีโทนผ้าม่านที่เข้ากับบ้านของเราและที่สามารถช่วยยกระดับจิตใจของเราได้ด้วย

ในการเลือกผ้าม่านตกแต่งบ้าน เราสามารถเลือกสีของผ้าม่านที่ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย “Relax” เวลาอยู่บ้าน หรือเลือกสีผ้าม่านที่เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิตเราร่าเริงขึ้นได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างสีโทนและความรู้สึก: ผลงานการวิจัยทางจิตวิทยาให้เราได้เห็นว่าพลังสีสามารถช่วยในการบำบัดโรคได้ และให้เห็นว่าสีมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ จิตใจ แม้กระทั่งร่างกายก็มีความสัมพันธ์กับสีโทน เพราะอารมณ์และสภาพจิดใจจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย สีโทนจะมีการกระตุ้นต่อมไพเนียล (Pineal Gland) โดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึก อารมณ์ และสภาพจิตใจของเราทุกคน

ผ้าม่านคือหน้าตาของบ้าน: สิ่งแรกที่มีอิทธิพลต่อหน้าตาของบ้านมากที่สุดก็คือผ้าม่าน ผ้าม่านเป็นแกนหลักที่มีอิทธิพลต่อแนวสไตล์การตกแต่งของบ้าน และเป็นแกนหลักในการสร้างบรรยากาศให้บ้านในคอนเซ็ปต์การตกแต่ง (Concept Theme) ที่เราต้องการ อย่างเช่น แต่งบ้านด้วยคอนเซ็ปต์ธีมวินเทจ (Vintage) ธีมคลาสสิค (Classic Theme) ธีมโบฮีเมี่ยน (Bohemian Theme) ธีมโมเดิร์น (Modern Theme) ธีมคอนเท็มโพรารี่ (Contemporary Theme) เป็นต้น

ผ้าม่านโทนสีน้ำทะเล: ถ้าเราอยากได้ห้องที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและเย็นสบาย เราควรเลือกซื้อผ้าม่านสีเขียว ในการออกแบบดีไซน์และการตกแต่งบ้าน ผ้าม่านโทนสีเขียวต่างๆ จะเหมาะกับการใช้ในห้องพักผ่อน และห้องนอน การมีผ้าม่านสีเขียวจะทำให้สมองได้รับการพักผ่อน สายตาได้ผ่อนคลาย จิดใจสงบ และช่วยให้เราไม่เครียด ไม่คิดมาก เพราะสมองจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนผ้าม่านที่มีสีฟ้าโทนสีน้ำทะเล (Ocean Blue) จะทำให้เราได้รู้สึกเหมือนอยู่ทะเลหาด ช่วยให้เราได้ผ่อนคลายแบบลึก (Deep State of Rest) และรู้สึกปลดปล่อยจากงานต่างๆ ที่อาจทำให้เราเครียดหรือกังวล และยังสามารถปรับสมดุลร่างกาย ลดความเหนื่อยล้า และเรียกกำลังใจให้กลับมาประกายสดชื่นได้อีกด้วย ผ้าม่านที่มีโทนสีเขียวและสีฟ้าสามารถช่วยให้เราปรับตัวกับผู้อื่นที่อยู่รอบตัวเราได้ง่าย และรับรู้ต่อสัมผัสและความรู้สึกได้รวดเร็ว  บ้านที่ใช้ผ้าม่านกลุ่มสีโทนนี้จะมีบรรยากาศเหมือนสิ่งแวดล้อมธรรมชาติซึ่งจะทำให้หน้าตาบ้านดูผ่อนคลายสงบ และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความรู้สึกสบายทั้งกายและใจเวลาอยู่บ้าน 

ผ้าม่านสี Earth Tone: นอกจากผ้าม่านสีเขียวก็ยังมีผ้าม่านสีอื่นๆ ที่ทำให้เราได้ผ่อนคลายเวลาอยู่บ้าน อย่างเช่น ผ้าม่านโทนสีครีม ผ้าม่านโทนสีน้ำตาล ผ้าม่านสี “เอิร์ธโทน” (Earth Tone) ต่างๆ ผ้าม่านสีเอิร์ธโทนคือผ้าม่านที่มีสีตามธรรมชาติอย่างเช่น สีครีมอ่อน สีเทาอ่อน สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีของพื้นดิน ทราย และพื้นดิน Clay ผ้าม่านที่มีโทนสีเหล่านี้สามารถกล่อมประสาทและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย (Rest & Recovery) เหมาะใช้กับห้องที่เราใช้พักผ่อนและสงบจิตสงบกาย ผ้าม่านสีเอิร์ธโทนเป็นสีผ้าม่านยอดนิยมของคนยุโรปเหนือเพราะมีความเชื่อว่าสีผ้าม่านเหล่านี้เป็นสีที่ทำให้บ้านดูสะอาด สวยแบบเรียบๆ และทำให้ดูมีความเงียบสงบ 

ผ้าม่านสี “Asia”: แต่ในทางกลับกัน คนอาเซียมักจะชอบสีผ้าม่านที่มีชีวิตชีวา ความเบิกบาน และความรื่นเริง อย่างเช่นผ้าม่านที่มีสีแดง สีทอง สีโอรส โทนสีเงิน เป็นต้น สีเหล่านี้สามารถช่วยยกระดับจิตใจของผู้อยู่อาศัยและช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้สภาพจิดใจร่าเริงและมีการทะเยอทะยาน มีแรงพลัง มีความขยันหมั่นเพียรเพื่อเดินหน้าในชีวิต และมีความสร้างสรรค์ อีกเหตุผลหนึ่งคือคนอาเซียตะวันออกและคนจีนจะมีความเชื่อว่าการซื้อผ้าม่านที่มีสีเหล่านี้จะนำโชค เสริมดวงชะตาและโชคลาภของผู้อยู่อาศัย ในคอนเซ็ปต์การตกแต่งบ้านตาม Interior Designer ทั่วไป ผ้าม่านที่มีสีเหล่านี้จะเหมาะใช้กับห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกในบ้าน

ผ้าม่านโทนสีอุ่น: เราควรใช้ผ้าม่านที่มีโทนสีเหลือง สีแดง และสีร้อนสีอุ่นต่างๆ กับห้องนั้งเล่น ห้องรับแขก ห้องชุมนุมในบ้าน หรือห้องใดก็ได้ที่มีกิจกรรมพบปะผู้คน การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านที่มีสีเป็นมิตรอย่างเช่นสีเหลือง สีเขียวอ่อน สีส้ม สีชมพู สามารถช่วยสร้างความสดใสให้กับหน้าตาบ้าน และเป็นอีกกลุ่มสีที่มีชีวิตชีวา ความสดใสเบิกบาน และความรื่นเริง

ซื้อผ้าม่านตามทางจิตวิทยา: ในทาง Field of Psychology สีร้อนๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า ฟื้นฟูจิตใจ สร้างความสมดุลให้สุขภาพจิตใจ และเพิ่มพลังความกระตือรือร้นและแรงพละกำลังเวลาอยู่บ้าน ผ้าม่านที่มีสีเหล่านี้จะเพิ่มพลังงานบวก (Positive Energy) ให้บรรยากาศบ้านดูเปล่งปลั่งสว่างตา และทำให้มีความรู้สึกเป็นอิสระ Independent ในชีวิต ผ้าม่านสีชมพูเป็นสีที่ทำให้บรรยากาศห้องดูหวาน น่ารัก และยังสร้าง Image ภาพพจน์ให้คนที่แวะมาเยี่ยมรู้สึกเหมือนผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นคนน่ารักและมีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

เลือกสีผ้าม่านที่เหมาะที่สุดกับเรา: เราสามารถเลือกผ้าม่านที่มีสีเย็นสบายตาหรือเลือกใช้ผ้าม่านที่มีสีเจิดจ้า สว่างๆ ตามความชอบและความต้องการใน Lifestyle ของเรา การเลือกสีผ้าม่านเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะผ้าม่านคือหน้าตาแกนหลักของบ้าน ถ้าเราอยากให้บ้านดูสวยและน่าอยู่ เราควรจะเลือกสีผ้าม่านที่ทำให้เราได้รับความสุขมากที่สุดเวลาได้เห็นทุกวัน เพราะยังไงความสุขของเราต้องมาเหนือสไตล์ใดๆ ตามสุภาษิต “Substance over Style”

Continue reading สีสันผ้าม่าน มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย

ผ้าม่านที่สั่งตัดตามขนาดหน้าต่างและประตูในบ้านมีข้อดีอย่างไรบ้าง?

ซื้อผ้าม่านแบบตัดเย็บตามขนาดหน้าต่างประตูบ้านดีอย่างไรบ้าง?

การสั่งตัดผ้าม่านจะทำให้ได้รับผ้าม่านที่เหมาะกับคอนเซ็ปต์ของห้องได้อย่างลงตัว การได้ผ้าม่านที่สูงพอดีและกว้างพอดีกับหน้าต่างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผ้าม่านที่มีลวดลายสีสันสวยงามแต่ถ้าไม่เข้ารูปทรงหน้าต่างหรือประตูบ้านก็อาจทำให้ห้องดูไม่สวยก็เป็นได้ ผ้าม่านที่ดีต้องสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของห้อง ต้องมีสีสันที่สมดุลกับกฎ 60-30-10 ที่ทำให้ห้องดูสวยงาม มีเสน่ห์ลงตัว

การตัดเย็บผ้าม่านตามขนาดหน้าต่างประตู (Customize) เป็นงานที่ละเอียด ช่างผ้าม่านจะต้องทำม่านให้เผื่อลอน (Wave) หรือความย่นของม่านเพื่อที่จะให้ผ้าม่านดูสวยและเหมาะกับหน้าต่างพอดี ไม่กว้างเกินไป ไม่แคบเกินไป ช่างผ้าม่านต้องจัดลอนผ้าม่านให้นูน ลึก และสวยตามลายผ้าและขนาดของหน้าต่าง ผ้าม่านที่มีลอนสูงๆ ใหญ่ๆ จะมีความสวยหรู ดูมีระดับ

การสั่งตัดผ้าม่านจะทำให้เราได้มีลายผ้าม่านและสีผ้าม่านให้เลือกมากมาย และยังสามารถเลือกแบบผ้าม่านที่ต้องการได้อีก โดยที่แต่ละห้องในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านสีเดียวกับหรือแบบเดียวกัน อย่างเช่นเราอาจอยากทำผ้าม่านตาไก่ในห้องนอน แต่ในห้องนั่งเล่นอยากได้ผ้าม่านคอกระเช้า เราก็สามารถเลือกผ้าม่านลายเดียวกันสีเดียวกันทำผ้าม่านสำหรับทั้งสองห้อง ในบางห้องเราอาจอยากเสริมผ้าม่านหลุยส์อีกชั้นหนึ่ง เราก็สามารถเสริมได้โดยที่ใช้ผ้าตัดม่านลายเดียวกัน ช่างตัดเย็บม่านสามารถตัดผ้าตามแบบผ้าม่านที่เราต้องการได้หมด

บางทีเราอาจอยากทำผ้าม่านกับผ้าหุ้มเบาะเป็นเซตเดียวกัน ผ้าทำม่านที่มีเนื้อหนาๆสามารถนำไปทำผ้าหุ้มเบาะได้ ที่ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ มีผ้าทำม่านหลายชนิดที่ใช้หุ้มเบาะได้เพราะเป็นผ้าชนิดเนื้อหนาพิเศษ นอกจากหุ้มเบาะแล้วก็ยังหุ้มเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้อีก จะสังเกตุได้ว่าห้องที่ใช้ผ้าม่านและผ้าตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ลายเดียวกันและสีเดียวกันจะดูหรูและไฮคลาสสุดๆ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการตัดเย็บผ้าม่านตามขนาดคือเราสามารถเติม Blackout Lining (ผ้ากันแสงและกันรังสี UVสีเงินๆ)ได้กับชุดผ้าม่านที่เราต้องการแบบกันแสงพิเศษ เวลาตัดเย็บม่าน ช่างตัดเย็บสามารถนำผ้ากันแสงมาเย็บเสริมผ้าม่านได้ทันที เราสามารถเลือกเสริม Blackout Lining กับผ้าม่านชุดไหนก็ได้ เพราะเวลามองจากในห้องจะไม่เห็นความแตกต่างของสีหรือลาย แต่ประสิทธิภาพในการกันแสงจะไม่เท่ากัน บ้านทั้งหลังอาจมีผ้าม่านลวดลายเดียวกันและสีเดียวกัน แต่ห้องในบ้านแต่ละห้องจะมีความมืดไม่เท่ากัน ตามความต้องการของเรา

เหตุผลเหล่านี้ทำให้การเลือกสั่งตัดผ้าม่านเป็นการซื้อผ้าม่านแบบมองระยะยาว เพื่อให้หน้าตาของบ้านดูเรียบหรูตามสไตล์ที่เราต้องการ Continue reading ผ้าม่านที่สั่งตัดตามขนาดหน้าต่างและประตูในบ้านมีข้อดีอย่างไรบ้าง?

ผ้าม่านสวยดีไซน์ใหม่ๆ ที่ ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ พาหุรัด

ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ จำหน่ายผ้าม่านลายสวยๆ สไตล์โมเดิร์น มีให้เลือกหลากหลาย เรามีบริการตัดเย็บม่านและทีมงานติดตั้งม่านให้พร้อม เราเน้นงานมีคุณภาพ เราอยากให้ลูกค้าทุกท่านมีความพึงพอใจกับผลงานทุกชิ้นของเรา

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 223 4828

ร้านผ้าม่าน เอทีเอ็ม เดคอร์ เป็นร้านขายส่งผ้าม่านในตลาดสำเพ็งพาหุรัดและเป็นบริษัทผ้าม่านที่ขายส่งทั่วประเทศ มีโชว์รูมที่ showcase ผ้าม่านอยู่ และเป็นการอย่างเช่นพวกผ้าเหล่าหน้ากว้าง 1.50 เมตรที่มีลายใหม่ๆเยอะแยะเช่นเดียวกันกับผ้าหน้ากว้าง 2.80 เมตร มีผ้าลายสวยๆหรูๆให้เลือกมากมายครับ หลายๆแบบ ลาย เนื้อผ้า และสี มีโปรโมชั่นลดราคาสุดๆ ใครกำลังสนใจทำผ้าม่าน ได้เห็นผ้าเป็นม้วนๆ ไม่ใช่แค่เล่มตัวอย่างผ้า เรามีทั้งผ้าม่านกันยูีวี ผ้าม่านซาติน ผ้าม่านเชคการ์ด ผ้าม่านคอตต้อน ผ้าม่านโปร่ง ทางเอทีเอ็ม เดคอร์ มีบริการตัดเย็บและติดตั้งผ้าม่านให้ครบ ช่างเอทีเอ็มฝีมือปราณีตมากและมีประสบการติดตั้งผ้าม่านมาสิบกว่าปี Continue reading ผ้าม่านสวยดีไซน์ใหม่ๆ ที่ ร้านผ้าม่านเอทีเอ็ม เดคอร์ พาหุรัด