ผ้าที่ใช้ทําผ้าม่านเรียกว่าผ้าอะไร
ผ้าที่ใช้ทําผ้าม่านสามารถเรียกได้หลายวิธี ที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่เข้าใจกันสองฝ่าย
คำตอบ: เราสามารถเรียกผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านว่าได้หลายแบบ อย่างเช่น “ผ้าทำม่าน” “ผ้าตัดม่าน” “ผ้าเย็บม่าน” “ผ้าทำผ้าม่าน” “ผ้าตัดผ้าม่าน” “ผ้าเย็บผ้าม่าน” “ผ้าม่านตัดเย็บม่าน” เป็นต้น
ผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านมีหลายชนิด: โดยทั่วไป ผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านจะเป็นผ้าเนื้อใยสังเคราะห์ ซึ่งก็คือผ้าโพลีเย็สเตอร์ (Polyester) นั่นเอง ผ้าม่านเนื้อโพลีเย็สเตอร์จะเหมาะที่สุดสำหรับทำผ้าม่านเพราะมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานผ้าม่านได้ดีที่สุด คุณสมบัติหลักๆของผ้าเนื้อโพลีเย็สเตอร์คือ เป็นชนิดผ้าที่ดูแลรักษาง่าย ทำความสะอาดสะดวก ไม่ต้องซักบ่อย ไม่ยับง่าย ไม่เกาะฝุ่น รักษารูปทรงสวย ทิ้งตัวดี และสามารถทอพร้อมกับผ้ากันแสงได้ การที่ผ้าม่านเป็นสิ่งประดับห้องที่จะไม่ซักรีดบ่อยเหมือนเสื้อผ้า การที่เนื้อผ้าไม่ยับง่ายทำให้ผ้าม่านดูสวยใหม่ในระยะยาว เพราะถ้าผ้าม่านยับง่าย หลังจากการใช้งานไปสักพักหนึ่ง ผ้าม่านจะดูไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม ทำให้หน้าตาห้องดูไม่สวยสบายตา ถ้าผ้าม่านจับฝุ่นง่าย หลังจากการใช้งานไปสักพักหนึ่ง ห้องจะเก็บฝุ่นมาก และอากาศภายในห้องจะไม่สะอาดบริสุทธิ์ เป็นประเด็นสำคัญโดยเฉพาะกับผู้ที่แพ้ไรฝุ่น
ผ้าที่ใช้ทําผ้าม่าน ราคาเท่าไหร่
คำตอบ: ผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านจะมีหลายชนิด หลายเกรด หลายราคา ผ้าม่านที่เป็นชนิดผ้าม่านไหม ผ้าม่านกำมะหยี่ ผ้าม่านลินิน จะมีราคาสูงกว่าผ้าม่านฝ้าย ผ้าม่านโพลีเย็สเตอร์ ผ้าม่านซาติน เป็นต้น ผ้าม่านที่ถักทอจากผ้าชนิดเดียวกันก็จะมีหลายเกรด ผ้าม่านที่มีเนื้อหนา มีน้ำหนัก ทอแน่น จะมีราคาสูงกว่าผ้าม่านที่มีเนื้อบาง เบา และทอหลวม
การเทียบราคาผ้าม่าน ไม่สามารถดูจากรูป: เราจะไม่สามารถดูจากรูปภาพและเทียบราคาผ้าม่านได้ว่าแบบไหนถูกกว่ากัน เพราะจากรูปภาพ เราจะไม่รู้น้ำหนักและความหนาแน่นของผ้า ผ้าม่านที่มีสีเดียวกันและดีไซน์เดียวกันจะมีหลายคุณภาพ น้ำหนักผ้าและการจำนวนเส้นด้ายที่ผลิตจะอยู่ที่การสั่งผลิต ถ้าบริษัทผ้าม่านสั่งโรงงานผลิตแบบทอหลวมๆเพื่อลดต้นทุน ก็จะทำให้สามารถขายผ้าม่านราคาถูก เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้จับตลาดใหญ่ (Mass Market) บางบริษัทเน้นผ้าม่านคุณภาพ สั่งโรงงานให้ผลิตแบบทอหนาแน่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด ราคาก็จะสูงขึ้น เพราะต้นทุนและวัตถุดิบที่ใช้ในการทอผ้าม่านจะมากกว่า แต่ละบริษัทจะเน้นตลาดไม่เหมือนกัน
วิธีเทียบราคาผ้าม่านทำอย่างไร? วิธีดีที่สุดในการเทียบราคาผ้าม่านคือการนำเศษผ้าจากแต่ละม้วนมาเทียบกัน การมีเศษผ้าจะช่วยให้เราเปรียบเทียบน้ำหนักและความหนาแน่นของผ้าได้ และจึงทำให้เราสามารถเทียบราคาได้ด้วยเช่นกัน ตลาดผ้าม่านเป็นตลาดใหญ่ มีผ้าม่านหลายคุณภาพหลายเกรดทีเดียว แต่ถ้าเรามีเศษผ้าสำหรับเปรียบเทียบ เราจะสามารถนำไปเทียบกับผ้าในร้านผ้าม่านทุกแห่ง
เน้นตลาดบนหรือตลาดผ้าม่านล่าง? บริษัทบางแห่งเน้นขายผ้าม่านสำหรับตลาดล่าง ขายผ้าทำม่านเนื้อบางและเน้นราคาถูก กลยุทธ์การตลาดนี้จะดีเพราะตลาดล่างเป็นตลาดผ้าม่านขนาดใหญ่ บริษัทผ้าม่านบางแห่งเน้นความต้องการของตลาดกลางและตลาดบน ขายผ้าม่านเนื้อหนา มีน้ำหนัก ราคาจะสูงกว่า แต่ตอบสนองความต้องการของตลาดกลางและตลาดบน ตลาดบนจะไม่ต้องการซื้อผ้าม่านเนื้อบอบบาง ตลาดกลางจะสามารถรับได้ทั้งเนื้อบางและเนื้อหนา และจะวัดที่งบประมาณ ถ้ามีงบประมาณพอ ก็มักจะเลือกผ้าม่านเนื้อหนา เอาสินค้าคุณภาพก่อน
รางผ้าม่านมีราคาเท่าไหร่?
คำตอบ: ในแบบเดียวกันกับผ้าม่าน รางผ้าม่านก็จะมีหลายชนิดหลายคุณภาพ รางผ้าม่านรุ่นไทเทเนี่ยม ไม้สัก หิ่นอ่อนจะมีราคาสูงกว่ารางผ้าม่านโลหะธรรมดาอย่างเช่นรางอลูมิเนี่ยม
ราคารางผ้าม่านจะอยู่ที่ชนิดและหัวประดับ: การใช้หัวรางประดับหรูหราจะทำให้ค่าใช้จ่ายผ้าม่านมากขึ้น เพราะราคาของรางผ้าม่านที่เลือกจะอยู่ที่หัวรางประดับด้วย ไม่ใช่แค่ชนิดของรางอย่างเดียว การเลือกรางผ้าม่านหัวประดับที่ทำจากไม้แกะสลัก ไทเทเนี่ยม วัสดุหินอ่อน หยก หรือโลหะมีค่าต่างๆ จะทำให้รางมีราคาสูง ถ้าเราอยากได้รางผ้าม่านประหยัด เราควรเลือกใช้รางอลูมิเนี่ยม ข้อดีของรางม่านอลูมิเนี่ยมคือมีความแข็งแรงและความทนทานเท่ารางม่านชนิดอื่น แต่ข้อเสียคือมีน้ำหนักที่หนักกว่ารางชนิดอื่นๆ ซึ่งจะไม่เป็นปัญหาถ้าเราติดขารางในจำนวนมากพอ ส่วนใหญ่รางม่านที่มีปัญหาเรื่องการไม่สามารถรับน้ำหนักผ้าม่านได้คือเพราะติดขารางไม่พอ Continue reading ผ้าที่ใช้ทําผ้าม่านเรียกว่าผ้าอะไร
